ปีนั้นผมอายุยี่สิบสาม เพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานต้อนรับในร้านคอฟฟี่แห่งหนึ่งของจังหวัดทางเหนือ ร้านเปิดจนดึก ไฟในโถงเป็นสีอำพัน กลิ่นกาแฟคั่วใหม่คละกับน้ำหอมจางๆ ของนักร้องทุกคืน บนเวทีไม้เล็กๆ มีสาวๆ ผลัดกันจับไมค์ร่วมสิบชีวิต แต่สายตาผมมักจะค้างอยู่ที่คนเดียว คนที่ทั้งร้านเรียกอย่างเอ็นดูว่าพี่กุ้ง
พี่กุ้งอายุยี่สิบแปด เป็นสาวสันทราย เชียงใหม่ ใบหน้าหวานและคมในคราวเดียวกัน เวลาเธอยิ้มจะมีเขี้ยวเล็กๆ โผล่กับลักยิ้มข้างแก้ม ผิวขาวเนียน เรือนร่างอวบอิ่มอย่างผู้หญิงเต็มตัว สะโพกกลมได้รูปจนชุดราตรีบนเวทีขยับตามจังหวะอย่างน่ามอง แต่สิ่งที่ทำให้พนักงานอย่างพวกผมรักเธอมากกว่าความงาม คือนิสัยที่ไม่มีทีท่าว่าตัวเองเป็นดาวเด่นของร้าน
เธอลงจากเวทีแล้วยังมานั่งแหย่พวกเราที่เคาน์เตอร์ ถามไถ่ว่าวันนี้แขกดุหรือเปล่า ใครโดนต่อว่าบ้าง วันไหนได้มาลัยมาก เธอแบ่งทิปให้เด็กเสิร์ฟไม่เคยขาด ใครเดือนชนเดือน เดินไปยืมเธอได้โดยไม่ต้องเกรงใจเกินไปนัก พี่กุ้งหัวเราะง่าย และหัวเราะจริงด้วย รอยยิ้มนั้นมีไว้ให้คนในร้านพอๆ กับที่มีไว้ให้แขก
เธอเช่าบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังเล็กๆ ไว้ชานเมือง อยู่คนเดียว บางคืนมีรถหรูมารอรับตอนเลิกงาน ส่วนมากเป็นแขกประจำกระเป๋าหนักของร้าน เธอเลือกคนเพียงไม่กี่คน เป็นข้าราชการระดับสูงหรือนักธุรกิจที่เธอไว้ใจได้ในแบบของเธอ ส่วนพวกเรา พนักงานรุ่นน้องสี่คนที่เธอสนิท เธอปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง วันไหนเหงาเกินไป เธอจะชวนไปนั่งดื่มที่บ้าน พอดึกก็ไล่ให้กลับ ก่อนใครจะกล้าข้ามเส้น
สี่คนนั้นคือผม ป้อมซึ่งอายุยี่สิบสี่ แดงยี่สิบสอง และไมค์ยี่สิบสาม เราทำงานร้านเดียวกัน ปิดร้านด้วยกัน และค่อยๆ กลายเป็นน้องชายที่เธอไว้ใจพอจะเปิดบ้านให้เข้าไปนั่ง ทุกคนรู้ว่าตัวเองแอบมองเธอมากกว่าที่น้องชายควรจะมอง แต่ก็ไม่มีใครพูดเรื่องนั้นตรงๆ จนกว่าคืนหนึ่งจะเปลี่ยนระยะห่างทั้งหมด
ความสนิททำให้เราได้ยินเรื่องที่เธอไม่เล่าบนเวที พี่กุ้งเคยมีสามีที่กรุงเทพ สามีคนนั้นไม่ยอมทำงาน เอาแต่หลงอยู่กับเกมฟุตบอล จนเธอเหนื่อยใจและแยกทาง หลังเลิกกันเธอเบื่อเมืองหลวง จึงย้ายมาเริ่มใหม่ต่างจังหวัด งานแรกคือพนักงานต้อนรับของโรงแรมแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ อยู่มาวันหนึ่งมีคนทักว่าหน้าตาและทรวดทรงแบบนี้ ถ้าร้องเพลงต้องมีคนจำได้แน่ เธอจึงลองขึ้นเวที และดังจริงอย่างที่เขาว่า
