ทรายต้องเข้าเช้าเพราะเมื่อคืนเธอลืมเซฟงานที่จะเอาไปให้ลูกค้าดูตอนบ่าย ไฟล์ก้อนนั้นใหญ่มาก ถ้าไม่มาจัดใส่แท่งความจำแต่เช้า เดี๋ยวสายไม่ทัน และสายๆ เธอยังมีนัดอีกเจ้าหนึ่ง กลัวเวลาเบียดกันเลยให้ผมออกจากคอนโดตั้งแต่ฟ้าเพิ่งเริ่มสว่าง บริษัทเปิดเก้าโมง เราไปถึงประมาณเจ็ดโมงเศษ ลานจอดยังโล่ง ลิฟต์เงียบ มีแต่เสียงรองเท้าเราเองดังในโถงทางเดิน
ทรายโทรบอกพี่นงก่อน แล้วเดินไปขอกุญแจจากยามที่เคาน์เตอร์ พี่ยามยิ้มให้เธอแบบรู้จักกันดี แล้วพยักหน้าให้ผมราวกับไม่ต้องถาม ผมเดินตามเธอขึ้นไปเพราะร้านของผมยังไม่เปิด อีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาติดป้าย วันนี้ไม่ต้องรีบกลับ
ในออฟฟิศยังมืด ทรายเปิดไฟเฉพาะโซนโต๊ะตัวเอง แล้วก้มก๊อปงานลงแท่งความจำ แถบสถานะคลานช้าเพราะก้อนงานใหญ่ เธอถอนหายใจแล้วลุกไปชงกาแฟสองแก้ว เดินกลับมานั่งริมโต๊ะผม ไอน้ำร้อนลอยขึ้นระหว่างเรา ช่วงนั้นทั้งชั้นยังไม่มีใคร เสียงเครื่องปรับอากาศดังครางเบาๆ ทรายจิบกาแฟแล้วบ่นว่างานเมื่อวานดึกไปหน่อย ตาเธอวอกแต่ปากยังยิ้ม ผมมองชุดของเธอแล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาทั้งดุ้น
วันนั้นทรายใส่เดรสเข้ารูปสีเทา ผ้าบางนุ่มรัดตั้งแต่หน้าอกจนถึงสะโพก ชายกระโปรงเลยต้นขาไปนิดเดียว ใต้เดรสมีซับในอีกชั้น ผมรู้เพราะเคยถอดให้เธอที่ห้องหลายครั้ง เต้านมของเธอกลมแน่น ใหญ่จนเวลาไม่ใส่เสื้อในแล้วเดิน ผ้าจะกระเพื่อมเป็นจังหวะชัดเจน ผมวางแก้วลงแล้วเอียงตัวเข้าไปหา
“ระหว่างรอก๊อปงาน ทำอะไรตื่นเต้นๆ กันไหม” ผมกระซิบ
ทรายชะงักจิบกาแฟ ตาเบิกแล้วหลุบลง “พี่บ้าหรือเปล่า นี่ออฟฟิศนะ” ปากว่าอย่างนั้นแต่มุมปากเธอยกขึ้น แก้มเริ่มแดงตั้งแต่โคนหู
ผมขยับเก้าอี้เข้าไปประชิด กอดเอวบางของเธอแล้วซุกหน้าลงข้างคอ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ปนกลิ่นผิวอุ่นหลังอาบน้ำเช้า มือผมเลื่อนขึ้นรวบเต้านมทั้งสองข้างผ่านผ้าเดรส นุ่ม หนัก และอุ่นในอุ้งมือ “กว่าจะมีคนมาก็อีกตั้งนาน กล้องก็มีแค่หน้าประตูทางเข้า จะกลัวอะไร”
ทรายหายใจสั้น อกเธอขย่มในมือผม “ไปในห้องประชุมดีกว่าค่ะ อย่างน้อยก็มีที่หลบ” เธอพูดเสียงเบา แล้วยืนขึ้นก่อนที่ความกล้าจะหมด
