คนสวนหนุ่มเย็ดคุณเจน นายจ้างสาวมีผัว ในเรือนกล้วยไม้

🔤 ขนาดตัวหนังสือ:
💬 LINE𝕏
📖 คุณกำลังอ่าน: เรื่องเสียว 18+ หมวดหมู่ ชู้ เรื่องเล่าบน ThaiXTale

วงการก่อสร้างของไทยมีชื่อของคุณเจนอยู่ในลำดับต้นๆ ของคนที่ถูกจับตามอง แม้เธอจะเพิ่งยี่สิบเก้า และรับไม้ต่อตำแหน่งสูงสุดของบริษัทรับเหมาจากบิดาได้ไม่ถึงสามปี ผู้คนก็เลิกพูดถึงเธอในฐานะเพียงลูกสาวคนเก่งไปนานแล้ว เหลือความยอมรับที่เย็นและชัดว่า หญิงคนนี้ตัดสินใจเร็ว จำรายละเอียดได้หมด และไม่เปิดช่องให้ใครอ่านความอ่อนไหวของเธอออก

ใบหน้าของเธอคมโดยไม่แข็งกร้าว จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงเข้มเองจนแทบไม่ต้องเติมสี ผมดำยาวเลยไหล่สะบัดตามจังหวะก้าว เวลาเธอปรากฏในงานเลี้ยงหรือรายการโทรทัศน์ แสงไฟมักหาเธอก่อนเสมอ ผู้ชายในวงสังคมส่งดอกไม้เป็นพวง ของขวัญห่ออย่างประณีต และคำเชิญที่ฟังสุภาพแต่เจตนาไม่สุภาพเลยแม้แต่น้อย คุณเจนรับด้วยรอยยิ้มบางๆ แล้ววางทุกสิ่งไว้ข้างหลัง

เธอไม่กล้ามีใครแบบเปิดเผย ภาพของตระกูลคือกำแพงที่เธอก่อเองตั้งแต่วันกลับจากอเมริกา ชื่อเสียงไม่ใช่เรื่องเหลวไหลสำหรับลูกสาวคนเดียวของคนที่สร้างเมืองทั้งเมืองมาด้วยมือ และเธอรู้แก่ใจดีว่าความต้องการในตัวเองรุนแรงเพียงใด

สมัยเรียนเธอไม่เคยเสแสร้งกับตนเอง เธอชอบเรือนร่าง ชอบความใกล้ ชอบคืนที่ปิดประตูแล้วโลกภายนอกหายไป มีชายหนุ่มต่างชาติค้างที่อพาร์ตเมนต์บ่อยครั้ง บางคราวแทบไม่ผละจากเตียงทั้งวันทั้งคืน แต่คนเหล่านั้นอยู่ไกลจากวงศ์ตระกูล และไม่มีวันนำเรื่องของเธอไปเล่าในงานเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เมื่อกลับมารับบังเหียนบริษัท เธอจึงตัดทุกอย่างทิ้ง เหลือเพียงฝ่ามือของตนเองในห้องที่ล็อกกุญแจ กับความหิวที่สะสมมาเกือบสามปีโดยไม่มีชื่อใครให้เรียก

บ้านที่บิดาสร้างให้มีราคาสูงลิ่ว ตั้งติดรั้วเดียวกับเรือนใหญ่ของท่าน ภายในกำแพงเป็นสวนร่ม ทางเดินหิน และเรือนกล้วยไม้กระจกที่คุณแม่เคยเรียกว่าห้องสุดท้ายของความสงบ หลังคุณแม่จากไป คุณเจนไม่ยอมให้ใครรื้อเรือนนั้น ทั้งที่ตนเองแทบไม่ได้เข้าไปเลือกสายพันธุ์หรือตรวจความชื้น

คนในบ้านมีเพียงสอง บังอรแม่บ้านวัยห้าสิบเศษผู้พูดน้อย และภูมิคนสวนวัยยี่สิบแปดผู้ดูแลทั้งสวนและเรือนกล้วยไม้ เขาเป็นลูกชายของช่างเก่าแก่ในบริษัท เติบโตที่ศรีสะเกษ เรียนงานพืชมาจากแปลงจริง ก่อนบิดาของเธอจะเรียกตัวเข้ากรุงเพราะไว้ใจมือของตระกูลนั้น คุณเจนชอบความเงียบ จึงให้บริษัททำความสะอาดมาเป็นรอบ ไม่รับคนงานเพิ่ม บ้านหลังใหญ่จึงมีเสียงคนเพียงเท่าที่จำเป็น

ภูมิสูงกว่าเธอราวครึ่งศอก ผิวคล้ำจัดจากแดดในโรงกระจก ไหล่กว้างเพราะยกกระถาง ไม่ใช่ความกำยำที่สร้างในห้องออกกำลัง แขนขวามีรอยสักเถาวัลย์สีจางเลื้อยจากข้อมือขึ้นสู่หัวไหล่ ในเรือนกล้วยไม้เขาถอดเสื้อเพราะความร้อน นุ่งผ้าขาวม้าทับกางเกงขาสั้น และในวันที่อากาศอบอ้าวเกินจะเหลือเพียงผ้าผืนนั้น เขาเรียกเธอเสมอว่าคุณผู้หญิง เวลาเธอเดินผ่านสวน เขามักเงยขึ้นมองจนเผลอ แล้วรีบก้มทำงานต่อราวกับกลัวตัวเอง