จากนั้นเธอเปลี่ยนร้านมาสามสี่แห่ง ก่อนจะปักหลักที่ร้านของเราได้ครึ่งปี เงินเก็บเริ่มมี เพราะแขกใจดีและเพราะเธอใช้ชีวิตอย่างรู้จักประมาณ บ้านหลังเล็กของเธอจึงมีทั้งเครื่องเสียง คาราโอเกะ และคอมพิวเตอร์เก่าที่เธอใช้เปิดเพลงซ้อม ทุกอย่างเรียบง่าย แต่เป็นของคนที่ตั้งหลักด้วยตัวเองได้แล้ว
จนกระทั่งร้านประกาศปิดสามวัน เพื่อปรับปรุงระบบเครื่องเสียง พี่กุ้งโทรมาหาพวกเราเสียงสดใส อยากไปแก้เหงาที่น้ำตก ผมกับป้อม แดง และไมค์ตอบรับแทบไม่ทันคิด เราเป็นกลุ่มที่เธอชวนเสมอเวลาอยากได้เพื่อนที่เธอไม่ต้องแต่งตัวเป็นนักร้องให้
เช้าวันนัด รถเก๋งเล็กของเธอจอดรออยู่หน้าทางเข้าซอยที่พวกเราเช่าห้องอยู่ เธอโบกมือเรียกจากกระจกที่เปิดลง วันนั้นเธอใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีอ่อนกับกางเกงขาสั้น ขาขาวพ้นชายผ้าออกมาทั้งท่อน ตอนเธอนั่งเอนรอ พวกเราเดินมาถึงรถพร้อมกันแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งโดยไม่นัดหมาย พี่กุ้งหัวเราะก่อนใคร จะมองอะไรกันนักหนา ขึ้นมาได้แล้ว
ทางไปน้ำตกเต็มไปด้วยเสียงหยอกล้อ เพลงจากวิทยุ และลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง ถึงลำธารแล้วเราปูเสื่อ กินของที่เธอเตรียมมา และลงเล่นน้ำกันจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม เวลาพี่กุ้งเดินย้อนกระแสน้ำ ผ้าบางๆ แนบกับเรือนร่างตามจังหวะก้าว แสงแดดผ่านพุ่มไม้เป็นจุดๆ บนผิวเธอ พวกเราพยายามมองให้เนียน แต่คงเนียนไม่สำเร็จ
เธอหันมาจับได้พอดี แล้วยิ้มเขินปนซน มองอะไรมากมาย เวลาพี่ขึ้นร้องบนร้าน ชุดยังเปิดมากกว่านี้อีกนะ พูดอย่างนั้นแล้วเธอก็หัวเราะลั่นน้ำตก เราหัวเราะตาม ทั้งที่ยอมรับในใจว่าบรรยากาศลำธารกับบรรยากาศเวทีคนละอุณหภูมิ บนเวทีเธอสว่างใต้ไฟ ที่นี่เธอเป็นผู้หญิงที่เพิ่งได้หยุดสามวัน และดูเบาลงจนน่าเอ็นดู
ระหว่างเล่นน้ำ เธอชอบแกล้งว่ายน้ำมากดหัวพวกเรา มือเรายันไหล่เธอไว้ ฝ่ามือผ่านช่วงเอวและสะโพกโดยไม่ได้ตั้งใจในครั้งแรก จากนั้นก็เริ่มรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจเพียงอย่างเดียว เรือนร่างเธออวบอิ่ม เนื้อแน่นและอุ่นแม้ในน้ำเย็น พี่กุ้งหัวเราะแล้วบิดตัวหนีอย่างคนที่รู้ว่าตัวเองถูกมอง และเลือกจะเล่นต่อ