ห้องประชุมของบริษัทนี้เล็กมาก เป็นกระจกติดฟิล์มปรอททั้งสามด้าน ถ้าปิดไฟข้างใน คนด้านนอกจะมองทะลุเข้ามาไม่เห็น แต่คนในห้องยังมองออกไปเห็นโถงได้ชัด ทรายจูงมือผมเดินเข้าไป ปิดประตู ปิดไฟ โลกข้างนอกกลายเป็นสีหม่น เหลือแค่เรา สะท้อนจางๆ บนกระจก
ผมอุ้มเธอขึ้นนั่งบนโต๊ะประชุมยาว ตัวเธอเบาแต่สะโพกหนักหน่วงดีเวลาวางลง ผมแทรกตัวเข้าไประหว่างเข่า กระโปรงรัดเลยต้องถูกรั้งขึ้นเอง จูบเธอช้าๆ ก่อน แล้วลึกขึ้นเมื่อเธออ้าปากรับ ลิ้นแตะลิ้น ลมหายใจร้อนพ่นใส่กัน มือผมลูบจากเอวขึ้นข้างโครง แล้ววนลงมาที่ต้นขาด้านใน ทรายครางในลำคอสั้นๆ แล้วยื่นมือมาปลดซิปกางเกงผม ดึงผ้าลงแค่สะโพก งัดท่อนเอ็นที่เริ่มแข็งออกมาชักเล่นช้าๆ นิ้วเธออุ่น กำแน่นเป็นจังหวะที่เธอรู้ว่าผมชอบ
ผมไม่รอช้า สอดมือขึ้นใต้ชายเดรส คลึงเม็ดเล็กๆ ของเธอผ่านซับใน ผ้าตรงนั้นอุ้มชื้นอยู่แล้ว ยิ่งบดยิ่งเปียก ทรายกำปลิงผมแรงขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือเพราะตัวอ่อน “พี่… เดี๋ยวก่อน” เธอพึมพำ แล้วดึงซับในกับกางเกงในออกเอง โยนไว้กองบนเก้าอี้ ขาทั้งสองข้างอ้าให้ผมโดยไม่ต้องบังคับ “ใส่เลยค่ะที่รัก ไม่ต้องยั่วแล้ว ตื่นเต้นจนน้ำจะแตก”
ออฟฟิศเล็กแบบนี้ ถ้ามีใครเดินผ่านหน้ากระจกจะเห็นเป็นเงาแวบๆ แม้ไฟในห้องจะดับ ความเสี่ยงนั้นทำให้หลังผมเย็นและท่อนเอ็นยิ่งดึง ผมจับปลิงตัวเองเขี่ยปากร่องรักของทราย น้ำรักของเธอเยิ้มจนลื่นตั้งแต่ปากแคม ร้อนและนุ่ม ผมตั้งให้ตรงรูแล้วกดมิดในทีเดียว
“โอ๊ะ… ซี๊ดด” ทรายงอตัว เล็บจิกลงบ่าผม ท่อนเอ็นจมหายไปจนโคน แน่น ร้อน ดูดลึก “ควยที่รักนี่… ขนาดเอากันแทบทุกวัน พอใส่เข้ามาทีไรก็แน่นทุกที” เธอพูดจบแล้วยิ้มหวานทั้งที่ตาปรือ ปากแดงเพราะถูกจูบ
ผมก้มจูบเธออีกครั้ง ดูดดื่มจนฟันกระทบกันเบาๆ พร้อมขยับเอวส่งเข้าไป ช้าก่อนสองที แล้วกระแทกจนโต๊ะคราง “อือ… อือ…” ทรายครางกล้ำในลำคอ พยายามกลั้น มือผมย้อนไปด้านหลังเดรส คลำหาตะขอเสื้อใน ปลดออก แล้วดึงผ้าทั้งชิ้นลอดแขนเธอออกมา ตอนนี้ภายใต้เดรสสีเทาไม่เหลืออะไรอีก เต้านมกลมแน่นเด้งตามจังหวะที่ผมซอย ผ้าบางๆ ครูดหัวนมจนตั้งชูเป็นเม็ดชัด เห็นปูดออกมาจากด้านนอก
ผมยั้งใจไม่อยู่ ก้มหน้าซุกเข้าไปงับผ่านผ้าก่อน แล้วดึงคอเดรสลงนิดหนึ่งจนเต้าหลุดมาทั้งก้อน อมหัวนมข้างหนึ่งดูดแรง ลิ้นวนรอบปุ่มแข็ง “ซี๊ดด… อึ๋ย… อย่าเลียแรงนักนะ เดี๋ยวเป็นดวง ซี๊ด” ทรายพูดทั้งคราง มือกดท้ายทอยผมไว้ไม่ให้หนี ผมได้แต่เม้มปากที่ปลายยอด แล้วเอาแก้มคลึงไปกับเนื้อนุ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงทุกครั้งที่เอวผมส่ง
