บ้านไม้ชั้นเดียวหลังนั้นปลูกอยู่ในรั้วเดียวกันกับเรือนเจ้าของ ท่ามกลางความเงียบของทุ่งนาชานเมืองอยุธยา กลางคืนลมลอดซี่ไม้เก่าราวกับกระซิบ และในความเงียบนั้น ผมกับหยองใช้ชีวิตคู่ที่ทั้งอบอุ่นและร้อนแรงเกินกว่าใครข้างนอกจะคาดถึง
เราทำงานบริษัทเดียวกัน เช้าออกไปด้วยกัน เย็นกลับมาด้วยกัน ดูเผินๆ ก็เป็นสามีภรรยาธรรมดาที่ขยันและลงรอยกันดี แต่พอประตูห้องปิด โลกของเรากลายเป็นอีกแบบ หยองตรงไปตรงมาในเรื่องความใคร่ ไม่เคยแสร้งทำเป็นอายเมื่อต้องการ และผมก็ตอบเธอทุกครั้งอย่างเต็มใจ เราเรียนรู้ร่างกายของกันและกันจนแทบไม่เหลือมุมลับ บางคืนเนิ่นนานราวกับไม่อยากให้ฟ้าสว่าง บางคืนรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง แต่ไม่มีคืนไหนที่เราหันหลังให้กันด้วยความเย็นชา
ชื่อจริงของเธอไพเราะกว่าชื่อเล่น แต่คนในที่ทำงานเรียกเธอว่าหมูหยองจนผมติดปาก เรียกสั้นๆ ว่าหยอง เธอตัวเล็ก ผิวเนียนสีน้ำผึ้ง เวลาหัวเราะดวงตากลมจะหยีจนเห็นลักยิ้ม และเวลามองผมในความมืด ดวงตานั้นจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น นุ่ม ลึก และยั่วยวนโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
เจ้าของบ้านชื่อลุงโชย อายุห้าสิบเศษ ผมดอกเลาบางลงที่ขมับ ผิวคล้ำแดด น้ำเสียงทุ้มต่ำแบบคนอยุธยาแท้ ภรรยาของแกจากไปหลายปี ลูกๆ ไปทำมาหากินในกรุงเทพ กว่าจะเวียนกลับมาก็ครั้งคราว เรือนของแกจึงเงียบเกือบทั้งเดือน มีเพียงเสียงวิทยุและเสียงฝีเท้าแกที่เดินตรวจรั้วตอนหัวค่ำ
เพื่อนสนิทของลุงโชยชื่อลุงบุญ ร่างใหญ่กว่า พูดน้อยแต่หัวเราะเสียงดัง แกสองคนตั้งวงกินเหล้าแทบทุกเย็นใต้ต้นหูกวางหน้าเรือนใหญ่ บางครั้งผมเลิกงานเร็วก็เดินไปร่วมวง วางขวดโซดา หยิบแก้ว แล้วนั่งฟังเรื่องเก่า
เรื่องที่แกสองคนชอบเล่าไม่เคยเป็นเรื่องนาหรือเรื่องลูก มันเป็นเรื่องผู้หญิงในวันหนุ่ม เรื่องคืนที่ยังกล้า เรื่องริมฝีปากและไออุ่นที่วันนั้นไม่มีอีกแล้ว ลุงโชยเล่าอย่างคนที่ยังจำรายละเอียดได้ทุกจังหวะ ลุงบุญเสริมด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ แล้วทั้งคู่จะหันมาหาผมด้วยประโยคเดิมว่า ผมโชคดีเหลือเกินที่มีเมียสวยขนาดนี้
ผมยิ้มรับทุกครั้ง โดยยังไม่รู้ว่าคำชมนั้นซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง
จนกระทั่งวันหนึ่ง หยองต้องอยู่ทำโอที ผมขี่มอเตอร์ไซค์กลับก่อน คิดว่าจะจัดกับข้าวให้พร้อม แล้วค่อยออกไปรับเธอที่บริษัท พอถึงปากซอย เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องคนหนึ่งโบกมือเรียก บอกว่ามีธุระด่วนที่ตลาด ขอยืมรถสักชั่วโมง ผมส่งกุญแจให้โดยไม่คิดมาก แล้วเดินตัดทุ่งเข้าบ้านคนเดียว
แดดเย็นลาดเอียง ฝุ่นบนทางเดินยังอุ่นอยู่ เมื่อเข้าใกล้เรือนใหญ่ ผมได้ยินเสียงลุงโชยกับลุงบุญใต้ต้นไม้ จึงกะจะแวะร่วมวงสักแก้ว แต่พอเข้าไปใกล้อีกไม่กี่ก้าว ชื่อของหยองก็หลุดจากปากลุงโชยชัดจนผมหยุดชะงักหลังพุ่มชบา