เราอยู่จนแสงเริ่มเอียง ประมาณสี่โมงจึงขึ้นจากน้ำ แวะร้านอาหารอีสานข้างทางอีกมื้อ เธอคว้าบิลไปก่อนที่ใครจะแย่งได้ อย่างที่เคยทำเสมอ ข้าวและลาบวางเต็มโต๊ะ เสียงช้อนกระทบจานกลบความเหนื่อยได้ดี พอรถเลี้ยวเข้าถนนชานเมือง เธอถามขึ้นเบาๆ ว่าคืนนี้พวกเราว่างกันไหม
ว่างครับ เสียงสี่คนทับกันจนเธอหัวเราะ งั้นไปกินต่อที่บ้านพี่นะ อยากเมาให้สนุกสักวันหนึ่ง โดยไม่มีแขกไม่มีเวที พอเธอพูดจบ ผมเหลือบไปเห็นป้อมอมยิ้มให้แดง ส่วนไมค์มองออกไปนอกหน้าต่างทั้งที่มุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
ถึงบ้านเธอฟ้ามืดแล้ว บ้านชั้นเดียวมีระเบียงแคบๆ ไฟหน้าบ้านสีวอร์มเปิดรอ ภายในมีทุกอย่างสำหรับคนรักเพลง ทั้งลำโพง ไมค์คาราโอเกะ และจอเก่าที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ พวกเราช่วยกันยกเหล้า น้ำแข็ง และของกินที่ซื้อแวะขึ้นมาตั้งวงบนพื้น กลางวงมีโต๊ะเตี้ยตัวหนึ่ง
พี่กุ้งขอตัวไปอาบน้ำก่อน พอกลับออกมา ห้องนั่งเล่นเงียบไปชั่วขณะ เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวสีชมพูอ่อน ผ้าบางพอให้เห็นเนินอกกับหน้าท้องที่ยังชื้นผมนิดๆ และกางเกงขาสั้นเอวต่ำตัวจิ๋ว ขอบผ้าด้านหลังสูงจนส่วนโค้งของสะโพกเกือบพ้นชาย ผมกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เธอดูสดใส เหมือนคนที่ได้หายใจเต็มปอดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
วงเหล้าเริ่มจากเพลงช้า แล้วค่อยดังขึ้นตามแก้วที่ว่าง เธอดื่มมากกว่าทุกครั้งที่เราเคยมาบ้าน แต่สายตายังใส ยังพูดจาเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแก้มเริ่มแดงและเสียงหัวเราะยาวขึ้น ป้อมซึ่งเมากว่าเพื่อน จ้องขอบกางเกงของเธอจนอดไม่ได้ เอ่ยขึ้นกลางเพลงว่า พี่กุ้ง ขอบกางเกงพี่มันขึ้นสูงจนเห็นร่องแล้วนะครับ
เธอหัวเราะจนตัวงอ โผล่ก็โผล่ไปสิจ้ะ สะโพกพี่ไม่ได้มีลายให้ต้องปิด แล้วเธอก็ยังนั่งขัดสมาธิอย่างเดิม ปล่อยชายผ้าไว้ตามที่มันอยากอยู่ คำพูดนั้นทำให้พวกเราเข้าใจตรงกันว่า คืนนี้เธออยากถูกมองอย่างคนที่เธออนุญาตแล้ว