พอเธอเริ่มตัวสั่น ผมถอยออกมานั่งบนเก้าอี้สำนักงานตัวที่มีล้อ ทรายตามลงมาทันที หันหน้าเข้าหาผม คร่อมตัก มือเองจับท่อนเอ็นนำเข้าสู่ร่องรักแล้วทรุดตัวลงจนนั่งมิด “อืมม…” เธอกลั้นเสียงไว้ในคอ แล้วเริ่มขย่ม ทั้งยกตัวขึ้นลงและบดสะโพกเป็นวง ผมเริกชายเดรสขึ้นกองไว้เหนือราวนม เต้านมทั้งคู่โผล่ตรงหน้า เด้งทุกครั้งที่เธอกดลง ผมดูดสลับเลียทั้งสองเต้า ไม่ยอมปล่อย “หื๋ม… ซี๊ดด… อืมม” ทรายเม้มปากกัดฟัน ครางเบาที่สุดเท่าที่ทำได้ กลัวเสียงเล็ดลอดออกไปในโถงว่าง
ผมเกิดความคิดซน ใช้เท้าดีดพื้น เก้าอี้ล้อไถลถอยหลังนิดหนึ่งแล้วไหลกลับ ทรายผงะแล้วหัวเราะปนคราง “พี่นี่… ซี๊ด… ติงต๊องจริง อ๋า” เธอยังโยกไม่หยุด ผมยิ่งถีบให้เก้าอี้ไหลไปตามจังหวะสะโพกเธอ เสียงล้อครูดพรมเบาๆ ปนเสียงเนื้อกระทบเนื้อ บรรยากาศในห้องมืดมันเร้าจนผมลืมไปครู่หนึ่งว่าอีกไม่นานประตูบริษัทจะเปิด
สนุกพอประมาณ ผมประคองเธอลงจากตัก ให้หันหลัง โน้มตัวไปยันมือบนโต๊ะประชุม ชายเดรสถูกผมดึงลงปิดสะโพกเหมือนเดิม แต่ข้างในไม่มีอะไรขวาง ผมยืนประกบ จัดท่อนเอ็นให้ตรง แล้วสอดเข้าจากด้านหลังจนสุดลำ “อา…” ทรายก้มหน้า ผมจับเอวเธอกระเด้าแรง เสียงตูดกระทบต้นขาดังลั่นห้องเล็ก “โอ๊ะ… อึ๋ย… ที่รัก ที่รัก เบาๆ เดี๋ยวใครได้ยิน อูยย”
ผมไม่ได้เบาลงทันที ซอยต่อเนื่องจนเธอขาอ่อน “โอ๊ะๆ… กระแทกแรงๆ เลยค่ะ ไม่ไหวแล้ว แรงๆ… แรงๆ” เสียงเธอแตกจากกระซิบกลายเป็นครางหลุด ผมกำลังจะเร่งให้ทั้งคู่เสร็จในท่านั้นอยู่พอดี
เสียงประตูหน้าบริษัทดังครืด แล้วมีเสียงพูดหัวเราะของอาทกับนิวเดินเข้ามา ผมหยุดกระแทกทันที หัวใจตกไปอยู่ที่ท้อง ทรายหันมาตาโต “อุ๊ย พี่เอาออกก่อนเร็วค่ะ” ผมถอนท่อนเอ็นออก เธอรีบดึงเดรสลงปิดร่องรักที่ยังเปียก “พี่เข้าไปในห้องน้ำก่อนนะคะ” ห้องน้ำของออฟฟิศนี้อยู่ด้านในห้องประชุมพอดี ผมคว้ากางเกงในกับซับในของเธอมากองไว้ในมือ แล้วมุดเข้าไปปิดประตูห้องน้ำไว้บางๆ ทรายจัดผมอีกรอบ เช็ดมุมปาก ยืนตัวตรงทั้งที่ใต้เดรสโล่งเปล่า
เสียงอาทดังก่อน “อ้าว พี่ทรายมาแต่เช้าเลยเหรอครับ” อาทเป็นหนุ่มยี่สิบแปดในทีมเดียวกัน เสียงทุ้ม เดินเร็วเป็นนิสัย “พอดีพี่ลืมเซฟงานไว้เมื่อคืนค่ะ เดี๋ยวบ่ายต้องเอาไปให้ลูกค้าดู แล้วอาทวันนี้มาไวจัง” ทรายตอบเสียงเรียบได้เกือบปกติ ผมได้ยินจากในห้องน้ำชัด เพราะประตูห้องประชุมเปิดค้าง