แกพูดช้า น้ำเสียงต่ำราวกับเกรงว่าลมจะลักไปฟัง «ทุกคืนเลยโว้ย ผมแอบดูเขาสองคนจากช่องไม้หลังห้อง เมียเขาคนนั้นสวยจนตาลาย น้องหยองเวลานอนอ้าแขนรับผัว ตัวเล็กแต่ร้อน ผิวสั่นทั้งตัว ถ้าผมได้จับสักครั้ง ผมจะไล้ลิ้นตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปจนถึงริมปาก ไม่ให้เหลือแม้แต่จุดเดียว»
ลุงบุญหัวเราะในลำคอ «มึงบ้าไปแล้วว่ะโชย»
«บ้าก็บ้า» ลุงโชยตอบ «คืนนี้มึงอย่ากลับเร็ว อยู่กับกู ดูให้เห็นกับตา จะได้รู้ว่ากูไม่ได้โม้ เสียงเธอครางเนี่ย ไม่ได้ยินจากผู้หญิงแถวนี้มาหลายปีแล้ว»
เลือดในตัวผมเย็นวาบช่วงหนึ่ง แล้วร้อนกะทันหัน ผมยืนนิ่งหลังพุ่มไม้ ฟังแกบรรยายร่างกายของภรรยาผมราวกับเป็นความลับที่แกครอบครองคนเดียว แกพูดถึงช่วงเอวของหยอง ถึงจังหวะที่เธอแอ่นรับ ถึงสายตาที่เธอมองผมตอนใกล้ถึงจุดสูงสุด รายละเอียดเหล่านั้นตรงเกินไป จนผมรู้ทันทีว่าไม่ใช่เพียงจินตนาการ
ลุงโชยแอบดูเรามาจริง และคืนนี้แกจะให้ลุงบุญมายืนดูด้วย
ผมถอยออกมาอย่างเงียบ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แทนที่จะเดินเข้าไปต่อว่า ผมกลับไปที่ครัวของตัวเอง เปิดไฟนีออนแผ่วๆ ล้างผัก หั่นเนื้อ ตั้งหม้อ ส่วนในหัวยังวนกับประโยคของลุงโชย ความโกรธมีอยู่จริง แต่ปนกับความรู้สึกอื่นที่ผมอธิบายตัวเองไม่ถูก บางอย่างคล้ายความหยิ่ง บางอย่างคล้ายความร้อนที่ลามลงท้องน้อยโดยไม่ได้รับอนุญาต
สองทุ่มผมเรียกรถไปรับหยองหน้าบริษัท เธอเดินออกมาในชุดทำงานสีครีม ผมยุ่งเพราะนั่งห้องแอร์ทั้งวัน พอยิ้มให้ผม ความอ่อนล้าบนใบหน้าก็จางไปครึ่งหนึ่ง «คิดถึง» เธอบอกสั้นๆ แล้วเกาะแขนผมเหมือนทุกครั้ง
ระหว่างทางกลับ ผมยังไม่พูดถึงสิ่งที่ได้ยิน บนโต๊ะมีน้ำพริกกะปิ ไข่เจียว และแกงที่ผมทำรสจัดไปหน่อย หยองกินอย่างเอร็ดอร่อย ชมว่าวันนี้ผัวเก่ง แล้วเล่าเรื่องงานให้ฟังโดยไม่รู้ว่าใต้ซี่โครงของผมมีเรื่องหนึ่งรออยู่
อาบน้ำเสร็จเธอออกมาในผ้าขนหนูผืนบาง ผมนั่งที่ขอบเตียง เธอเดินมาหยุดระหว่างเข่าผม ก้มจูบหน้าผากก่อน แล้วค่อยลงมาที่ปาก จูบนั้นช้า หวาน และคุ้นเคย แต่คืนนี้ปลายลิ้นของเธอมีบางอย่างเร่งร้อน
«วันนี้หยองอยากได้โอมาก» เธอกระซิบชิดริมฝีปากผม «ทั้งวันนั่งประชุม แล้วนึกถึงเมื่อคืนไม่เลิก»
ผมอ้อมเอวบางของเธอ ดึงผ้าขนหนูหลุดจากตัว เรือนร่างที่ผมรู้จักทุกตารางนิ้วเผยภายใต้แสงไฟหัวเตียงสีอำพัน เราเริ่มอย่างที่เคยเป็น ริมฝีปากไล่ลงลำคอ ฝ่ามือโอบความนุ่มของหน้าอก ยอดอกแข็งขึ้นใต้ปลายนิ้ว หยองหายใจขาดเป็นช่วง สะโพกขยับหาผมเองก่อนที่ผมจะได้เอ่ยขอ
ยกแรกของคืนนั้นรุนแรงและสนิทเหมือนทุกคืนที่เราไม่ต้องอธิบายอะไรกัน เธอรับผมจนตัวสั่น เล็บกดที่หลัง เสียงครางต่ำถูกกลบไว้ในไหล่ผม เพราะเธอยังนึกว่าฝาไม้บาง และลุงเจ้าของบ้านอาจเดินผ่าน ผมซบอยู่บนหน้าอกเธอพักหนึ่ง ฟังหัวใจเธอค่อยๆ ช้าลง แล้วจึงตัดสินใจพูด