บ่ายวันอาทิตย์ที่แดดอ่อน คุณเจนนั่งอ่านรายงานอยู่ในห้องรับแขกหลังบ้าน ก็ได้ยินฝีเท้าบังอรหนักผิดปกติ แล้วหยุดอยู่ที่ประตู

“คุณผู้หญิงคะ” หญิงวัยกลางคนกำชายผ้าไว้ “บังอรขอลาออกค่ะ”

คุณเจนเงยหน้าช้าๆ “เกิดอะไรขึ้น”

“อยู่ต่อไม่ไหวค่ะ” เสียงนั้นสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่ความโกรธ หากเป็นความอึดอัดที่เก็บมานาน

เธอวางเอกสารลงบนโต๊ะ “เล่าให้ฉันฟังก่อน ถ้าเป็นเรื่องค่าจ้างหรืองานหนัก ฉันจัดให้ได้”

บังอรส่ายหน้า นิ่งจนเสียงรถในซอยเงียบลง จึงเอ่ยว่า “เมื่อเช้าบังอรเอาผ้าเย็นไปส่งที่เรือนกล้วยไม้ ไม่รู้ว่าภูมิกำลังล้างตัวหลังฉีดยา คิดว่าเขาอยู่นอกโรงกระจก พอผลักประตูเข้าไป ผ้าที่เขาคาดสะโพกหลุดลงกับพื้น เขาหันหลังให้ทันทีและขอโทษ บังอรก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องตั้งใจ แต่บังอรแก่แล้วค่ะ เป็นคนละยุคกับหนุ่มคนนั้น อยู่ต่อไปก็จะเดินไม่ถูกตัวทั้งวัน ทั้งยังกลัวคนนอกกำแพงเห็นเข้าออกแล้วไปปั้นเรื่อง”

คุณเจนฟังจนจบ “มีอย่างอื่นอีกหรือ”

บังอรละสายตา “เขาทำงานดีค่ะ มือถึง กล้วยไม้ของคุณแม่ก็งามขึ้นตั้งแต่เขามา แต่บางครั้งเวลาคุณผู้หญิงเดินลงสวน บังอรเห็นสายตาเขา มันไม่ใช่สายตาลูกจ้างมองนายจ้างธรรมดา บังอรไม่อยากเป็นคนที่รู้มากไปกว่านี้ ขอตัวไปอยู่กับแม่ที่ราชบุรีจะสงบใจกว่า”

เธอพยายามรั้งไว้ทั้งค่าชดเชย ทั้งคำรับรองว่าจะจัดที่อยู่แยกให้ แต่บังอรไม่เปลี่ยนใจ คนที่ตัดสินใจเพราะศักดิ์ศรีของตนเอง จะไม่หันกลับเพราะเงิน คุณเจนจึงใส่ซองหนาไว้ในมือเธอ กล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจ และยืนส่งจนรถจักรยานยนต์รับจ้างเลี้ยวพ้นประตู

เย็นวันนั้นเธอเดินลงเรือนกล้วยไม้เอง อากาศภายในอุ่นและชื้น กลิ่นเปลือกไม้ปนดอกขาวจนเหมือนอีกฤดูหนึ่ง ภูมิกำลังเช็ดใบด้วยผ้านุ่ม ได้ยินเสียงเคาะกระจกก็ชะงัก แล้วรีบสวมเสื้อที่พาดราวอย่างลนลานจนชายเสื้อเหลื่อม

“บังอรลาออก” เธอพูดตรงๆ “เธอเล่าเรื่องเช้านี้ให้ฉันฟังแล้ว”

กล้ามเนื้อที่กรามเขาขมับขึ้น เขาหลุบตา “ผมผิดครับ คุณผู้หญิง ผมล้างยาที่เปื้อนแขนอยู่หลังโรง ไม่คิดว่าใครจะเข้ามา ผ้าหลุดเพราะมือเปียก ผมหันทันที แต่คำขอโทษคงไม่พอสำหรับผู้ใหญ่ที่เขาอาย ถ้าคุณผู้หญิงจะให้ผมหยุดงาน ผมเข้าใจได้”

“ฉันไม่ได้มาไล่เธอ” คุณเจนกล่าวช้า “ฉันมาบอกว่าคนที่ไม่ต้องการเห็น จงอย่าให้เขาต้องเห็น และคนที่ไม่ต้องการสายตาของเธอ อย่ายื่นสายตานั้นให้เขา ถ้าเธอต้องการใคร ก็ไปหาคนที่เขาต้องการเธอตอบ ไม่ใช่คนที่เขาต้องหลบ”

ภูมิยกมือไหว้ ฝ่ามือหยาบจากงานดิน “ครับ ผมจะระวัง บ้านนี้ให้ผมกินนอน และไว้ใจให้ดูแลของรักของคุณแม่ ผมไม่มีวันทำให้มันเลอะ”

ประโยคหลังทำให้เธอเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่แน่ใจว่าคำว่าของรักหมายถึงกล้วยไม้ หรือหมายถึงอย่างอื่นในสายตาของบังอร เธอพยักหน้าครั้งเดียวแล้วเดินออกมา ทั้งที่กลิ่นดอกไม้ติดผมเธอจนถึงห้องนอน