“เมื่อวานพี่นงสั่งให้ปริ้นโปรไฟล์สาวที่ยืนโชว์ไว้ครับ งานเปิดตัวโชว์รูมตัวแทนยางเจ้าใหม่ เขาจะมาเลือกคนเช้านี้เลย เอ้อ ผมใส่ชื่อพี่ทรายไปด้วยนะครับ เห็นพี่ยังรับงานอยู่ เผื่อได้” “เหรอคะ ดีเลย ขอบใจมากนะน้อง” ทรายหัวเราะสั้นๆ “ดูพี่ทรายแปลกๆ นะครับ ไม่สบายหรือเปล่า” อาทถามต่อ “อ๋อ เออนิดหน่อยค่ะ พอดีเข้าไปรื้อเอกสารในห้องประชุม เจอฝุ่น” “อ้อ โอเคครับ เดี๋ยวผมเข้าไปหยิบกระดาษก่อน”
ฝีเท้าสองคนเดินเข้าห้องประชุม นิวซึ่งปีนี้ยี่สิบหก พูดกระซิบแต่ในห้องเงียบจนผมได้ยินทุกคำ “เฮ้ยอาท มึงเห็นอย่างที่กูเห็นปะวะ” ผมหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตูออก “เห็นไรวะมึง” อาทถาม “ก็พี่ทรายดิ กูว่าพี่แกไม่ได้ใส่เสื้อในว่ะ” “เฮ้ย ทำไมมึงคิดงั้น” “กูติ่งพี่ทรายนะเว้ย แอบดูหุ่นแกมาตลอด พี่เจแม่งโคตรโชคดี ได้พี่ทรายเป็นแฟน สวย เอ็กซ์ อึ๋ม” นิวพูดแผ่วลง “แล้วมันเกี่ยวกับไม่ใส่เสื้อในยังไงวะ” “ก็วันนี้มันเหมือนเป็นเนื้อเด้งๆ ตั้งแต่เดินออกมาคุยกับพวกเราแล้ว พอยืนใกล้ๆ ตอนคุยกับมึง กูว่ากูเห็นเม็ดหัวนมปูดออกมาว่ะ” “สัส มึงนี่ช่างสังเกตจริง ไว้เดี๋ยวกูหาเรื่องคุยกับแกแล้วกูเชคมั่ง เหอะๆ”
สองคนหัวเราะแล้วเดินออกไปทางเครื่องปริ้น ผมรอให้เสียงเท้าห่าง จึงเปิดประตูห้องน้ำออกมาจัดกางเกงให้เรียบ อาทกับนิวหันมาเห็นผมตอนเดินผ่านประตูกระจก ทั้งคู่หน้าเสียลงทันที คงรู้ว่าผมได้ยิน “พี่เจอยู่ด้วยเหรอครับ” นิวถามเสียงแห้ง “เออ เข้าห้องน้ำอยู่” ผมตอบเรียบๆ ทรายเดินสวนมาเพื่อจะไปล้างมือ ผ่านตัวผมพอดี ผมยัดกางเกงในใส่ฝ่ามือเธอโดยไม่ให้สองคนนั้นเห็น เธอรับไปกำแน่นแล้วเดินเข้าห้องน้ำ
ผมเดินเข้าไปใกล้ทั้งคู่ “เอ่อ… พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ” อาทพูดขึ้นก่อน เสียงไม่ค่อยมั่น “เปล่า แค่จะบอกว่าได้ยินนะ” ผมยิ้มให้ นิวหน้าซีด อาทกลืนน้ำลาย “โอยพี่ ผมขอโทษๆ ครับ” ทั้งคู่พูดพร้อมกัน ผมโบกมือ “ไม่เป็นไร ผู้ชายเจออย่างงี้ใครก็ต้องมองต้องคิด เป็นธรรมดา พี่เองเจอผู้หญิงงามๆ ก็ยังแอบมอง อย่าไปบอกพี่ทรายนะ” สองคนหัวเราะโล่งแบบยังอาย “มองอย่างเดียวพี่ไม่ว่า หรือจะเก็บไปชักเว้าก็เรื่องของพวกมึง” ผมพูดจบ ทรายเปิดประตูออกมาพอดี บทสนทนาเลยขาดตรงนั้น