«หยอง» ผมเรียกเบาๆ «มีเรื่องที่โอต้องบอก ก่อนที่เราจะทำต่อ»
เธอลูบผมผม «อะไรหรือ ทำหน้าเครียดขนาดนั้น»
«วันนี้โอกลับมาก่อน แล้วได้ยินลุงโชยคุยกับลุงบุญ» ผมกลืนน้ำลาย «ลุงโชยแอบดูเราทุกคืน จากช่องไม้หลังห้อง แกเล่าให้ลุงบุญฟังละเอียดมาก ตั้งแต่ท่าที่หยองนอนไปจนถึงเสียงคราง และคืนนี้แกชวนลุงบุญมาแอบดูด้วย ตอนนี้ทั้งสองคนน่าจะอยู่แถวหลังบ้าน»
หยองชะงัก ดวงตากลมเบิกขึ้น เธอดันตัวลุกนั่ง ผ้าปูหล่นจากอก «โอรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนรับหยอง ปล่อยให้สองคนนั้นแอบมองอยู่ได้ยังไง»
น้ำเสียงเธอไม่ได้แตกด้วยความโกรธล้วนๆ มันปนความตกใจ และอีกอย่างที่ผมจับได้ไม่ทัน คือความสั่นเล็กๆ ที่ปลายประโยค
«โอเพิ่งรู้วันนี้» ผมตอบ «ตอนแรกจะเดินเข้าไปว่าแก แต่ยิ่งฟังยิ่งไม่รู้จะทำอย่างไร เลยกลับมาทำกับข้าวก่อน»
หยองนั่งนิ่งครู่หนึ่ง แขนโอบเข่า ผมยาวปรกแก้ม พอเงยหน้า แววตาเธอเปลี่ยนไป ไม่อายอย่างที่ผมคาด ไม่วิ่งไปปิดม่านอย่างที่คนทั่วไปจะทำ เธอมองฝาผนังไม้ด้านหลังราวกับมองทะลุไปถึงสองชายที่ยืนอยู่ในความมืด
«สงสารแกเหมือนกันนะ» เธอพูดช้า «เมียแกจากไปนานแล้ว ลูกก็ไม่ค่อยกลับ เวลาลุงโชยมองหยองทีไร ตาแกเหมือนคนอดอยาก หยองรู้สึกอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าแกจะกล้าขนาดแอบดูทุกคืน»
เธอหันมาจับมือผมไว้แน่น «โอจำได้ไหม ที่หยองเคยบอกตอนเราเมาไวน์แก้วที่สอง ว่าอยากรู้สักครั้งว่าการมีคนมากกว่าสองคนบนเตียงมันเป็นอย่างไร อยากลองสวิงกิ้ง ไม่ใช่เพราะรักโอไม่พอ แต่เพราะอยากรู้ว่าร่างกายตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน ถ้ามีคนอื่นร่วมวง โดยที่โอยังอยู่ตรงนี้»
ผมจำได้ คืนนั้นเธอพูดแล้วหัวเราะกลบ ทำให้ผมคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล่นในวงของคนสองคน แต่ตอนนี้ไม่มีเสียงหัวเราะ
«หยองอยากถามตรงๆ» เธอสบตาผม «ถ้าโอไม่เสียใจ และไม่มองหยองว่าเป็นคนง่าย หยองอยากให้ลุงทั้งสองเข้ามา คืนนี้คืนก็ได้ เราจะได้รู้ว่าเรื่องที่พูดๆ กันมันจริง หรือเป็นเพียงความคันในความคิด และหยองก็ไม่อยากให้สองคนนั้นกลับไปนั่งคนเดียวในความมืด ระบายความอยากด้วยมือของตัวเองอีกต่อไป»
ห้องเงียบจนได้ยินจิ้งหรีดนอกหน้าต่าง ผมมองภรรยาที่รัก ดูปากที่ยังแดงจากจูบของผม ดูไหล่ที่ยังมีรอยนิ้วผมประทับไว้ เมื่อครู่เรายังเป็นของกันและกันเพียงสองคน บัดนี้เธอกำลังยื่นประตูบานหนึ่งให้ผมเป็นคนเปิด
ความคิดแรกคือความหึง มันแล่นขึ้นมาคมและร้อน แต่ความคิดที่สองตามมาทันที หยองไม่ได้แอบไปหาใคร เธอขอกับผมตรงหน้า ตัวเปลือย และมือยังกุมมือผมอยู่ ลุงทั้งสองเป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์กว่าเราหลายสิบปี ถ้าคืนนี้จะเกิดขึ้น มันต้องเกิดขึ้นเพราะเราอนุญาตทั้งคู่ บนเตียงที่เปิดไฟ ไม่ใช่เพราะช่องไม้ที่ถูกแอบมอง