เราจึงเลิกแสร้งทำเป็นเมิน ตาเดินตามช่วงขา เอว และร่องผ้าเวลาเธอเอี้ยวตัวไปหยิบน้ำแข็ง เธอรู้ และยิ้มให้ทุกครั้งที่จับได้ ราวกับความเขินเป็นเครื่องปรุงอย่างหนึ่งของเกมนี้ เป็นประตูที่เธอเป็นคนเปิดเอง
ดึกขึ้นเธอร้องเพลงที่พวกเราขอ บางเพลงเธอลุกไปยืนกลางห้อง โยกตัวเบาๆ อย่างที่ทำบนเวที ต่างกันที่นี่ไม่มีสปอตไลต์ มีแต่ไฟห้องนั่งเล่นกับสี่หนุ่มที่กลั้นหายใจ เสื้อสายเดี่ยวขยับตามจังหวะ เงาของเรือนร่างตกบนผนังเป็นคลื่น พอเธอย่อตัวลงมาส่งไมค์ให้ผม กลิ่นสบู่กับเหล้าอ่อนๆ ก็ปนกันจนผมลืมเนื้อร้องท่อนต่อไป
ใกล้สามทุ่ม ไมค์วางแก้วลงแล้วพูดเสียงต่ำกว่าปกติว่า ถ้าพี่จะให้ทิปพิเศษน้องๆ สักอย่าง ถอดเฉพาะตัวในออกได้ไหมครับ เหลือแค่เสื้อตัวนี้ เธอมองหน้าพวกเราทีละคน ไม่มีใครเร่ง ป้อมยกมือทำท่ายอมแพ้ก่อน ถ้าพี่ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะครับ พี่กุ้งอมยิ้ม แก้มยิ่งแดง แล้วพูดว่า นึกว่าพวกนี้จะกล้าขอแค่ไหน
เธอสอดมือเข้าไปใต้เสื้อ ปลดขอเกี่ยวอย่างคนที่ตัดสินใจเอง ดึงผ้าระบายออกมาวางข้างตัว เสื้อสายเดี่ยวยังอยู่ แต่ปลายยอดของหน้าอกดึงผ้าให้เป็นจุดกลมเล็กๆ สองจุด ห้องเงียบจนได้ยินน้ำแข็งกระทบแก้ว เธอหลุบตาลงครู่หนึ่ง แล้วเงยขึ้นหัวเราะเขินๆ ว่า พอใจหรือยังคะ น้องๆ
ผมตอบว่าสวยครับ ทั้งที่ไม่รู้จะหาคำไหนให้สุภาพและซื่อพอในเวลาเดียวกัน เธอจิบเหล้าอึกหนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากความขำมาเป็นความจริง พวกน้องบริการคนทั้งร้านมาทั้งปี พี่ก็บริการแต่แขก ไม่เคยมีคืนไหนที่ได้ตอบแทนเด็กๆ ที่ดีกับพี่เลย คืนนี้ถ้าน้องอยากให้พี่ทำอะไร บอกได้ แต่ต้องบอกตรงๆ และพี่มีสิทธิ์หัวเราะใส่ได้ด้วย
คำเชิญนั้นทำให้หัวใจผมตุบดังกว่าลำโพง ป้อมพูดก่อนว่า พวกผมไม่อยากให้พี่มานั่งบริการจนเหนื่อยครับ อยากดูแลพี่มากกว่า เธอเบ้ปากอย่างชอบใจ แต่ก็ลุกไปชงเหล้าให้ครบสี่แก้วเอง แล้วคว้าไมค์มานั่งร้องเบียดวงอย่างที่เธอเคยทำกับแขกประจำ ต่างกันที่คืนนี้คนฟังคือพวกเรา และเธอได้เลือกเองว่าจะนั่งใกล้ใคร
ตอนเธอนั่งลงข้างผม ต้นขาอุ่นๆ ชิดเข่าผม ผมลองวางฝ่ามือลงบนหัวเข่าเธอเบาที่สุดเท่าที่ทำได้ เธอเหลือบมามอง แล้วยิ้มมุมปากโดยไม่ปัดมือออก เพลงยังเดินต่อ เสียงเธอสั่นนิดๆ ตรงท่อนสูง ป้อมขอร้องคู่ เธอหัวเราะแล้วลุกไปนั่งบนตักเขาอย่างคนให้รางวัล ป้อมกอดเอวเธอหลวมๆ มือไม่ล่วงล้ำเกินผ้า เธอเอนหลังพิงอกเขา แล้วยังร้องต่อได้
