คืนที่ผมไม่ควรไป


ผมชื่อภัทร ปีสี่วิศวะ อายุยี่สิบสอง ห้องเช่าแถวมหาลัยอยู่ตั้งแต่เทอมสองปีสอง ห้องแคบๆ มีโต๊ะตัวเดียวหนังสือตั้งสูงเท่าภูเขา ข้างฝามีหน้าต่างบานเล็กมองลงไปเห็นถนน ถ้าวันไหนฟ้าเปิด แดงสวยจะสาดเข้ามาตอนบ่ายแก่ๆ ช่วงนั้นใกล้โปรเจกต์จบพอดี ผมแทบไม่ได้สนใจแสงสักเท่าไหร่ เอาแต่ก้มหน้ากับกองงานที่เรียงราย

ผมรู้จักมินเพราะลงเรียนกลุ่มเดียวกัน วิชาเลือกที่วิศวะกับสถาปัตย์เจอกัน ตั้งแต่ปีสอง ตอนนั้นเธอยังคบกับเต้ย เพื่อนซี้ของผมเอง เราสามคนสนิทกันมาก เต้ยเป็นคนเฮฮา ชอบลากไปกินข้าวข้างทาง มินเงียบๆ ชอบยิ้ม เวลาทำงานกลุ่ม ผมชอบแซวเต้ยว่ามีแฟนสวยขยัน เขาก็หัวเราะแล้วตอบว่า “เออสิวะ” แต่หลังๆ มา ผมเริ่มสังเกตว่าตอนประชุมกลุ่มดึก เต้ยมักหายตัวไป มินโทรหาแต่ไม่มีคนรับ

ใกล้สอบจบ มินมานั่งติวกับผมที่ห้องบ่อยขึ้น เธอบอกว่าเต้ยไม่ว่าง ติดซ้อมดนตรีวงคณะ ผมก็ไม่ขัด เพราะห้องผมเงียบดี มีแอร์เย็นฉ่ำ มินชอบนั่งขอบเตียง กางหนังสือแล้วขีดเขียนลงโน้ต บางทีเราคุยกันเรื่อยเปื่อย เรื่องฝึกงานที่บริษัทออกแบบภายใน เรื่องที่ผมสมัครงานหลายที่แต่ยังไม่รู้ผล มันเป็นช่วงเวลาธรรมดา เหมือนนั่งคุยกับใครสักคนที่พอเข้าใจกัน

หลังๆ มินเริ่มปริปากถึงปัญหาความรักให้ผมฟัง ตอนแรกแค่พูดว่าเต้ยเริ่มไม่สนใจ ชอบหายกับเพื่อนตอนกลางคืน แล้วเธอหัวเราะแห้งๆ บอกว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” แต่สายตาเธอมันเปลี่ยน เวลาพูดถึงเต้ย น้ำเสียงมันเบาลง เหมือนกลัวสะท้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง วันหนึ่งเธอบอกว่าเต้ยเอาแต่เล่นเกมทั้งคืน ไม่เคยถามว่าเธอเป็นไง ผมฟังแล้วคิดในใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของผม แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

คืนนั้นฝนเทหนักมาก ผมกับมินนั่งอ่านกันจนเกือบเที่ยงคืน เธอมองนอกหน้าต่างแล้วถอนใจ “กลับไม่ได้แล้ว” ผมเสนอให้ยืมเสื้อกันฝน เธอบอกว่าเดี๋ยวเปียกจนป่วย ผมเลยบอกงั้นดูหนังรอฝนซักหน่อยไหม เธอพยักหน้า เรานั่งลงบนพื้นห้อง เปิดหนังเก่าเรื่องนึงที่ผมจำชื่อไม่ได้ เป็นหนังตลกโรแมนติก แสงจากจอส่องหน้าสีฟ้าจางๆ

พอถึงฉากพระเอกบอกนางเอกว่าคิดถึง ผมหันไปเห็นมินนั่งขดตัว เอาหน้าซุกเข่า แล้วเธอก็ร้องไห้ ไม่ใช่สะอื้นดังๆ แต่เป็นน้ำใสๆ ไหลลงมาเงียบๆ ผมตกใจยื่นมือไปแตะไหล่เธอ เธอไม่ผลัก แต่กลับหันมามอง ตาแดงก่ำ “ฉันไม่รู้ว่าฉันผิดหวังหรือโกรธตัวเองมากกว่ากัน” เสียงสั่น ตอนนั้นผมรู้ว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น ความรู้สึกแล่นขึ้นมาเหมือนไฟที่จุดติดโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่สุดท้ายผมก็เผลอจับมือเธอไว้ มือมินเย็นและสั่นน้อยๆ เธอไม่ดึงออก ผมเห็นปากของเธอขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอก็เงียบ