และลึกในส่วนที่ผมไม่ภูมิใจนัก ผมยังนึกถึงค่าเช่าบ้าน ด้วยความสัตย์ซื่อต่อตัวเอง ถ้าลุงโชยพอใจ บางทีเราอาจได้อยู่อาศัยโดยไม่ต้องจ่ายรายเดือนอีก แต่เหตุผลนั้นมาทีหลัง ความจริงที่มาก่อนคือ ผมอยากเห็นหยองในแบบที่เธอขอ และผมอยากอยู่ตรงนั้นด้วย ไม่ยอมถูกทิ้งไว้นอกวง
«ได้» ผมบอกในที่สุด เสียงตัวเองทุ้มกว่าที่คิด «แต่มีเงื่อนไข หยองต้องสบายใจทุกวินาที ถ้าคำไหนที่เธอไม่อยาก เธอพูดได้ทันที และโอจะไม่ไปไหน»
หยองยิ้ม รอยยิ้มนั้นทั้งโล่งและเร่าร้อน เธอก้มจูบข้อนิ้วผม «สัญญา หยองจะไม่ทำอะไรที่โอห้าม และโอต้องสัญญาเหมือนกันว่าจะไม่เก็บมาโกรธทีหลัง»
«สัญญา»
เธอลุกไปอาบน้ำอีกครั้ง บอกว่าอยากสะอาดก่อนจะมีแขก ผมสวมกางเกงขาสั้น เดินอ้อมไปหลังบ้าน แสงจากเรือนลุงโชยทอดลงทางเดินดิน ใต้ต้นหูกวางยังมีแก้วเหล้าสองใบ และชายสองคนที่ผงะเมื่อเห็นผมเดินตรงเข้าไป
ลุงโชยวางแก้วลงช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนจากความตกใจไปเป็นความระแวง «มาได้ยังไงเนี่ย เดินเบาเหลือเกิน»
«ลุง» ผมพูดให้ชัด เพื่อไม่ให้มีที่ว่างสำหรับคำแก้ตัว «เมื่อเย็นผมได้ยินทุกคำ ที่ลุงเล่าให้ลุงบุญฟัง เรื่องช่องไม้หลังห้อง เรื่องที่ลุงดูผมกับหยองทุกคืน และเรื่องที่คืนนี้ลุงจะให้ลุงบุญมาดูด้วย»
ลุงบุญขยับตัวราวกับจะลุกไป ลุงโชยยกมือห้ามไว้ แกมองผมตรงๆ ในสายตาคนแก่นั้นมีความละอายอยู่จริง ปนกับความอยากที่ยังดับไม่สนิท «ว่ามาเถอะ จะให้ผมเก็บของออกจากบ้านพวกเธอก็ว่ากัน»
«หยองไม่ได้ไล่ลุง» ผมส่ายหน้า «เธอรู้แล้ว และเธอเป็นคนขอเอง ถ้าลุงทั้งสองยินยอม ถ้าจะเข้ามาในห้องด้วยความเคารพเธอ ไม่แอบดูอีกต่อไป คืนนี้เธอยินดีให้ลุงทั้งสองร่วมวงกับเรา ในฐานะผู้ใหญ่ที่เธออนุญาต»
ความเงียบลงจัดจนได้ยินเหล้าหยดจากปากแก้วที่ลุงบุญยังกำไว้ ลุงโชยสูดลมหายใจยาว «น้องหยอง… เธอพูดเองจริงหรือ»
«จริง และผมตกลงแล้ว» ผมตอบ «แต่ถ้าใครในห้องพูดว่าพอ ทุกคนต้องหยุด ไม่มีการฝืน ไม่มีการอ้อนวอนให้เกินคำที่เธอให้»
ลุงบุญเป็นคนแรกที่พยักหน้า เสียงแกแหบ «ผมแก่แล้ว แต่ยังรู้จักคำว่ายินยอม ถ้าน้องเขายินดี และเธอเองก็ยืนอยู่ตรงนี้ ผมจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจ»
ลุงโชยหลับตาลงครู่หนึ่ง พอเปิดขึ้น แววตาที่เคยหิวโหยกลับนุ่มลง «ผมผิดไปแล้วที่แอบดู ถ้าคืนนี้เธอให้โอกาส ผมจะเข้าไปในฐานะแขก»
ผมเดินนำทั้งสองคนอ้อมมายังประตูห้อง ไฟหัวเตียงยังเป็นสีอำพัน หยองนอนตะแคงบนเตียง เสื้อบางสีขาวคลุมเพียงถึงต้นขา ผมเธอยังชื้นจากการอาบ กลิ่นสบู่ดอกไม้ลอยบางๆ พอประตูเปิด เธอยิ้มให้ผมก่อน แล้วค่อยหันไปหาสองชายที่ยืนชะงักอยู่ที่วงกบ
«เข้ามาได้ค่ะลุง» เสียงเธอนิ่งและชัด «หยองรู้ว่าลุงทั้งสองอยากดูมานาน วันนี้ไม่ต้องดูจากช่องไม้อีกแล้ว ถ้าลุงอยากอยู่ด้วยกันจริง ถอดเสื้อได้เลย หยองอยากเห็นกับตา ว่าผู้ชายที่ผ่านโลกมาหลายสิบปี เป็นอย่างไร»