หลายวันถัดมา งานในบริษัทรัดตัวเธอไว้ แต่ภาพเรือนกระจกยังแทรกระหว่างตัวเลข เย็นวันศุกร์เธอกลับถึงบ้านก่อนฝน ตั้งใจจะลงไปดูต้นแคทลียาที่ภูมิบอกว่ากำลังจะบาน เธอไม่เรียกเขา เพราะคิดว่าวันนั้นเขาไปรับกระถางที่ตลาด

ในเรือนกล้วยไม้เงียบ มีเพียงพัดลมไอหมอกหมุนครืดๆ แสงผ่านผ้าสแลนสีดำลงมาเป็นตาราง เธอเดินลึกไปจนถึงมุมพักที่เขาปูเสื่อสำหรับนั่งเปลี่ยนดิน และพบว่าภูมิหลับอยู่

เขาคงทำงานตั้งแต่เช้า แขนข้างหนึ่งพาดหน้าผาก เสื้อกองอยู่ข้างกระป๋องน้ำ วันที่อากาศอบอ้าวเขาเหลือเพียงผ้าขาวม้า และผืนนั้นคลายม้วนออกจากเอวในความหลับ จนเรือนร่างส่วนล่างเผยแก่สายตาเธอเกือบทั้งหมด

คุณเจนหยุดเดิน เสียงหัวใจดังกว่าพัดลมหมอก ลำของเขายาวใหญ่ ผิวคล้ำสนิทกว่าท้องแขน เส้นเลือดบางเส้นนูนพลิ้วตามจังหวะหลับ ปลายที่ผ่อนคลายยังดูหนักอึ้งราวกับความร้อนทั้งวันค้างอยู่ในนั้น เธอไม่เคยเห็นของชายใดใกล้เพียงนี้มานานเกือบสามปี และไม่เคยเห็นสิ่งที่ทั้งใหญ่และสงบในความไม่รู้ตัวเช่นนี้

เธอยืนอยู่เพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่ละลมหายใจยาวผิดมนุษย์ แล้วบังคับให้เท้าถอย ปิดประตูโรงกระจกเบาที่สุดเท่าที่มือสั่นจะทำได้ ก้าวขึ้นบันไดโดยไม่แวะห้องน้ำชั้นล่าง และบิดกุญแจห้องนอนดังคลิกอย่างคนกลัวความลับจะรั่ว

เสื้อผ้าหลุดจากตัวกองที่ปลายเตียง เธอนอนหงายบนผ้าปูที่ยังเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ปล่อยให้ภาพนั้นกลับมาทั้งแผง มือของเธอไม่ต้องค้นนาน ร่างกายที่อดมาหลายเดือนตอบราวกับรอเพียงชนวน เธอคิดถึงความคล้ำ คิดถึงน้ำหนักของสิ่งนั้น และคิดถึงความที่เขาหลับไม่รู้ว่านายจ้างกำลังสั่นอยู่บนเตียงเพราะเขา

คลื่นแรกมาเร็ว คลื่นที่สองช้าและลึกจนเธอกัดริมฝีปากตนเอง คลื่นที่สามทำให้ตาพร่า เธอหยุดเมื่อต้นขาเริ่มล้า ทั้งที่ในใจยังไม่ยอมจบ

สัปดาห์ต่อมาภาพนั้นไม่ยอมจาง ไม่ว่าเธอจะตรวจแบบแปลนหรือนั่งหัวโต๊ะ ลำคล้ำในแสงตารางจะแทรกขึ้นมาโดยไม่ขออนุญาต คุณเจนเริ่มลงสวนบ่อย พูดกับภูมิเรื่องดอกไม้ซึ่งเธอไม่เคยใส่ใจรายละเอียด บางเย็นเธอชวนเขานั่งที่บันไดเรือนกล้วยไม้ เปิดเบียร์สองกระป๋องโดยบอกว่าอากาศร้อนเกินกว่าจะดื่มคนเดียว

เขาเขินแต่ไม่ปฏิเสธ นั่งห่างเธอหนึ่งช่วงไหล่ ตอบเรื่องสายพันธุ์ด้วยเสียงทุ้ม เวลาหัวเราะมุมปากจะยกข้างเดียว เหงื่อที่ขมับทำให้เธอต้องเหลือบตาไปทางอื่น ภูมิไม่เคยพูดล่วงเกินในการสนทนาเหล่านั้น เขาระวังกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ราวกับคำตำหนิวันนั้นยังฝังในกระดูก และความระวังนั้นเองที่ทำให้ความหิวของเธอยิ่งไร้ที่ระบาย

วันหนึ่งตุ๊กตาเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมชวนเธอไปร้านอาหารเงียบๆ ย่านที่คนวงสังคมไม่นิยมนัดกัน ตุ๊กตาแต่งตัวแพงแต่ถอดต่างหูเม็ดใหญ่ไว้ในกระเป๋า ราวกับอยากเป็นคนธรรมดาให้ได้สักมื้อ

“เธอดูแห้ง” ตุ๊กตาว่าหลังสั่งไวน์ “แห้งแบบคนเก่งที่ไม่ได้ถูกใครแตะมาหลายฤดู”

คุณเจนยิ้มบาง “เธอพูดเหมือนหมอดู”

“หมอดูไม่รู้จักเธอเท่าฉัน” ตุ๊กตาเอนหลัง “เดี๋ยวนี้ผู้หญิงอย่างเราไม่ต้องมีชู้ให้มันเก่าแบบนิยาย เราเรียกกันว่าคู่ใจชั่วคราวก็ได้ ไม่มีพิธี ไม่มีชื่อในงาน ไม่มีพันธะให้ใครฉีกไปลงข่าว ฉันเองก็ไม่มีแฟนตัวเป็นตน แต่ฉันไม่ได้อยู่แบบเธอ”