ผมเลื่อนฝ่ามือจากหัวเข่าขึ้นมาที่ต้นขาช้าๆ แดงจับข้อมือเธอเล่น ไมค์ช่วยประคองแก้วที่เธอเกือบเอียง ทุกการสัมผัสยังอยู่ในเขตที่เธอยิ้มให้ ถ้าใครเร่ง เธอจะตบมือนั้นเบาๆ แล้วส่ายหน้า ถ้าใครอ่อนโยน เธอจะปล่อยให้ค้างอยู่ เธอยังเลือกได้ตลอดเวลา พูดชัด หัวเราะเป็นจังหวะ และมองหน้าคนที่แตะต้องเธอทุกครั้ง
ระหว่างชงเหล้าแก้วใหม่ เธอเล่าว่าตอนสาวๆ ชีวิตควรจะไปได้สวยกว่านี้ เธอเรียนจบปวช. และเคยขึ้นประกวดเวทีงานจังหวัดหลายครั้ง ได้ทั้งตำแหน่งชนะเลิศและรองชนะเลิศ แต่เลือกคนผิด จึงหลุดจากทางที่ครอบครัวเคยวาดไว้ มาเป็นคนใช้เสียงหาเลี้ยงตัวในร้านดึก เธอเล่าโดยไม่สงสารตัวเอง เพียงมีวรรคหนึ่งที่เสียงแผ่วลง
ผมถามว่าพี่เคยเป็นนางงามจริงหรือครับ เธอทำตาโตอย่างคนถูกท้า แล้วลุกไปห้องนอน กลับมาพร้อมอัลบั้มปกหนังหนา ภาพในนั้นคือเธอในชุดราตรีประกวด สงกรานต์บ้าง ลอยกระทงบ้าง มงกุฎเล็กๆ ประคองอยู่บนผมรวบ รอยยิ้มยังเป็นรอยยิ้มที่มีเขี้ยวกับลักยิ้มแบบเดิม เราชมอย่างจริงใจว่าสง่างาม เธอมองภาพเก่าด้วยความภูมิใจที่ไม่ได้ขอให้ใครมาปลอบ
เธอพลิกผ่านภาพชุดลำลองสมัยเริ่มทำงาน ยืนยิ้มข้างสวนดอกไม้กับเพื่อนสาว ในกางเกงขายาวและเสื้อสีพื้น แล้วเล่าว่าหลังจบการศึกษามีคนชวนไปเดินแบบหลายครั้ง แต่สามีเก่าห้ามไว้แทบทุกหน ภาพในเล่มนั้นจึงเป็นเวทีประกวดกับชีวิตธรรมดา เป็นความภาคภูมิของเธอคนละลิ้นชักกับสิ่งที่เธอกำลังจะตัดสินใจเปิดให้ดู
ป้อมซึ่งไม่เคยรู้จักคำว่ายั้งใจนาน เอ่ยขึ้นขณะเธอกำลังพลิกหน้าว่า แล้วอย่างพี่รูปร่างขนาดนี้ เคยมีภาพที่กล้ากว่านั้นบ้างไหมครับ ภาพที่ไม่ได้ตั้งใจให้ใครนอกจากคนรักเห็น พี่กุ้งนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วหยุดที่ขอบอัลบั้ม แล้วตอบเบาๆ ว่ามี เพราะคนเก่าเขาชอบถ่ายเก็บไว้ดูคนเดียว สมัยที่พี่อยู่กับเขาและพี่โตเต็มที่แล้วทั้งคู่
ป้อมก้มหัวลงเกือบถึงเข่า อ้อนเสียงอ่อยว่า ถ้าพี่ไว้ใจพวกผม ขอดูสักครั้งได้ไหมครับ จะไม่เล่าให้ใครฟัง แดงกับไมค์พยักหน้าตาม ผมไม่ได้เร่ง เพียงพูดว่าถ้าพี่ไม่สบายใจ ก็ปิดอัลบั้มได้เลยครับ คืนนี้มีพี่นั่งอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว เธอมองผม แล้วมองคนอื่นๆ ก่อนจะถอนใจปนหัวเราะ ดูได้ แต่เก็บไว้ในห้องนี้เท่านั้นนะ ใครปากสว่าง พี่ไม่เปิดบ้านให้อีก