ลุงโชยกลืนน้ำลาย มือที่เคยมั่นคงเวลาจับขวดเหล้าสั่นเล็กน้อยตอนปลดกระดุม ร่างของแกผ่ายคล้ำ มีรอยเวลาบนหน้าท้องและแขน แต่เมื่อผ้าหลุดลงถึงพื้น สิ่งที่เผยตรงหน้าหยองทำให้เธอลืมตาโต แล้วระบายลมหายใจออกมาเป็นคำอุทานเบาๆ
«ลุงโชย…» เธอกระซิบ «ยาวอย่างนั้นเลยหรือคะ»
มันไม่ได้หนาเป็นพิเศษ ทว่าความยาวนั้นเกินกว่าที่เธอจะคาดจากชายวัยห้าสิบ เส้นเลือดบางเส้นนูนใต้ผิวสีคล้ำ ปลายเงาวับเพราะความตื่นที่เก็บมาทั้งเดือนของการแอบมอง ลุงโชยยืนนิ่ง ราวกับเกรงว่าถ้าขยับเร็วไป ภาพตรงหน้าจะแตกสลาย
ลุงบุญถอดตามช้ากว่า ร่างใหญ่ของแกซ่อนเรี่ยวแรงที่วัยยังพรากไปไม่หมด และเมื่อผ้าชั้นในหลุด หยองยกมือปิดปากไว้ครู่หนึ่งก่อนจะลดลง คราวนี้เธอไม่ได้กระซิบ
«คุณพระ…» เสียงเธอสั่นด้วยความประหลาดใจและความร้อน «ทั้งใหญ่ทั้งยาว ลุงบุญไม่เคยบอกสักคำว่าซ่อนของแบบนี้ไว้»
ลุงบุญยิ้มเขินแบบคนที่ไม่ชินกับคำชมจากผู้หญิงวัยลูก «ของมันก็… ตามสรีระ»
ผมยืนที่ขอบเตียง มองภรรยาของตัวเองคลานเข้ามากลางที่นอน แล้วทอดแขนเรียกทั้งสองคน «มานี่ค่ะ อย่ามัวแต่ยืนแข็งอยู่ตรงนั้น หยองอนุญาตแล้ว»
ลุงบุญไปถึงก่อน เข่าทรุดข้างลำตัวเธอ ฝ่ามือหยาบจากงานบ้านแตะหน้าอกของหยองอย่างระวังจนเกินเหตุ หยองจับข้อมือแกวางลงให้สนิท แล้วพยักหน้า แกก้มลง ริมฝีปากอุ่นประกบริมหนึ่งของยอดอก ดูดช้า ลิ้นวนเป็นวง หยองสะดุ้งทั้งตัว เสียงครางแรกของคืนนั้นหลุดออกมาโดยไม่มีผ้าปิดปาก
ลุงโชยทรุดอีกฝั่ง แต่มือแกไม่ได้เริ่มที่อก แกแยกเข่าเธอออกอย่างนุ่มนวล สายตาขออนุญาตอีกครั้ง หยองอ้าให้เอง พร้อมพูดว่า «ได้ค่ะลุง ตรงนั้น… หยองอยากให้ลุงลิ้มรสที่ลุงเคยได้แต่ดู»
ลิ้นของลุงโชยแตะแก่นกลางความนุ่มของเธอราวกับคนที่รอคอยมานานเกินกว่าจะรีบ เขาไล้ช้าจากด้านล่างขึ้นสู่จุดเล็กที่บวมรับ หยองแอ่นเอว นิ้วมือกำผ้าปู เสียงของเธอสูงขึ้นเป็นช่วง ผมยืนมองภาพที่เมื่อชั่วโมงก่อนยังเป็นเพียงประโยคลับใต้ต้นไม้ บัดนี้มันเกิดขึ้นบนเตียงของเรา ด้วยใบหน้าของภรรยาที่เบิกบาน ด้วยความเต็มใจของเธอเอง
สักพักลุงบุญขยับขึ้น ปลายองคชาตที่หนาของแกแตะริมฝีปากเธอ หยองอ้าปากรับโดยไม่ต้องถูกเร่ง แกสอดเข้าไปเพียงครึ่งแรก เพราะความกว้างนั้นกินพื้นที่ในปากเธอจนเกือบหมด แก้มเธอขยับตามจังหวะ น้ำตาบางๆ ซึมที่หางตาด้วยความพยายาม แต่สายตาที่มองขึ้นไปหาลุงบุญยังเต็มไปด้วยความตั้งใจจะทำให้ดี ลุงบุญครางต่ำในลำคอ มือประคองท้ายทอยเธออย่างเบามือ ไม่กด ไม่เร่ง
ลุงโชยไม่ได้หยุดที่ระหว่างขา แกไล้ลิ้นขึ้นตามแนวท้องน้อย เวียนรอบสะดือ ปีนขึ้นสู่หน้าอกอีกข้างที่ยังไม่มีใครดูแล แล้วกระซิบชิดผิวเธอว่าเธอหวานกว่าที่แกฝันไว้ทุกคืน