ทรายเดินไปที่โต๊ะ ดึงแท่งความจำที่ก๊อปเสร็จแล้วออกมา เก็บใส่กระเป๋า แก้มเธอยังแดงอยู่ใต้แป้งบางๆ “เดี๋ยวพี่ทรายออกไปแล้วนะคะ จะไปส่งไหม” เธอหันมาถามผมเสียงปกติให้คนอื่นได้ยิน “จ้ะ ไปจ้ะ” ผมรับกระเป๋าใบเล็กของเธอ แล้วเดินตามออกจากบริษัท อาทกับนิวยังยืนนิ่งที่เครื่องปริ้น ผมไม่ได้หันกลับไปมอง
พอประตูลิฟต์ปิด ทรายกระซิบทันที “พี่ส่งมาแต่กางเกงใน เมื่อกี้เสื้อในล่ะคะ หนูนี่โล่งเลยนะ” เธอห่อไหล่นิดหนึ่ง ผมยิ้ม “เดี๋ยวค่อยใส่ มันส่งไม่ถนัด” สายตาผมลงไปที่หน้าอกเธอ เดรสสีเทาไม่มีเสื้อในรองรับ เวลาเดินเต้านมเด้งขึ้นลงชัดจนเธอต้องกอดแฟ้มงานชิดอก ถ้ามองดีๆ จะเห็นหัวนมปูดเป็นจุดเล็กๆ ตามที่นิวพูดทุกคำ ผมไม่ได้บอกเธอว่าสองคนนั้นคุยอะไร เก็บไว้คนเดียว
เราลงไปอาคารจอดรถ ตอนเช้าชั้นนั้นยังมีรถไม่กี่คัน ไฟสีส้มสลัว ทรายขึ้นเบาะหน้าแล้วยื่นมือ “เอาเสื้อในคืนหน่อยค่ะ เดี๋ยวลูกค้าเห็น” ผมไม่ได้ยื่นให้ โน้มตัวข้ามเกียร์ มือรวบเต้านมเธอผ่านเดรสแล้วบีบเคล้นช้าๆ หัวนมแข็งจิ๊กที่กลางฝ่ามือ “อ๋า… ที่รัก อย่า มันสยิว” “เมื่อกี้ยังไม่เสร็จเลย มาต่อกันนะ” “บ้าเหรอ ตรงนี้เนี่ยนะ” เธอมองกระจกซ้ายขวา “อืม ก็ไม่มีใคร” ผมคลึงต่อจนเธอหุบขาแล้วถอนหายใจยอม “ได้ค่ะ แต่เร็วๆ นะคะ ทรายกลัว”
เราปีนไปเบาะหลัง กระจกติดฟิล์มเข้มอยู่แล้ว แต่ทรายยังก้มตัวต่ำ ผมนั่งชันเข่า ดึงซิปลง งัดท่อนเอ็นที่แข็งค้างมาตั้งแต่ห้องประชุมออกมา ทรายคร่อมตักผม เดรสถูกรั้งถึงเอว เธอแหวกขอบกางเกงในที่เพิ่งใส่กลับไปออกไปทางด้านหนึ่ง แล้วจับของผมนำใส่เองจนนั่งมิดในครั้งแรก “อือ…” เสียงเธอสั่น ผมหัวเราะในลำคอ “นี่ทรายเงี่ยนอยู่แล้วใช่ไหม กดปุ๊บติดปั๊บเลยนะ” “อือๆ ก็มันยังค้างอยู่ไงคะ แล้วตอนยืนคุยกับสองคนนั้นแบบไม่มีชั้นใน มันโคตรตื่นเต้น ยิ่งพี่ให้เดินออกมาทั้งที่เต้าโล่งอีก” เธอพูดไปโยกไป น้ำรักเก่าปนน้ำใหม่ทำให้ทุกครั้งที่กดลงมีเสียงฉ่ำเบาๆ
ทรายลืมตัวเร็ว มือยันพนักเบาะหลังผม โยกสะโพกแรงจนรถเก๋งคันเล็กสั่น “อ๊ะๆ… อ๋า…” เธอแหงนหน้า ส่งเสียงยาวแต่ไม่ดังมาก ผมเห็นเส้นคอเธอตึง เต้านมเด้งพ้นคอเดรสขึ้นมาทั้งคู่ ข้างในร่องรักของเธอตอดรัดปลิงผมเป็นจังหวะถี่ๆ บีบแล้วคลาย บีบแล้วคลาย จนผมต้องกัดฟัน ทรายถึงไปรอบหนึ่งบนตักผม ตัวสั่น หน้าผากซบบ่าผมครู่หนึ่ง
