เรื่องเสียว + เล่าประสบการณ์เรื่องเสียว

คืนเดือนหงายความสัมพันธ์ยามวิกาล

เรื่องเสียว คืนเดือนหงายความสัมพันธ์ยามวิกาล

ความร้อนแผ่ซ่านจากหว่างขาขึ้นมาจนแทบคลั่ง ขณะที่ฉันยืนอยู่หน้าเครื่องจ่ายน้ำมันในเวลาตีสองของคืนเดือนหงายที่ปั๊มน้ำมันกลางทุ่งอีสาน ลมหนาวพัดโชยเอากลิ่นต้นข้าวโพดมาปะทะกาย แต่กลับเย็นไม่ถึงซอกลึกที่กำลังชื้นแฉะอยู่ในกางเกงชั้นในสีขาวของฉัน

มันเริ่มเมื่อสองสามเดือนก่อน ตอนที่ฉันย้ายมาอยู่กับน้าสาวที่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เธอมีสามีเป็นคนขับรถบรรทุกสิบล้อ เปิดปั๊มน้ำมันเล็กๆ ริมถนนมิตรภาพ ห่างจากตัวเมืองโคราชออกมาประมาณสามสิบกิโลเมตร ยุค 90s แบบนี้ ปั๊มน้ำมันยังไม่ทันสมัย มีแค่ตู้จ่ายน้ำมันสองหัวกับร้านค้าเล็กๆ ขายของชำและน้ำอัดลม

น้าสาวให้ฉันอยู่เฝ้าปั๊มตอนกลางคืน เพราะเธอต้องไปส่งรถบรรทุกกับสามีที่กรุงเทพฯ บ่อยครั้ง ฉันไม่เคยปฏิเสธ เพราะค่าจ้างที่เธอให้ก็มากพอจะส่งเสียตัวเองเรียนมหาวิยาลัยทางไกลได้ แต่ฉันไม่คิดเลยว่าคืนที่เงียบเหงาจะพาฉันไปเจอสิ่งที่ไม่ควรเจอ

ผู้ชายคนนั้นมาปรากฏตัวในคืนที่ฝนตกหนัก เขาขับรถกระบะเก่าคันสีสนิมมาจอด หน้ายางเหนื่อยล้าและเปียกโชก เสื้อกล้ามสีขาวเปื้อนคราบน้ำมัน กางเกงยีนส์ขาดๆ ฉันจำได้ว่าเขาลงมาจากรถ แล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบที่ฉันไม่เคยได้เจอจากผู้ชายคนไหนมาก่อน

“เติมน้ำมันให้หน่อย” เขาพูดเสียงแหบ ขณะที่ก้มลงมองเท้าฉันที่ใส่รองเท้าแตะฟองน้ำ “แล้วก็ขอซื้อบุหรี่หนึ่งซองด้วย”

ตอนนั้นฉันอายุยี่สิบสาม เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี แต่ยังหางานหลักไม่ได้ ต้องมาช่วยน้าสาวขายน้ำมัน ฉันเป็นผู้หญิงอีสานตัวเล็กๆ ผิวสองสี ตาดำโต ผมยาว หน้าตาธรรมดา แต่ผู้ชายคนนั้นกลับจ้องฉันเหมือนฉันเป็นอะไรที่พิเศษ

หลังจากคืนนั้น เขาก็กลับมาที่ปั๊มทุกๆ สามวัน บ้างก็มาซื้อน้ำมัน บ้างก็มาซื้อบุหรี่หรือน้ำอัดลม ค่อยๆ คุยกันจนฉันรู้ว่าเขาเป็นช่างเครื่องที่ทำงานอยู่ในโรงงานแถวนั้น อายุสามสิบ หย่าร้างมาแล้ว ไม่มีลูก

“คืนนี้เหงาจัง” เขาพูดในคืนที่ฉันเดินออกมาเอาผ้าเช็ดกระจกหน้ารถให้เขา “ไอ้หนุ่มที่เฝ้าปั๊มแถวนี้มันไม่มีใครมาคุยด้วยหรือไง”

ฉันยิ้มแหยๆ ส่ายหน้า ปากบอกว่าชินแล้ว แต่ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่มันเริ่มกัดกินความคิดของฉันทุกครั้งที่คิดถึงเขา

ในคืนที่ฉันมีรอบเดือนและไม่ได้ใส่กางเกงในเพราะมันอับชื้น ฉันต้องนั่งเฝ้าปั๊มคนเดียว เขาโผล่มาตอนดึกกว่าเดิม ใส่เสื้อแขนยาวคลุมทับ เสื้อกล้ามสีดำ จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาหาฉันที่หน้าร้าน แล้วถามว่า “กินอะไรรึยัง”