เมื่อลุงบุญถอนออกเพื่อให้เธอได้หายใจ หยองหันไปหาลุงโชย ริมฝีปากยังเงา «ลุงโชยมาบ้างค่ะ หยองอยากชิมลุงเหมือนกัน ส่วนลุงบุญ… ถ้าลุงพร้อม เข้ามาข้างในได้เลย แต่อย่าเร็วในตอนแรก หยองตัวเล็ก»
ลุงบุญพยักหน้า จัดท่าเธอให้นอนหงาย หมอนรองสะโพก เขาใช้ปลายนิ้วลูบเปิดทางก่อน ตรวจว่าเธอพร้อมเพียงใด หยองเปียกจนนิ้วแกลื่นโดยไม่ต้องฝืน เมื่อความหนาของเขาเริ่มสอดเข้าไป ปากเธออ้าค้าง คิ้วขมวดด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างตึงและเสียว
«ช้าๆ ค่ะ… อืม… ลุงบุญใหญ่จริงๆ» เธอพูดขาดเป็นคำ แล้วเมื่อเขาฝังได้เกินครึ่ง เสียงของเธอก็เลิกเป็นประโยค เหลือเพียงครางยาวที่สั่นไปกับซี่โครง
ลุงโชยยื่นความยาวของตนให้เธอรับในปาก ขณะที่ลุงบุญขยับช้าอยู่ในตัวเธอ หยองโอบรับทั้งสองทาง มือหนึ่งกำผ้าปู อีกมือหนึ่งหาผมเจอที่ขอบเตียงแล้วกำข้อมือผมไว้แน่นราวกับสมอ ผมก้มจูบหน้าผากเธอระหว่างจังหวะที่เธอปล่อยลุงโชยออกมาหายใจ «ยังไหวไหม»
เธอมองผม ตาปรือ แต่ยิ้มได้ «ไหว… โออย่าไปไหน»
ลุงบุญซอยได้ไม่กี่สิบจังหวะก็ถอนหายใจหอบ «น้องหยอง ข้างในเธอรัดเหลือเกิน ทั้งดูดทั้งบีบ ลุงอยู่แบบนี้ไม่นานจะหมดก่อน» เขาถอยออกอย่างเสียดาย แล้วพยักหน้าให้เพื่อน «โชยมาบ้าง ผมขอพักก่อน»
ลุงโชยสลับที่โดยไม่รอให้เชิญซ้ำ ความยาวของแกสอดเข้าไปได้ลึกผิดจากความหนา หยองร้องออกมาดังกว่าทุกครั้งที่อยู่กับผม ขาทั้งสองข้างโอบเอวแกเอง แล้วเธอก็เริ่มขยับรับ จังหวะสะโพกที่ผมรู้จักดีบัดนี้มอบให้ชายอื่น ภายใต้สายตาผม และภายใต้คำอนุญาตของเธอ
ลุงบุญก้มลงลิ้มยอดอกที่เด้งตามจังหวะ หยองแอ่นหน้าอกส่งให้ลิ้นแก เสียงในห้องไม้กลายเป็นจังหวะสามชั้น เสียงเนื้อกระทบเสียง เสียงครางของเธอ และเสียงลมหายใจหอบของผู้ชายสามคน
ผมทนอยู่ที่ขอบเตียงไม่ไหวอีกต่อไป หยองเห็นสายตาผม จึงเอื้อมมือมาจับต้นคอผมดึงลง จูบที่แลกกันครั้งนั้นเต็มไปด้วยลิ้น และรสของคนอื่นที่ยังค้างอยู่ในปากเธอ มันแปลก มันร้อน และมันทำให้ผมแข็งจนเจ็บ
«โอเข้ามาในปากหยองบ้าง» เธอกระซิบตอนจูบขาด «หยองอยากมีโออยู่ตรงนี้ด้วย ไม่ใช่แค่ดู»
ผมถอดกางเกงที่เหลือทิ้ง เธอหันรับผมด้วยความคุ้นเคยที่ไม่มีใครในห้องเลียนได้ ลิ้นเธอรู้ว่าผมชอบตรงไหน รู้ว่าเมื่อใดควรดูดลึก เมื่อใดควรเลียช้า แม้ลุงโชยจะซอยเธอถี่จนตัวเธอไหวไปทั้งเตียง ปากของเธอยังอ่อนโยนกับผมอย่างตั้งใจ
ลุงโชยเร่งจังหวะจนหน้าผากเป็นมัน มือกำเอวบางของหยองไว้ «ลุงไม่ไหวแล้ว น้อง ขอก่อนได้ไหม»
หยองปล่อยผม หันไปหาแก ตาเป็นประกาย «มาที่ปากหยองค่ะ หยองอยากรับ อยากรู้รสลุง»
ลุงโชยถอนออก เข่ายันข้างใบหน้าเธอ ลูบเร่งด้วยมือเพียงไม่กี่ครั้ง แล้วสายขาวร้อนก็พุ่งเข้าปากที่เธออ้าให้ ปริมาณมากกว่าที่เธอคาด เธอกลั้นไอ หลับตา แล้วกลืนช้าๆ จนมุมปากสะอาด ลิ้นไล่เก็บที่ปลายของแกจนแกสั่นทั้งตัว
«รสดีค่ะ» เธอบอกอย่างจริงใจจนลุงโชยหลับตาลงราวกับได้รับของขวัญที่รอมาทั้งชีวิต «อุ่น ข้น ไม่ขมอย่างที่หยองกลัว»