เรารับคำกันทันที เธอเดินเข้าห้องนอนอีกครั้ง คราวนี้กลับออกมาพร้อมแผ่นซีดีในซองกระดาษ บอกว่าย้ายรูปพวกนั้นออกจากโทรศัพท์มานานแล้ว เก็บไว้แบบนี้จะได้ไม่ไปโผล่ในที่ที่ไม่ควร เธอเปิดคอมพิวเตอร์เก่า รอจนจอสว่าง แล้วเลือกโฟลเดอร์แรกด้วยมือที่ยังลังเลอยู่เสี้ยววินาที
ภาพแรกถ่ายที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในวันที่เธออายุยี่สิบกลางๆ แล้ว เธอยืนริมสระในบิกินีสีอ่อนตัวเล็ก ผิวขาวตัดกับน้ำสีฟ้า ยิ้มให้กล้องจนลักยิ้มชัด เรือนร่างอวบอิ่มเต็มชุดจนผ้าแทบไม่เหลือพื้นที่ให้เดา ป้อมอุทานก่อนใคร แดงตบเข่าตัวเอง ไมค์นิ่ง แต่กลืนน้ำลายดัง พี่กุ้งหัวเราะทั้งเขินทั้งสมใจ คนอะไรกัน เห็นภาพยังทำเสียงได้ขนาดนี้
เธอจิบเหล้าแล้วเลื่อนภาพต่อ ชุดถัดไปยังอยู่ที่ระเบียงไม้ของรีสอร์ตเดียวกัน คราวนี้ด้านหลังเหลือเพียงเส้นสายบางๆ ลอดระหว่างความโค้งของสะโพก แสงเย็นทำให้ผิวเธอดูนุ่มจนแทบคลำได้จากจอ ผมพูดออกไปเองว่าสะโพกพี่สวยมากครับ สวยแบบที่ยืนนิ่งก็ยังเหมือนกำลังเคลื่อน เธอหลุบตา แต่มุมปากยกขึ้นอย่างคนที่รอคำนี้มานานกว่าที่เธอจะยอมรับ
จากนั้นกลายเป็นเกมที่เธอเองก็สนุก ภาพไหนพวกเราชมตรง เธอจะหยุดค้างไว้ ถามซ้ำอย่างหยอกว่าตรงไหน ทำไมถึงชอบ เราตอบตามที่เห็น ช่วงเอว แนวหลัง รอยยิ้มที่ไม่ได้ทำเพื่อประกวด เธอหัวเราะทุกครั้งที่ได้ยินคำชมที่ไม่หวานเลี่ยน และตาเป็นประกายอย่างคนที่รู้ว่าคืนนี้ตัวเองมีอำนาจทั้งหมดในมือ
พอถึงโฟลเดอร์ท้าย เธอเลื่อนเมาส์ช้าลง บอกว่าชุดนี้พี่ยังไม่แน่ใจ บนระเบียงเดิม ผ้าชิ้นบนของเธอไม่อยู่แล้ว ในภาพแรกเธอยกแขนปิดอก ใบหน้ายิ้มแบบคนที่ทั้งกล้าและกลัว ป้อมขอร้องว่าขอดูต่อได้ไหมครับ ถ้าพี่ปิดไว้เราก็จะจำแค่เท่าที่พี่ให้ เธอกลอกตา แล้วคลิกต่อเอง
ภาพหลังๆ เธอปล่อยมือลง หน้าอกทั้งสองข้างได้รับแสงระเบียงเต็มๆ ปลายยอดสีชมพูเข้มในอากาศเย็น ท่าโพสของเธอเป็นท่าของคนที่กำลังเล่น และกำลังเพลิดเพลินกับตัวเอง ห้องนั่งเล่นของเราเงียบอีกครั้ง ไมค์พูดแรกสุดว่าสวยจนไม่รู้จะพูดต่อยังไงครับ พี่กุ้งหน้าแดงจัด แต่ไม่ได้กดปิดจอ
เธอเอ่ยขึ้นเองว่า ที่ยอมให้ดูเพราะรู้ว่าพวกน้องดีกับพี่ คนอื่นพี่ไม่เปิดให้หรอกนะ แม้แต่แขกที่ให้เงินทั้งคืน พี่ก็ไม่เคยเอาภาพเหล่านี้ไปวางบนโต๊ะ ประโยคนั้นทำให้ผมรู้สึกทั้งหนักและอบอุ่น มันคือการมอบความไว้ใจก้อนหนึ่งให้อยู่ในวงเหล้าสี่ใบ