“นั่นเขาเรียกคู่นอนไม่ใช่หรือ”

“จะเรียกอะไรก็ถูก ถ้าทั้งสองคนยอมพร้อมกัน” ตุ๊กตาหมุนแก้ว “ฉันกลัวคำนินทาเหมือนเธอทุกอย่าง ต่างแค่ฉันไม่ยอมให้ความกลัวนั้นมาปิดห้องนอนฉันทั้งชีวิต”

คุณเจนลดเสียง “แล้วเธอไม่กลัวเขาเอาไปเล่าหรือ”

“คนของฉันไม่รู้จักใครในวงเรา” ตุ๊กตาหัวเราะในลำคอ “อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ได้เลี้ยงเด็ก และไม่ยุ่งกับคนที่เอาความลับไปขาย เพื่อนฉันคนหนึ่งเคยไว้ใจชายหนุ่ม แล้วเขาหันมาขู่เอาเงิน อีกคนไม่ยอมตรวจสุขภาพ ฉันบอกเธอไว้เลยว่าอย่าเดินตามทางนั้น”

“แล้วของเธอเป็นใคร”

“ความลับ” ตุ๊กตาว่า แล้วทนสายตาเพื่อนไม่ไหว เมื่อคุณเจนถามซ้ำในมื้อถัดๆ มา คำตอบก็หลุดออกข้างจานที่กินไม่หมด “คนดูแลสวนที่บ้านกาญจน์ของฉันเอง ผู้ชายเงียบๆ อยู่มานาน พูดน้อย มือหยาบ และไม่มีเพื่อนในกรุงเทพฯ สักคน”

“เธอกล้ามาก” คุณเจนพูด และน้ำเสียงนั้นจริงกว่าคำชมทั่วไป

ตุ๊กตายักไหล่ “ผู้หญิงก็คือคน หิวก็ยอมรับว่าหิว ฉันไม่ได้สวมหน้ากากเก่งกว่าใคร ฉันแค่ไม่ต้องการให้ความหิวไปเลือกแฟนให้ฉัน พอมีคนที่รู้จังหวะของร่างกาย เวลาออกไปเจอใครในวงสังคมฉันก็เลือกเขาด้วยหัว ไม่ใช่ด้วยความกระหาย”

“แล้วลงเอยกันได้อย่างไร”

“ผู้ชายที่อยู่กับความเงียบมานาน จะทนการยั่วยวนที่ชัดเจนได้ไม่นาน ถ้าเขาเองก็อยากอยู่แล้ว” ตุ๊กตาว่าช้า “ก่อนจะเริ่มฉันให้เขาสาบานว่าจะไม่เล่าให้ใคร แม้แต่ต้นไม้ในสวนนั้น แล้วฉันวางกฎเอง เขาทำตามได้ ฉันก็อยู่ได้”

คุณเจนขับรถกลับด้วยมือที่แน่นพวงมาลัย เกือบสามปีที่เธอเชื่อว่าการอดคือความรับผิดชอบ บัดนี้คำของเพื่อนเปิดประตูที่เธอเคยใส่กุญแจซ้อนสองชั้น และหลังประตูนั้นไม่ใช่ชายไฮโซคนใด หากเป็นภาพของภูมิหลับอยู่ในแสงตาราง พร้อมเรือนร่างที่เธอลบออกจากความมืดใต้เปลือกตาไม่ได้อีก

เธอเริ่มหลบสายตาเขาเวลาเจอะกันตรงทางเดิน ไม่ใช่เพราะรังเกียจ หากเพราะกลัวความต้องการจะปรากฏบนใบหน้าชัดเกินไป คืนหนึ่งเธอนั่งในห้องรับแขกหลังบ้านโดยไม่เปิดไฟ ใช้มือของตนเองระบายความร้อน พลางจินตนาการว่าความคล้ำและความหนักของเขากำลังคร่อมเธออย่างเบามือ ภาพนั้นยิ่งนานยิ่งละเอียด รายละเอียดยิ่งมากเธอยิ่งละอาย และยิ่งละอายก็ยิ่งหยุดไม่ได้

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง หลังทั้งคู่ดื่มเบียร์จบและพูดเรื่องแมลงศัตรูกล้วยไม้ราวกับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในโลก คุณเจนเอ่ยขึ้นกลางความมืดของบันไดกระจก

“พรุ่งนี้เธอว่างไหม ฉันอยากให้ไปกับฉันสักหน่อย”

ภูมิชะงัก “ไปไหนครับ”

“ยังไม่บอก ตอบก่อนว่าเธอเก็บความลับได้หรือไม่”

เขามองเธอตรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน “ได้ครับ ถ้าคุณผู้หญิงมอบให้ ผมไม่นำไปพูดแม้กับคนที่จะทำให้ผมสบายใจขึ้น”

“ต้องสาบาน”

“ผมสาบานกับกล้วยไม้ในเรือนนี้” เขาว่าช้า “สิ่งที่คุณผู้หญิงไม่ให้เล่า ผมจะไม่เล่า แม้คุณจะไล่ผมออกวันหนึ่ง ผมก็จะเอาคำนั้นไปด้วย”