ลุงบุญซึ่งฟื้นความแข็งกลับมาอีกครั้ง เข้าประจำที่ระหว่างขาเธอใหม่ คราวนี้เขาไม่ช้าเหมือนตอนแรก จังหวะกระแทกหนักและลึก เตียงไม้ร้องครืดคราด หยองร้องรับทุกครั้งที่สะโพกแกชน สองมือตะกุยหลังกว้างของแก แล้วหันมาหาผมให้ช่วยคลึงหน้าอกที่เด้งตามแรง
ผมนั่งข้างๆ ปากดูดยอดอกข้างหนึ่ง มือนวดอีกข้าง องคชาตของผมแตะแก้มเธอเป็นระยะ เธอหันมากินเป็นพักๆ แล้วปล่อยเพื่อคราง ลุงบุญพูดหอบว่าไม่เคยได้สัมผัสผู้หญิงที่ทั้งแน่นและหวานอย่างนี้มาตลอดอายุของแก
จังหวะหนึ่งหยองดันอกเขาให้ถอยเล็กน้อย ลมหายใจยังไม่เป็นเส้น «หยองอยากลองสองทางพร้อมกัน» เธอมองผม แล้วมองลุงบุญ «ลุงบุญนอนหงายค่ะ หยองจะขึ้นคร่อม ส่วนโอ… ถ้าโอยังอยาก และถ้าลุงไม่รังเกียจ โอเข้าทางด้านหลัง หยองเคยให้โอตรงนั้นแล้ว หยองรับไหว»
ลุงบุญพลิกตัวลงนอนโดยเร็ว หยองคร่อมเอวแก มือเองจัดความหนาของเขาให้ตรงทาง แล้วค่อยๆ นั่งลงจนสะโพกแนบหน้าท้องแก เสียงเธอหลุดเป็นครางยาวตอนรับเขาได้สุดลำ เธอก้มตัวไปข้างหน้า จูบลุงบุญอย่างลึก หลังแอ่นเป็นทางให้ผม
ผมหยิบน้ำมันนวดจากลิ้นชักหัวเตียง ทาให้เธอและทาให้ตัวเองอย่างใจเย็น แม้ทั้งห้องจะร้อนจนทนแทบไม่ไหว นิ้วผมคลายเธอก่อนหนึ่งนิ้ว สองนิ้ว จนเธอพยักหน้าโดยไม่ละจากปากของลุงบุญ แล้วผมจึงสอดเข้าทางด้านหลังอย่างช้าที่สุดเท่าที่ความอยากจะยอม
ความแน่นนั้นเกินกว่าทุกครั้งที่เราสองคนเคยลอง เพราะด้านหน้าเธอถูกเติมเต็มอยู่แล้ว หยองปล่อยจูบ หน้าผากซบไหล่ลุงบุญ เสียงที่ออกมาแทบไม่เป็นคำ «โอ๊ย… โอ… เต็มไปหมด อย่าขยับพร้อมกันเร็วนัก ขอสักครู่»
เราหยุดให้เธอปรับลมหายใจ สามหัวใจเต้นคนละจังหวะบนเตียงเดียวกัน พอยอดอกเธอเริ่มถูกับอกของลุงบุญเอง และสะโพกเธอขยับเป็นสัญญาณ ผมจึงซอยช้า ลุงบุญดันขึ้นจากด้านล่างในจังหวะที่สลับ ไม่ให้ทั้งสองทางถาโถมพร้อมกันตั้งแต่แรก
หยองค่อยๆ คลาย ครางกลายเป็นเสียงหัวเราะพรุนในลำคอ แล้วเป็นเสียงขอให้แรงขึ้นอีกนิด ผมเพิ่มจังหวะ ลุงบุญตามมา เธออยู่ระหว่างเรา ตัวเล็กแต่รับทั้งคู่ได้ไหว เหงื่อทำให้ผิวเธอวับภายใต้ไฟอำพัน
ลุงโชยซึ่งนั่งพักอยู่ที่เก้าอี้ริมเตียง เริ่มลูบตัวเองอีกครั้งขณะมองภาพตรงหน้า หยองเหลือบไปเห็น แล้วยื่นมือเรียก «ลุงโชยมานี่ค่ะ อย่านั่งคนเดียว ปากหยองยังว่าง»
แกเดินเข้ามาด้วยความยาวที่ฟื้นคืน หยองอ้าปากรับขณะที่ด้านล่างยังถูกเติมจากสองทาง ภาพนั้นทำให้ลมหายใจผมสะดุด ความคิดใดๆ ที่เหลืออยู่นอกห้องนี้ดับสนิท เหลือเพียงเสียงเนื้อ เสียงครางอู้อี้ในลำคอเธอ และความร้อนที่บีบรัดผมจนใกล้จะหมดแรงยั้ง
ลุงบุญส่งเสียงในลำคอ «ลุงไม่ไหวแล้วเหมือนกัน»
ผมก็อยู่ที่ขอบเช่นเดียวกัน หยองปล่อยลุงโชย หันหน้ามา ผมเปียกติดแก้ม ตาใสแจ๋ว «ออกมาทั้งคู่ค่ะ หยองจะรับในปาก หยองอยากกินให้หมด»