แล้วมันก็เกิดขึ้น ตอนที่ผมกดจูบลงบนปากเธอ มินไม่ขัดขืน กลับโอบแขนรอบคอผมแน่น เนื้อตัวเธอร้อนผ่าว ลมหายใจกระชั้น ถัดมาเราเลื้อยไปบนเตียง เสื้อผ้าหลุดร่วง เสียงหายใจหอบหนักปนเสียงฝนนอกหน้าต่าง ตอนนั้นผมถอดกางเกงของมินออก เผยให้เห็นหีของเธอที่ชุ่มฉ่ำ ผมลูบคลำมัน พร้อมกับเสียบนิ้วเข้าไปข้างใน มินสะท้านส่งเสียงครางอู้อี้ แล้วผมก็ถอดกางเกงตัวเอง ควยของผมแข็งชันเป็นแท่ง พอมันแนบกับซอกขาเธอ เธอก็ดึงผมเข้าใกล้ ตอนที่ผมเสียบเข้าไปในหีของเธอ ความเสียววาบวิ่งจากปลายควยขึ้นมาถึงหัวใจ มินร้องออกมาด้วยเสียงสั่น เธอกระชับขารอบเอวผม ร่างของเธอโอบรัดแน่นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป ผมขยับช้าๆ แล้วค่อยๆ เร่งจังหวะ สะโพกกระแทกกับสะโพกเธอเป็นจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังแว่วปนเสียงฝนที่ยังตกไม่หยุด จนในที่สุดผมถึงจุดแตกในหีของเธอ มินครางยาวสะท้าน ตัวเกร็งกระตุก ผมรู้สึกถึงของเหลวที่ไหลออกมาอุ่นๆ

หลังคืนนั้น ทุกอย่างเปลี่ยน มินยังมาห้องผม แต่บรรยากาศมันอึมครึมกว่านั้นมาก เวลาเราเผลอสบตากัน มีบางอย่างหนักอึ้งค้างในอากาศ วันหนึ่งเย็น มินบอกว่าเธอขอเลิกกับเต้ยแล้ว ผมไม่ได้ถามรายละเอียดกลัวคำตอบ แต่รู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นหน้าเต้ยในกลุ่มเพื่อน เวลาเขายิ้มหรือหัวเราะกับไร้สาระ ผมเผลอคิดว่าเขาจะรู้ไหมว่าผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างพัง

ไม่กี่วันต่อมา เพื่อนเริ่มรู้ว่ามินเปลี่ยนไป บางคนถามผมว่ามินเป็นอะไรหรือเปล่า ผมตอบไม่รู้ แต่ในใจมันบีบรัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง สุดท้ายมินเลือกกลับไปหาเต้ย เธอบอกผม “เราทำพลาด ภัทร มันไม่ใช่ทางของเรา” ผมฟังแล้วพยักหน้า ไม่มีอะไรจะพูดเพราะผมก็รู้ดีว่ามันคือความจริง

หลังเรียนจบ ผมเลือกหายจากกลุ่มเพื่อนเงียบๆ ไม่ได้โกรธหรือเกลียดใคร แค่ไม่รู้จะยืนตรงไหนในวงสนทนาที่มีเต้ยนั่งอยู่ ห้องผมตอนนี้ว่างเปล่าจากหนังสือที่เคยวางกอง ผมย้ายออกเดือนสุดท้าย มองเห็นหน้าต่างบานนั้นที่เคยมีแสงสาดเข้ามาตอนบ่าย ผมคิดว่าบางทีความรักก็เหมือนฝนที่ตกลงมาโดยไม่บอก มันจะเปียกหรือแห้งเป็นเรื่องของจังหวะและความบังเอิญที่เราไม่เคยตั้งตัว สิ่งที่เหลือไว้ก็แค่ความเงียบที่ดังกว่าใครๆ ในวันที่ฝนหยุดตก

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

×