เธอหายใจเข้าลึก “บังอรไปแล้ว บ้านเหลือเราสองคนกับคนของบริษัทที่มาทำความสะอาดบางวัน ฉันต้องการให้เธอช่วยเรื่องหนึ่ง และเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับงานสวน เธอปฏิเสธได้ งานของเธอจะไม่สะเทือนไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร”

ภูมิขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพยักหน้า “พรุ่งนี้กี่โมงครับ”

วันรุ่งขึ้นเธอขับรถออกจากบ้านยามแดดยังไม่จัด ภูมินั่งเบาะข้างในเสื้อเชิ้ตสะอาดที่เห็นได้ว่าเขาตั้งใจรีด กลิ่นสบู่อ่อนปนกลิ่นใบไม้ซึ่งไม่มีวันหายจากตัวเขา คุณเจนจอดข้างศูนย์การค้าเล็กๆ ที่มีร้านหนังสือเก่าเปิดอยู่สองห้องแถว หน้าร้านขายนิตยสารและเครื่องเขียน ในสุดของร้านเป็นชั้นที่คนเดินผ่านมักแกล้งไม่มอง

“เห็นร้านนั้นไหม” เธอชี้ “เอาเงินนี้เข้าไป เลือกภาพยนตร์ผู้ใหญ่มาห้าเรื่อง อยู่ชั้นหลังสุด อย่าเอ่ยชื่อฉัน อย่าถามพนักงานเกินจำเป็น แล้วเดินกลับมา”

เขาหันมามองเธอ ตาไม่หลบครั้งนี้ “ภาพยนตร์แบบที่ผมเข้าใจหรือเปล่าครับ”

“แบบที่ผู้ใหญ่ดูเมื่ออยากอยู่กับความต้องการของตัวเอง” เธอรักษาเสียงให้เรียบ ทั้งที่ปลายนิ้วเย็น “ถ้าเธอไม่สบายใจ วางเงินแล้วลงจากรถได้ ฉันจะไม่ถามซ้ำ”

ภูมิรับธนบัตรด้วยมือที่นิ่ง “สักครู่ครับ” เขาก้าวลงจากรถอย่างคนเดินไปซื้อของธรรมดา และหายเข้าไปในร้าน

สิบห้านาทีต่อมาเขากลับมาพร้อมซองกระดาษสีน้ำตาล ส่งให้โดยไม่ยิ้มไม่เล่า คุณเจนแง้มดูเพียงพอจะรู้ว่ามีห้าแผ่น ปกเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น บางแผ่นเป็นคู่ผิวคล้ำ บางแผ่นเป็นคู่เอเชีย เธอหุบซองเร็วกว่าที่ใจเต้น แล้วคืนซองให้เขา

“เธอเลือกเป็น” เธอว่า “วันนี้เพื่อนฉันจะมาทานข้าวที่บ้าน ฉันต้องไปสปาตอนบ่าย เธอขึ้นรถแท็กซี่กลับ หนังไว้ที่ห้องเธอก่อน อย่าให้ใครเห็น คืนนี้ถ้าเธออยากดูด้วยกัน หลังจากแขกกลับหมดแล้ว ให้มาที่เรือนกล้วยไม้ ฉันจะรอ ถ้าไม่อยาก ก็วางซองไว้ที่ห้องฉันแล้วไปนอนได้ ฉันจะไม่ถือโทษ”

เขารับเงินค่ารถ มองซองนั้นราวกับมันมีน้ำหนักกว่ากระดาษ “ถ้าผมมา ผมมาเพราะอยากรู้ว่าคุณผู้หญิงต้องการอะไร ไม่ใช่เพราะกลัวเสียงาน”

“งั้นค่อยมาหาคำตอบคืนนี้” เธอตอบ แล้วขับรถพ้นซอยก่อนใบหน้าจะแดงต่อหน้าเขา

ที่สปาเธอปล่อยให้มือคนอื่นลูบน้ำมันหอมไปตามหลัง บ่า และต้นขา ช่างทำให้ผิวเนียน เก็บเส้นขนจนเรียบอย่างที่เธอไม่ทำมานาน กลิ่นครีมราคาแพงซึมลงเนื้อ แต่ความคิดของเธอไม่อยู่บนเตียงนวด มันวนอยู่ที่เส้นแบ่งซึ่งต้องลากให้ชัดก่อนค่ำ

คุณเจนตัดสินใจขณะสระผมว่า คืนนี้อยากให้เขาเห็น อยากถูกจูบ อยากถูกปากและลิ้นของเขาปลอบตรงที่ฝ่ามือเธอเคยไปคนเดียว และถ้าจังหวะนั้นเธออยากตอบแทนด้วยริมฝีปากของตน เธอก็จะทำ แต่เธอจะยังไม่รับเขาเข้าไว้ในกาย จะไม่ข้ามเส้นนั้นในคืนแรก ทั้งเพื่อตนเอง และเพื่อดูว่าเขาหยุดได้เมื่อเธอบอกว่าพอ

อาหารค่ำที่บ้านเป็นไปอย่างคนมีรสนิยมจัดไว้ ไวน์ดี เพื่อนสนิทสี่คน เสียงหัวเราะกระเถิบไปตามห้องที่บังอรเคยเดินผ่าน ตุ๊กตานั่งข้างเธอและกระซิบตอนยกแก้วว่า “คืนนี้เธอสวยแบบตั้งใจ สวยจนฉันอิจฉา หนุ่มๆ ที่โต๊ะนี้มองเธอราวกับเธอคือของหวานที่ยังไม่ได้รับอนุญาต”