“เดี๋ยวพี่รีบเสร็จท่านี้เลย” ผมกระซิบ แล้วพยุงเธอหันไปทางพนักเบาะ ให้คุกเข่า อกชิดเบาะหนัง ผมเข้าจากด้านหลังอีกครั้ง ซอยสั้นๆ ถี่ๆ มือหนึ่งกำเอว อีกมือล้วงขึ้นบีบเต้านมที่แกว่งอยู่ใต้ผ้า จังหวะกำลังมัน ดันมีเสียงรองเท้าเดินเข้ามาในชั้นจอด ทรายผงะ “มีคน” ผมกดตัวเธอให้มุดต่ำลง ตัวเองก้มตาม แต่ไม่ได้ถอนออก ยังขยับเอวเล็กๆ ช้าๆ อยู่ในตัวเธอ ทรายครางแผ่วติดเบาะ นิ้วขยุ้มหนังเบาะแน่น สองเราแอบฟังจนรถคันนั้นสตาร์ตแล้วขับออกไป เสียงเครื่องเงียบลง ทรายหันมาตาปรือ “ตื่นเต้นสุดๆ เลยค่ะ”
ผมจัดเธอกลับมาท่าเดิม กระแทกต่อแรงขึ้น หนังเบาะดังครางตามจังหวะ “พี่ใกล้ละทราย จะออกแล้ว” “อึ๋ย… ออกเลยค่ะ ออกเลย ทรายก็ใกล้อีกรอบ อา… ฉีดเข้ามาเลยนะคะ ทรายจะเอาน้ำรักพี่ไปทำงานด้วยทั้งวัน” คำของเธอทำให้ผมขาดสติ ซอยแรงอีกไม่กี่ทีก็ปล่อยน้ำรักพุ่งเข้าไปในร่องรักจนสุดลำ อุ่น ข้น ทรายตัวกระตุกนิดหนึ่ง เป็นสัญญาณว่าเธอมาแตะแต่ยังไม่สุดรอบสอง ผมแช่ไว้ในตัวเธอให้น้ำรักสุดท้ายไหลออกจนหมด แล้วค่อยๆ ถอนท่อนเอ็นออก
น้ำรักไหลเยิ้มที่ปากร่องรักทันที ทรายรีบดึงกางเกงในกลับมาปิด กระชับผ้าให้ชิด “น้ำที่รักจะได้อยู่ข้างในค่ะ” เธอกระซิบแล้วยิ้มแบบคนทำเรื่องกล้าได้กล้าเสีย ผมกอดเธอไว้บนเบาะหลัง หัวใจทั้งคู่ยังเต้นแรง เหงื่อบางๆ ที่ต้นคอเธอติดริมฝีปากผม เราอยู่เงียบอย่างนั้นครู่หนึ่ง จนกว่าลมหายใจจะเข้าที่
ผมหยิบเสื้อในกับซับในที่ซ่อนไว้ใต้เบาะหน้าคืนให้เธอ ทรายใส่เสื้อในบนรถอย่างทุลักทุเล หัวเราะเมื่อตะขอหลุดมือครั้งหนึ่ง แล้วดึงเดรสให้เรียบ ซับในเธอไม่ใส่ต่อ บอกว่าเดี๋ยวไม่ทันลูกค้า ผมปีนกลับมาที่เบาะคนขับ สตาร์ตรถ พาเธอออกจากอาคารจอดไปส่งที่อาคารนัดหมายสายนั้น
ก่อนลงรถ ทรายโน้มมาจูบมุมปากผม มือกดทับชายกระโปรงตัวเองเบาๆ ราวกับยังรู้สึกถึงความอุ่นที่ขังอยู่ “เย็นนี้มารับนะคะ แล้วอย่าทำหน้าทะเล้นให้อาทกับนิวเขินอีก” “รับจ้ะ” ผมตอบ เธอเดินเข้าประตูกระจกหลังตรง เดรสสีเทาสะบัดตามก้าว ก้นกลมขยับใต้ผ้าทุกย่าง ผมนั่งมองจนเธอหายเข้าลิฟต์ จึงขับรถออกไปเปิดร้านตามเวลา ป้ายไฟหน้าร้านติดขึ้นตามปกติ ลูกค้าคนแรกเดินเข้ามาสั่งของ ผมยิ้มรับ ปากตอบไปตามเรื่อง แต่ในท้องยังร้อนอยู่กับภาพทรายบนโต๊ะประชุม และกับความรู้ว่าทั้งวันนี้ น้ำรักของผมยังอยู่กับเธอใต้เดรสตัวนั้น