ผมหันจากจอไปหาเธอ ป้อมยืนโอบเอวเธออยู่แล้ว ปากยังชมภาพบนจอ มือวางนิ่งบนช่วงเอว ผมเดินเข้าไปด้านหลัง ลองใช้หลังฝ่ามือลูบโค้งสะโพกผ่านผ้าบางๆ เพียงครั้งเดียว พี่กุ้งหันขวับ ทำหน้าดุ แล้วตบมือผมดังแปะ แต่สายตาไม่ได้ไล่ เธอพูดว่า เบาๆ สิ แล้วก็อย่าเพิ่งเข้าไปมากกว่านี้นะ
ผมตอบว่ารับทราบครับ แล้วลูบซ้ำด้วยแรงที่เบากว่าเดิม เนื้อเธอแน่น อุ่น และขยับตามลมหายใจ เธอไม่ได้ตบครั้งที่สอง เพียงกัดริมฝีปากแล้วยิ้มให้แดงที่กำลังยกคิ้วถามโดยไม่ใช้คำ แดงเข้าใจว่ายังไม่มีคิวของตัวเอง จึงนั่งลงกอดเข่า ดูเธออย่างคนที่ยินดีจะรอ ไมค์ก็เช่นกัน เขายกแก้วให้เธอแทนการยื่นมือ
ป้อมเลื่อนฝ่ามือจากเอวมาที่หน้าท้องแบนเรียบของเธอ ถามก่อนว่าตรงนี้ได้ไหมครับ เธอพยักหน้าครั้งหนึ่ง สัมผัสนั้นทำให้เธอสูดหายใจสั้นๆ แล้วหัวเราะออกมาเพื่อกลบความสั่น ผมยังอยู่ที่สะโพก ชมต่อว่าทั้งในรูปและตรงนี้ มันเป็นของผู้หญิงคนเดียวกันจริงๆ เธอตีแขนผมเบาๆ ปากว่านักวิจารณ์ แต่ตัวเอนมาหาวงสัมผัสแทนที่จะถอย
ป้อมมองจอแล้วถามต่อว่า อดีตเคยถ่ายจนไม่เหลือผ้าบ้างไหมครับ ผมว่าต้องมี ถ่ายมาไกลขนาดนี้แล้ว พี่กุ้งอึ้ง แก้มร้อนจนผมรู้สึกได้แม้ไม่ได้แตะหน้าเธอ เธอตอบว่ามีอยู่บ้าง คนเก่าเขาอยากเก็บไว้ดู เสียงเธอค่อยจนเพลงคาราโอเกะที่ไม่มีใครสนใจกลบเกือบมิด
ป้อมอ้อนอีกครั้งว่า ขอครั้งเดียวจริงๆ ครับ พี่จ๋า แดงพูดเสริมว่าถ้าพี่ส่ายหน้าเดี๋ยวนี้ พวกผมปิดเครื่องให้เอง ผมมองตาเธอ แล้วพูดว่าคำตอบไหนพี่ก็ยังเป็นพี่กุ้งของพวกเราอยู่ดี เธอเบะปาก ทำเป็นบ่นว่าพอใจดีเท่าไหร่ก็ได้ใจเท่านั้น เห็นไหล่เห็นหลังไปแล้วยังไม่พอ น้องๆ พวกนี้ไม่รู้จักพอจริงๆ
แต่เธอหัวเราะท้ายประโยค และไม่มีใครเข้าไปคลิกเอง เราปล่อยให้มือเธออยู่บนเมาส์คนเดียว เธอถอนหายใจยาว วันนี้ตามใจสักหน่อย แป๊บเดียวนะ พี่อายพวกเธอเหมือนกัน อย่าให้พี่ต้องเสียใจที่ไว้ใจ
โฟลเดอร์ที่เปิดขึ้นเป็นห้องน้ำของรีสอร์ตนั้น กระจกฝ้ามีไอน้ำบางๆ เธอยืนใต้ฝักบัวในภาพโดยไม่มีผ้าเหลืออยู่เลย น้ำเป็นสายบางๆ ผ่านเนินอก สะโพก และแนวเรียวของเอว ลงไปจนถึงเนินน้อยที่ปกคลุมด้วยขนนุ่มสีเข้มอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าเธอในภาพหันมาหาเลนส์ครึ่งหนึ่ง ตาหยีเพราะน้ำ ยิ้มบางๆ ของคนที่อยู่ในที่ซึ่งคิดว่ามีเพียงคนรัก