เธอลุกจากตักลุงบุญอย่างระวัง แล้วทรุดคุกเข่าบนเตียงระหว่างเรา หลังตรง ปากอ้าเล็กน้อย มือหนึ่งวางบนต้นขาผม อีกมือวางบนต้นขาลุงบุญ เราทั้งสองลูบเร่งตนเองข้างใบหน้าเธอ ลุงบุญถึงก่อน สายแรกพุ่งแรง เธอหันรับทัน กลืนและดูดปลายจนแกหมดคำจะคราง เหลือเพียงมือที่สั่นบนผมเธอ
«ทางนี้ค่ะหยอง» ผมเรียกแทบไม่เป็นประโยค
เธอหันมาทันที รับผมเข้าปากในจังหวะที่ผมปล่อย ผมกระตุกทั้งตัว เธอไม่ถอย กลืนช้าเหมือนที่ทำให้ลุงบุญ แล้วเลียทำความสะอาดจนผมต้องดึงตัวออกเพราะเสียวเกินจะทน
ลุงโชยที่ยังไม่ถึง เรียกเธอด้วยเสียงแหบ «น้อง ยังมีลุงอีกคน»
หยองหันไปโดยไม่บ่น ไม่เร่ง รับแกเข้าปากอีกครั้ง ใช้ทั้งลิ้นและมือช่วยจนลุงโชยซึ่งใกล้ขอบอยู่แล้วปล่อยชุดที่สองในคืนนั้น น้อยกว่าครั้งแรก แต่เธอก็รับจนเกลี้ยง แล้วเงยหน้ายิ้มกับผู้ชายทั้งสาม ด้วยริมฝีปากแดงและดวงตาที่ยังไม่ดับไฟ
«อร่อยทุกคนเลยค่ะ» เธอบอก แล้วหัวเราะเบาเมื่อเห็นเราสามคนยืนงันด้วยความหมดแรง «ทำตาแบบนั้นทำไม หยองสมัครใจเองทุกอย่าง»
เราทรุดลงบนเตียงกว้างที่ไม่กว้างพอสำหรับสี่คนนัก หยองนอนกลาง ศีรษะซบหน้าอกผม ขาพาดผ่านต้นขาลุงบุญ มือลุงโชยวางบนเอวเธออย่างคนที่ยังไม่เชื่อว่าตนได้รับอนุญาตให้แตะ ลมจากช่องไม้ที่ครั้งหนึ่งเป็นที่ซ่อนของสายตาแอบมอง บัดนี้พัดเหงื่อบนผิวเราทั้งสี่ให้เย็นลง
หยองเป็นคนเริ่มพูดอีกครั้ง เสียงงัวเงียแต่ชัด «คืนนี้หยองยังไม่หมดแรง และหยองยังอยากต่อ ถ้าใครไหว เมื่อไหร่พร้อมก็ปลุกหยองได้ ถ้าคืนนี้ไม่พอ พรุ่งนี้หยองก็ยินดี ตราบใดที่ทุกคนยังเคารพคำว่าพอของกันและกัน»
เธอเงยหน้ามองเราทีละคน «หยองจะเรียกทั้งสามคนว่าผัว ในห้องนี้ ในเรื่องนี้ โอคือผัวคนแรก คนที่หยองรักและกลับบ้านด้วยทุกวัน ส่วนลุงทั้งสองคือผัวในคืนที่เราตกลงกัน หยองไม่ไปหาใครลับหลัง ไม่มีช่องไม้อีกต่อไป ถ้าจะมี ต้องมีบนเตียงนี้ พร้อมกัน»
ผมจูบผมเธอแทนคำตอบ «โอไม่โกรธ โออยู่ตรงนี้»
ลุงบุญพึมพำว่าแกจะไม่ทำให้คำพูดนี้ต้องกลายเป็นเรื่องเหล้าใต้ต้นไม้ ส่วนลุงโชยนิ่งนานกว่าเพื่อน ก่อนจะสูดหายใจแล้วพูดกับเพดานไม้เก่า
«ตั้งแต่วันนี้ ค่าเช่าบ้านหลังนี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเธออยู่ได้ตลอดไป ในฐานะคนในรั้วเดียวกัน» แกหันมาหาหยอง สายตาที่เคยหิวโหยกลายเป็นอย่างอื่น อ่อนลง และจริงจัง «แต่คำสัญญาสำคัญกว่าค่าเช่า ถ้าวันไหนเธอหรือน้องโอเปลี่ยนใจ ทุกอย่างจบได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าผมจะไล่ออกจากบ้าน»
หยองยิ้ม เอื้อมไปจับมือแกและมือผมไว้ในเวลาเดียวกัน «ตกลงค่ะ ข้อตกลงลับของบ้านหลังนี้ เริ่มคืนนี้ และจะอยู่ต่อไป ตราบใดที่ยังเป็นความเต็มใจของทุกคน»
นอกหน้าต่าง ทุ่งนาอยุธยาหลับอยู่ในความมืด มีเพียงเรือนไม้หลังเล็กที่ไฟหัวเตียงยังไม่ดับ และสี่ร่างกายที่ค่อยๆ ค้นจังหวะใหม่ของกันและกัน อย่างเปิดเผย อย่างยอมรับ และอย่างร้อนรน โดยไม่มีใครต้องแอบอีกต่อไป