ฉันส่ายหน้า เสื้อผ้าที่ใส่เป็นชุดนอนบางๆ เพราะคิดว่าจะไม่มีใครมาในเวลานี้ หัวนมของฉันเริ่มแข็งขึ้นมาเมื่อเจอสายลมยามดึก เขาจ้องตรงหน้าอกของฉันผ่านผ้าฝ้ายบางจนฉันต้องเอาแขนกอดอกไว้

“พี่อ่ะ จ้องอะไรนักหนา” ฉันแกล้งต่อว่า แต่ในท้องน้อยกลับกระตุกอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ตอบอะไร แค่เดินไปเปิดกระป๋องน้ำอัดลมแล้วยื่นให้ฉัน สายตายังจ้องมองผมที่สยายอยู่บนบ่า

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกหน้าเครื่องคิดเงิน เขานั่งลงตรงข้าม ความเงียบระหว่างเราทำให้ฉันรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นจากหว่างขา มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะผลักไสหรือชวน

“เสื้อผ้าพี่หอมแปลกๆ” หลุดปากออกไปโดยไม่ตั้งใจ เขาหยุดดื่มน้ำอัดลม มองหน้าฉันแล้วหัวเราะเบาๆ เสียงทุ้มนุ่มแบบนั้นมันทำให้ฉันเสียววาบไปทั้งตัว

“น้ำมันเครื่องกับเหงื่อไง” เขาตอบ “ผู้ชายทำงาน มันก็ต้องหอมแบบนี้”

คืนนั้นเขานั่งคุยกับฉันถึงตีสาม เรื่องไร้สาระบ้าง เรื่องการทำงานของเขาบ้าง ตอนที่เขาบอกลาฉันยืนมองรถเขาขับออกไป มือของฉันลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ผ่านผ้าบางของชุดนอน รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ยังค้างอยู่

หลังจากคืนนั้น ฉันเริ่มแต่งตัวให้ดูดีขึ้นทุกครั้งที่ต้องเฝ้าปั๊มตอนกลางคืน ใส่เสื้อสีเข้มที่เห็นสัดส่วนชัดเจน ผมมัดสูง ใส่ลิปสติกบางๆ แม้ว่ามันจะไม่ใช่แบบที่ควรทำเวลาอยู่หน้าปั๊มน้ำมันกลางทุ่งก็ตาม

จนกระทั่งคืนที่เขาชวนฉันไปเดินเล่นหลังปั๊ม ซึ่งเป็นทุ่งนาที่รกร้าง มีต้นไม้ใหญ่และกระท่อมเก่าหลังหนึ่ง ตอนนั้นฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะไป เขาคว้ามือฉันเดินลัดเลาะไปตามคันนาที่มีแสงจันทร์สาดส่อง หญ้าแห้งๆ เย็บเท้าฉันผ่านรองเท้าแตะ

พอถึงกระท่อม เขาเปิดประตูไม้เก่าเข้าไปข้างใน มีเพียงเสื่อผืนหนึ่งวางกับพื้น และตะเกียงแก๊สเก่าๆ ดับอยู่ เขาไม่ได้จุดมัน ปล่อยให้มีแต่แสงจันทร์ลอดผ่านซอกไม้ฝา ฉันยืนเกร็งตัวอยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นแรงจนได้ยินในหูตัวเอง

“อย่าตกใจ” เขาพูดเสียงเบา แล้วค่อยๆ ดึงฉันเข้าไปใกล้ ใบหน้าของเขาคร่อมลงมาจูบที่ริมฝีปากของฉัน ลิ้นสอดเข้ามาอย่างช้าๆ เหมือนกำลังขออนุญาต แต่แรงของมือที่กอดรั้งเอวฉันไว้มันกลับหนักแน่นราวกับไม่มีวันปล่อย

ฉันปล่อยให้ตัวเองทรุดลงบนเสื่อตามแรงของเขา เสื้อที่ฉันใส่ถูกปลดทีละเม็ดอย่างช้าๆ ผิวของฉันต้องลมหนาวเย็น แต่มือของเขาที่ลูบไล้ไปตามเนินอกกลับอุ่นร้อนจนขนลุกซู่ เขาก้มลงเลียจากลำคอลงมาจนถึงยอดอก หัวนมแข็งเป็นไต เขาใช้ปากครอบแล้วใช้ลิ้นแถมเบาๆ ทำให้ฉันต้องร้องครางออกมาเบาๆ

“เงี่ยนแล้วใช่ไหม” เขาถามเสียงแหบ มือลูบลงไปที่หว่างขาของฉันที่เปียกชุ่มผ่านผ้าของกางเกงขาสั้น ฉันรู้สึกละอายที่โดนจับได้ แต่ในขณะเดียวกันความต้องการก็แรงกล้าจนไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้อีก