“นานๆ ครั้งก็อยากสวยให้เป็นเรื่องเป็นราวบ้าง” คุณเจนตอบ

“แล้วใครคือคนที่ได้รับอนุญาต” ตุ๊กตาทำตาเป็นประกาย “หรือยังไม่มีอีก ตามสไตล์เธอ จนฉันเกรงว่าเธอจะกลายเป็นตำนานหญิงเหล็กที่ไม่มีเตียง”

“วันนี้มีคนมาหลายคนนะ” เพื่อนอีกคนหัวเราะ “เธอแค่กระดิกนิ้ว คิวก็คงยาวถึงประตูสวน”

“ยาวอะไรของเธอ” ตุ๊กตาแซวต่อ จนคุณเจนต้องสะกิดแขนเพื่อนแรงๆ

เมื่อห้องโล่งเหลือเพียงสองหญิงกับก้นแก้ว ตุ๊กตาจ้องเธอไม่วาง “เธอมีแผน ฉันรู้ อย่าบอกว่าเป็นคนสวนหนุ่มคนนั้นที่ฉันเห็นตอนเดินเข้าบ้าน เสื้อเชิ้ตแขนพับ มือเหมือนคนทำงานจริง”

“เบาลง” คุณเจนข่มเสียง “ยังไม่มีอะไร ฉันแค่คิด และคิดอย่างกลัวๆ กล้าๆ”

เธอเล่าเท่าที่ปากจะยอม เรื่องคำสาบาน เรื่องซองกระดาษ เรื่องเรือนกล้วยไม้หลังแขกกลับ โดยไม่เล่าภาพวันที่เขาหลับ ตุ๊กตาฟังจนจบแล้วจับมือเธอไว้

“ถ้าเขาไม่เคารพคำว่าไม่ของเธอ จบตั้งแต่คืนนี้ และถ้าเขาเคารพ เธอก็ไม่ต้องอายฉัน ผู้หญิงมีสิทธิ์หิวได้ ขออย่างเดียว อย่าให้ความหิวทำให้เธอลืมว่าเธอเป็นคนกำหนดประตู”

หลังประตูใหญ่ปิดลง คุณเจนอาบน้ำช้าๆ ทาครีมจนผิวสะท้อนไฟห้อง เธอยืนหน้ากระจกในชุดนอนผ้าไหมสีดำ เนื้อบางพอจะรู้ว่าภายใต้คือเรือนร่างจริง ชายสั้นเพิ่งคลุมส่วนล่างของหน้าอก หน้าอกอวบดันผ้าจนเห็นทรงชัด ปลายอกตั้งเพราะความตื่น ไม่ใช่เพราะลม กางเกงในลูกไม้สีเดียวกันเล็กและต่ำ ปิดเพียงความลับตรงหน้า ด้านหลังเหลือร่องและส่วนโค้งที่ผ้ามิอาจอ้างว่าปกปิด

เธอมองผู้หญิงในกระจก ยี่สิบเก้าปี ผู้บริหารที่วงการเกรง กำลังจะเดินข้ามสวนในชุดซึ่งไม่มีทางอธิบายต่อใครได้ถ้าถูกเห็น หัวใจเต้นแรงจนเธอยิ้มให้ตัวเองอย่างยอมแพ้ “ถ้าจะทำ ก็ทำให้มันจริง”

ทางเดินหินเย็นใต้ฝ่าเท้าเปล่า เรือนกล้วยไม้สว่างด้วยโคมเหลืองต่ำที่เขาจุดรอ กระจกเริ่มมีฝ้าจากความชื้นภายใน ประตูเปิดอยู่เพียงเสี้ยว ภูมิยืนอยู่ข้างชั้นกระถาง เขาอาบน้ำมาแล้ว เสื้อยืดสีเทาบางติดไหล่กว้าง กางเกงขายาวสะอาด แต่เท้ายังเปล่าอย่างคนอยู่กับดิน ซองกระดาษวางบนม้านั่งไม้ตรงหน้าจอเล็กที่เธอให้ช่างติดไว้สำหรับดูแบบแปลนแล้วไม่เคยได้ใช้

เมื่อเธอก้าวเข้าไป เขาลืมกระพริบตา ลูกกระเดือกเคลื่อนหนึ่งครั้ง สายตาตกที่หน้าอกเธอแล้วรีบยกขึ้นมาหากใบหน้า อย่างคนรู้ว่าตนเองพลาด และยังพลาดซ้ำเพราะผ้าบางนั้นไม่เมตตาใคร

“มาแล้ว” เธอเอ่ย ทั้งที่เสียงตนเองดูแปลกหู

“ครับ” เขาตอบสั้น และคำนั้นแหบกว่าปกติ “คุณผู้หญิงแน่ใจนะครับว่าจะให้ผมอยู่ในนี้กับคุณแบบนี้”

“ถ้าเธออยู่เพราะเต็มใจ” คุณเจนรับแผ่นจากมือเขาทีละใบ เขาระวังไม่ให้นิ้วชนนิ้ว “ดูด้วยกันได้ เลิกได้ทุกเมื่อ และสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนนี้ห้ามออกไปนอกกระจก”