ป้อมเปล่งเสียงชมจนตัวเองต้องปิดปาก แดงกระซิบว่าสวยจริงๆ ครับ ไมค์นิ่งแล้วส่ายหน้าอย่างคนที่ยอมแพ้ต่อความงาม ผมพูดใกล้หูเธอแผ่วๆ ว่าขอบคุณที่ให้ดูครับ พี่กุ้งครางในลำคอเบาๆ แบบคนที่ทั้งอายและพอใจ แล้วซบหน้าลงบ่าป้อมครู่หนึ่ง ว้า โป๊ขนาดนี้ พี่เขินพวกเธอจะแย่
พวกเรารับคำเขินนั้นไว้ด้วยความนิ่ง ผมลูบสะโพกเธอผ่านกางเกงขาสั้นช้าลงจนเกือบนิ่ง ป้อมกอดเอวแน่นขึ้นเพียงเล็กน้อยแล้วคลาย เมื่อเห็นเธอตัวร้อน แดงกับไมค์ยังอยู่ฝั่งจอ สายตาไม่ละจากภาพ แต่ก็ไม่ลุกเข้ามาเพิ่มมือในวงโดยไม่ได้ถูกเรียก พี่กุ้งเงยหน้าขึ้น หูแดงทั้งสองข้าง มองพวกเราเหมือนกำลังชั่งว่าจะเปิดภาพต่อไปหรือจะหยุดเท่านี้
ในที่สุดเธอเป็นคนกดปิดโฟลเดอร์เอง หน้าจอดับไปเหลือแต่แสงไฟห้อง เธอหันมาจัดเสื้อสายเดี่ยวให้เข้าที่ ทั้งที่ผ้ายังแนบปลายยอดอยู่เหมือนเดิม แล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่สั่นเล็กน้อยว่า พอแค่นี้สำหรับคืนนี้ น้องๆ เห็นของพี่หมดแล้วในแบบที่พี่ไม่เคยให้ใครในร้านเห็น ถ้าจะให้มากกว่านี้ พี่ต้องไม่เมาขนาดนี้ และพวกเธอก็ต้องยังอยากได้พี่ในตอนที่หัวใสด้วย
ผมพยักหน้าทันที ครับ พี่เป็นคนกำหนด คืนนี้เท่านี้ก็ล้นมือแล้ว ป้อมจูบที่ต้นแขนเธอครั้งหนึ่งอย่างขอโทษปนขอบคุณ แล้วปล่อยเอว แดงปิดฝาขวดเหล้าให้โดยไม่มีใครสั่ง ไมค์เก็บไมค์ที่กลิ้งอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาวางดีๆ ความร้อนในห้องยังอยู่ มันถูกวางลงบนพื้นอย่างระวัง อยู่ในขอบเขตที่เธอให้ไว้
พี่กุ้งนั่งลงกลางวงอีกครั้ง หัวเราะเสียงใสเมื่อเห็นหน้าพวกเราที่ยังไม่คืนสติ แล้วชี้หน้าทีละคนว่า เก็บเงียบ ใครเล่าเกร็ดคืนกี้นี้ให้คนในร้านฟังคนเดียว พี่จะรู้ และพี่จะเสียใจเงียบๆ ซึ่งแย่กว่าการถูกต่อว่าเสียงดัง เราชูแก้วแตะกันเป็นคำสาบานโดยไม่ต้องเขียนสัญญา
นอกหน้าต่างมีเสียงจิ้งหรีดกับรถผ่านถนนชานเมืองเป็นระยะ น้ำแข็งในแก้วละลายจนเหล้าจาง เธอเอนหลังลงกับเบาะ พี่กุ้งขวัญใจของร้าน ในเสื้อสีชมพูและรอยเขินที่ยังไม่จาง เล่าเรื่องเวทีประกวดต่ออย่างคนที่เพิ่งมอบความลับก้อนใหญ่ที่สุดของตัวเองไปแล้ว และวางใจได้ว่ามันจะยังอยู่ในบ้านหลังนี้จนฟ้าสว่าง