เขาถอดกางเกงฉันออก แล้วสอดมือเข้าไปในซอกที่ชื้นแฉะ นิ้วของเขาคลำหาเม็ดเล็กๆ ตรงจุดนั้น กดไล่ไปมาเบาๆ จนฉันดิ้นและตัวงอ “เสียว” ฉันพึมพำกับตัวเอง แต่เขากลับยิ้ม ก่อนจะก้มลงไปใช้ลิ้น กดดุนที่จุดนั้นแทนนิ้วมือ ลิ้นอุ่นๆ จิ้มผ่านร่องอย่างชำนาญ เลียทวนลงไปจนถึงถ้ำที่กำลังเปียกโชก

ฉันกัดฟันแน่นพยายามกลั้นเสียงร้อง แต่มันไม่อยู่ มันเล็ดลอดออกมาเป็นเสียงครางดังกระเส่าในกระท่อมมืด เขาใช้สองมือดึงสะโพกฉันขึ้นมาให้สูงขึ้นอีก แล้วสอดลิ้นลงไปลึกถึงในช่องที่กำลังสั่นระริก

“พี่ครับ พอเถอะ” ฉันพูดทั้งที่น้ำเสียงมันแผ่วและไม่หนักแน่นเลย เขาเงยหน้าขึ้นมา จ้องตาฉันด้วยสายตาหื่น มือเขาแกะเข็มขัดตัวเอง แล้วดึงควยของเขาออกมา มันแข็งชันจนเส้นเลือดปูด ปลายแดงเรื่ออยู่กลางแสงจันทร์

“จะเย็ดหีเธอเดี๋ยวนี้เลยนะ” เขาพูดแล้วก็กดตัวลงมา ค่อยๆ สอดควยเข้าไปในตัวฉันอย่างช้าๆ แต่แน่นหนึบจนฉันรู้สึกถึงทุกเซนติเมตรที่เสียดแทงเข้าไปในร่องเปียก

ในตอนนั้นฉันรู้เพียงอีสานบ้านนอกกลางดึกใต้แสงดาว กำลังถูกเย็ดอย่างกับคนไม่เคยได้เสียกันมานาน ควยของเขาใหญ่มากจนฉันแน่นไปหมด ทุกครั้งที่ดันขึ้นดันลง มันทิ่มลึกจนถึงโคน เขาใช้จังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระท่อมเก่าสั่นไหวตามแรงกระแทก

น้ำกามของฉันไหลออกมาเป็นทาง เปียกเสื่อและก้นของตัวเอง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะร่วมกับเสียงครางที่ไม่อาจกลั้นของฉัน เขาคำรามเบาๆ เหนือหัวฉัน ก่อนจะกดเข่าฉันขึ้นพาดบ่า แล้วกระแทกแรงขึ้นอีก จนฉันรู้สึกว่าโลกทั้งใบหมุนไปหมด

ในความมืดนั้น ไม่มีใครเห็นหน้าใครนอกจากความรู้สึกเสียวเสียดของเนื้อหนังและการเสียดสีที่รุนแรง แต่ฉันรู้ตัวดีว่าในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ช่วงเวลานี้มันคือการปลดปล่อยบางอย่างที่อัดอั้นมาตลอดชีวิต และมันก็คือการตัดสินใจที่ฉันจะไม่มีวันลืม

แล้วอยู่ดีๆ เขาก็หยุด ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทับฉันทั้งตัว ควยที่ยังแข็งค้างอยู่ในหีฉันสั่นระริกตามชีพจรของเขา เราหายใจหอบหนักจนได้ยินกันชัดในความเงียบ

ฉันรู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผากเขาหยดลงบนไหล่ฉัน มันอุ่นและเค็ม ฉันเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังของเขาที่เปียกชุ่ม พลางเม้มปากตัวเองแน่น เพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น

เขาค่อยๆ ดึงควยออกจากหีฉันอย่างช้าๆ เสียงดังฟอดเหมือนเปิดขวดน้ำอัดลม มันทำให้ฉันรู้สึกว่างเปล่าในทันที หีฉันยังหยุบหยุบตามแรงหดตัวของกล้ามเนื้อ เปียกและร้อน

แล้วเขาก็พูดเป็นภาษาอีสานคำแรกที่ฉันได้ยินตั้งแต่เข้ามาในกระท่อมนั้น “นอนพักก่อนเด้อ น้องสาว”

น้ำเสียงของเขามันอ่อนโยนจนฉันเกือบร้องไห้ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร อยู่ดีๆ น้ำตามันก็ไหลออกมา ฉันนอนตะแคงเอาหน้าซุกแขนตัวเอง ไม่ให้เขาเห็น แต่เขาก็คงรู้

เขาลุกไปหยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งมาเช็ดตามตัวฉันให้เบามือ พลางพูดอะไรบางอย่างที่ฉันฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง นอกจากคำว่า “บ่เป็นหยังดอก” ซ้ำๆ ฉันเลยยอมให้เขาทำ ปล่อยให้มือหนาๆ ของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างกาย

ในหัวของฉันตอนนั้นมันโล่งมาก ไม่มีความคิดอะไรนอกจากความรู้สึกว่าฉันเพิ่งทำอะไรบางอย่างที่มันบ้าระห่ำที่สุดในชีวิต กะหรี่ปั๊มน้ำมันคนหนึ่ง มานอนเย็ดกับลูกค้าคนขับรถบรรทุกในกระท่อมร้างกลางป่าอีสาน

เขาจุดบุหรี่มวนนึง แล้วนั่งพิงเสากระท่อม สูบพลางมองฉันในความมืด ฉันไม่กล้าสบตา แต่สัมผัสได้ถึงสายตาของเขาที่จ้องมองไม่วาง แล้วเขาก็พูดอีก “เมื่อกี้เสียวบ่” เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาทำให้ฉันยิ้มตามทั้งที่ยังมีน้ำตาคลอ

ฉันตอบกลับไป “เสียวสิคะ พี่ควยใหญ่เหลือเกิน เกือบไม่ไหวแล้ว” คำพูดมันหลุดออกมาจากปากแบบไม่คิด แต่มันคือความจริง เขาหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะเขี่ยบุหรี่ทิ้ง แล้วคลานเข้ามาหาฉันอีกครั้ง

ครั้งนี้เขาเลีย ใช้ปากกับลิ้นดูดเม้มหัวนมฉันจนแข็ง แล้วไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงหีที่ยังเปียกแฉะ ลิ้นของเขาสอดเข้าไปในร่องหีของฉัน ความรู้สึกมันเสียวซ่าไปทั้งตัว ฉันเผลอร้องเสียงดังโดยไม่ตั้งใจ เขาทำแบบนั้นอยู่นาน จนฉันแทบเป็นลม

หลังจากนั้นเขาก็พาฉันออกมาจากกระท่อมตอนฟ้าเริ่มสาง แสงสีส้มอ่อนๆ เริ่มทาบท้องฟ้า ข้างทางมีรถกระบะคันหนึ่งจอดรออยู่ เขาเปิดประตูให้ฉันนั่ง แล้วบอกว่าจะไปส่งที่ปั๊มน้ำมัน เขาไม่ได้ถามว่าฉันจะไปไหนต่อ หรือจะให้เงิน ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรเหมือนกัน ความเงียบตลอดทางมันคือคำตอบของทั้งคู่

พอรถจอดที่ปั๊มน้ำมันที่ฉันทำงาน เขาหันมามองฉันตาค้าง ก่อนจะยื่นซองบุหรี่เก่าๆ ให้ฉันใบหนึ่ง ฉันเปิดดูข้างใน มันไม่ใช่บุหรี่ แต่เป็นธนบัตรใบละพันพับเป็นแผ่นเรียบ ตอนนั้นฉันน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะจำนวนเงิน แต่เพราะท่าทางของเขาที่เหมือนอยากให้ฉันมีอะไรดีขึ้น

เขาลงจากรถไป เข้าไปในห้องน้ำปั๊ม ฉันมองแผ่นหลังของเขาลับไป แล้วก้มมองซองบุหรี่ในมือ แล้วก็คิดว่าบางทีชีวิตของผู้หญิงอย่างฉัน อาจไม่ได้ต้องการแค่ความเสียวหรือความเงี่ยน แต่ต้องการใครสักคนที่มองเห็นว่าฉันก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่ใช่แค่กะหรี่ที่คอยให้เขาเย็ดยามดึก

ตอนนี้ฉันยังอยู่ที่ปั๊มน้ำมันเดิม ผ่านมาสามปีแล้ว ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงคืนนั้น ไม่ใช่เพราะควยใหญ่หรือท่าเย็ดที่จัดจ้าน แต่เป็นเพราะคำว่า “บ่เป็นหยังดอก” ที่เขาพูดกับฉันในความมืด มันสอนให้ฉันรู้ว่าบางครั้งการเย็ดที่ถูกต้องที่สุดก็คือการเย็ดที่ทำให้คนสองคนรู้สึกว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้จริงๆ เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่กำลังคิดจะทำอะไรแบบนั้น จำไว้ว่าไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหน ทำงานอะไร แต่อย่าลืมว่าคุณมีค่ามากกว่าที่คุณคิดเสมอ และนี่คือเรื่องจริงของฉันที่อยากเล่าให้ฟัง

ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

×