“แม้วันหนึ่งผมจะจากที่นี่ ผมก็ไม่นำมันออกไป” เขากล่าว แล้วเติมอย่างนุ่มขึ้น “แต่คืนนี้ผมยังอยู่ และผมจะจำให้ดีโดยไม่ต้องเล่าให้ใคร”

เธอใส่แผ่นแรก ภาพปรากฏบนจอเล็ก เสียงถูกลดจนเหลือลมหายใจของนักแสดงสองคนในห้องที่ไม่มีกลิ่นดอกไม้แบบนี้ คุณเจนนั่งลงที่ม้านั่งยาว ภูมิยังยืนอยู่ เธอชี้ที่ว่างข้างๆ โดยเว้นระยะไว้ให้ชัด

“นั่งได้ ห่างฉันสักศอก ฉันไม่ต้องการให้เธอยืนเกร็งจนลืมดู”

เขานั่งลงอย่างระวัง เข่าแยกจากเธอตามสั่ง ภาพบนจอเดินไปข้างหน้า แต่สายตาเขาหนีไปที่ส่วนโค้งใต้ชายผ้าไหมครั้งแล้วครั้งเล่า คุณเจนหันมาจับได้ และแก้มตนเองร้อนก่อนจะพูด

“อย่าจ้องอย่างนั้นนัก”

“ขอโทษครับ” เขาหันกลับไปที่จอ แล้วยอมรับด้วยความซื่อที่ทำให้เธอสะเทือน “เคยเห็นผู้หญิงสวย แต่ไม่เคยเห็นคุณในระยะที่ผ้าบางขนาดนี้ ผมกำลังพยายามเป็นคนดีอยู่ มันยากกว่าที่คิด”

“ดูหนังเถอะ” เธอพูด ทั้งที่ยิ้มหลุดออกมาเสี้ยวหนึ่ง

เวลาผ่านไปไม่นาน นักแสดงบนจอก็เลิกเสแสร้ง ภูมิเริ่มนั่งไม่ติด เปลี่ยนท่า กำเข่า แล้วคลาย หายใจดังขึ้นในความชื้นของโรงกระจก คุณเจนรู้ดีว่าความอึดอัดนั้นคืออะไร เพราะระหว่างขาของเธอเองก็อุ่นและหนักเช่นกัน เธอยกกล่องทิชชูที่เตรียมไว้วางลงข้างเขา

“ตามสบายได้” เธอจ้องจอทั้งที่ไม่เห็นภาพแล้ว “ฉันไม่ถือ ฉันดูแบบนี้คนเดียวบ่อยกว่าที่ใครจะนึก”

ภูมิหันมาช้าๆ “คุณหมายความว่าอะไรครับ ผมไม่อยากเข้าใจผิด แล้วทำสิ่งที่ทำให้คุณต้องไล่ผมออกจริงๆ”

หน้าเธอแดงจนแสงโคมช่วยปิดไม่มิด “หมายความว่าถ้าร่างกายเธอต้องการระบาย เธอทำได้ตรงนี้ ฉันอนุญาต และฉันจะไม่เยาะเย้ย”

“คุณผู้หญิง”

“อย่าทำให้ฉันต้องพูดคำที่ตรงกว่านี้” เธอกระซิบ “เธอรู้ว่าฉันพูดถึงอะไร”

เขาเงียบครู่หนึ่ง เสียงหนังดำเนินไปโดยไม่มีใครฟัง “ผมขอให้คุณพูดอีกครั้งว่าผมทำได้ และว่าผมไม่ทำก็ได้เหมือนกัน”

“เธอทำได้” คุณเจนว่า และคราวนี้มองเขา “และเธอไม่ทำก็ได้ งานเช้าพรุ่งนี้ยังเป็นของเธออยู่ดี”

ภูมิถอดเสื้อยืดออกก่อน ราวกับความร้อนของเรือนกล้วยไม้กลายเป็นข้ออ้าง แผงอกคล้ำมีเหงื่อบางๆ รอยสักเถาวัลย์ไต่หัวไหล่สั่นตามลมหายใจ จากนั้นเขาปลดกางเกง ถอดออกวางไว้ข้างเสื่อ ด้วยมือที่ไม่รีบร้อน เพื่อให้เธอมีเวลาสั่งให้หยุด

เธอไม่สั่ง ของเขาหลุดพ้นผ้า ตั้งตรงในแสงโคมเหลือง ใหญ่โตอย่างที่เธอจำได้ แต่คราวนี้ไม่ง่วงและไม่หลับ ลำนั้นตั้งเพราะเธอ เส้นเลือดชัด ปลายเข้มและตึงจนเธอต้องกลืนน้ำลาย

เขามองหน้าเธอตอนที่เธอกำลังมอง และไม่ยิ้มเยาะ “ถ้าคุณไม่ต้องการเห็น บอกผมเดี๋ยวนี้ ผมจะหันไป”

“นั่งเฉยๆ ก่อน” เสียงเธอแทบไม่เป็นคำ “อย่าเพิ่งดีใจว่าฉันอ่อนแอ”

“ผมไม่คิดอย่างนั้น” เขาตอบ “ผมคิดว่าคุณกล้า และกำลังกลัวความกล้าของตัวเอง”

คำนั้นถูกจนเธอโกรธเขาเล็กน้อยด้วยความพอดี ภูมิเอื้อมมือลงจับตนเองช้าๆ ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ครางดัง เพียงปล่อยให้เธอเห็นจังหวะที่ฝ่ามือหยาบเลื่อนไปตามความคล้ำมันวาว เขาพยายามเหลือบไปที่จอ แต่สายตากลับปักที่คอเธอ ที่ผ้าซึ่งดันขึ้นลงตามอก และที่ลูกไม้บางตรงเชิงกราน

“ดูจอสิ” เธอว่าทั้งที่ตาตนเองไม่ไปไหน

“คุณก็ไม่ได้ดูจอ” เขากล่าวแผ่ว “คุณดูผมอยู่ และผมชอบให้คุณดู ถ้าคุณไม่ชอบที่จะถูกจับได้ ก็บอก ผมจะหลับตา”

“อย่าหลับตา” คำนั้นหลุดออกก่อนเธอจะห้ามใจ เธอหน้าแดงจัด “ถ้าจะให้ดู ก็นั่งให้เห็นชัด ขยับมาอีกนิดได้ ยังห้ามแตะตัวฉัน”

ภูมิขยับเข้ามาตามระยะที่เธอชี้ เข่ายังไม่ชนเข่าเธอ เขาพิงขอบม้านั่ง เปิดพื้นที่ให้แสงตกเต็มสิ่งที่อยู่ในมือ เหงื่อซึมที่หน้าท้องเป็นเส้นบาง คุณเจนมองจนลืมกระพริบ ความเคยชินเกือบสามปีของการแตะต้องตนเองแตกสลายต่อหน้าของจริง ซึ่งร้อน ซึ่งมีกลิ่นผิวคนหลังอาบน้ำ และซึ่งสั่นเล็กน้อยเพราะถูกสายตาเธอกิน

“คุณผู้หญิง” เขาเอ่ยเมื่อมือของเขาช้าลงอย่างคนกลั้น “ผมพูดได้ไหม”

“พูด”

“ผมเคยคิดว่าการได้อยู่บ้านนี้คือโชคดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ผมกำลังคิดใหม่ และผมกลัวความคิดนั้นมาก กลัวว่าพอถึงเช้าคุณจะรังเกียจผม กลัวว่าผมจะกลายเป็นผู้ชายที่คุณต้องหลบในสวนของตัวเอง”

คุณเจนบีบชายชุดนอนไว้ “ฉันกลัวอย่างอื่น กลัวเธอเอาเรื่องคืนนี้ไปเล่าเป็นความขบขัน กลัวเธอจะเริ่มตามตื้อฉันต่อหน้าคน กลัวว่าถ้ายามหนึ่งฉันบอกว่าพอ เธอจะไม่หยุด ฉันเป็นนายจ้างเธอ โลกภายนอกจะไม่เชื่อว่าฉันกำหนดเรื่องนี้ได้ ถ้ามันเลอะ”

ภูมิปล่อยมือจากตนเองทันที ราวกับต้องทำให้เธอเห็นว่าเขาหยุดได้แม้ในจุดที่เลิกยากที่สุด “ผมหยุดแล้วครับ เห็นไหม ถ้าคุณบอกพอ ผมจะพอ แม้ร่างกายผมจะยังไม่พอ ผมไม่มีอะไรจะให้คุณนอกจากคำพูด แต่คำสาบานเมื่อเช้านิ่งอยู่ ผมจะไม่เล่าให้เพื่อนคุณ ไม่เล่าให้คนงาน และจะไม่มองคุณแบบนี้ถ้ามีคนอื่นอยู่ในสวน”

เธอมองมือที่เขาวางลงบนเข่า ยังสั่นเล็กน้อย และเชื่อเขาในส่วนที่อันตรายที่สุด

“สมัยอยู่อเมริกา” เธอเล่าทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเล่า “ฉันเคยชอบให้คนที่ฉันไว้ใจมองฉัน มันทำให้รู้สึกว่าความหิวไม่ใช่เรื่องสกปรก แต่ที่นี่ฉันไม่มีใครให้ไว้ใจขนาดนั้นมาหลายปี”

“คืนนี้คุณไม่ต้องเปิดอะไรให้ดูอีกเลยก็ได้” เขากล่าว “การได้เห็นคุณเดินเข้ามาในชุดนั้น ผมก็แทบไม่รอดอยู่แล้ว”

คุณเจนหัวเราะเบาจนไหล่คลาย “เธอพูดเก่งขึ้นเมื่อถอดเกราะ”

“หรือเมื่อถอดกางเกง” เขาเผลอพูด แล้วทำหน้าตกใจตัวเองจนเธอหัวเราะจริงเป็นครั้งแรกของคืน

เสียงหัวเราะนั้นเองที่ทำให้เธอตัดสินใจ เธอหันตัวเข้าหาเขา เข่ายังรักษาระยะ “ถ้าฉันจะให้เธอเห็น เธอจะอยู่กับที่จนกว่าฉันจะอนุญาตให้ขยับ ห้ามคว้า ห้ามกด ห้ามขอเกินสิ่งที่ปากฉันเอ่ย ทำได้หรือไม่”

“ทำได้” ภูมิตอบทันที มือทั้งสองยันขอบม้านั่งให้เธอเห็น “คุณเป็นคนเปิด และคุณเป็นคนปิด”

เธอดึงสายผ้าไหมลงจากไหล่ข้างหนึ่ง แล้วอีกข้าง ผ้าดำร่วงมากองที่เอว หน้าอกขาวหลุดพ้นความบางนั้นในแสงโคม กลมหนัก ปลายชมพูเข้มตั้งเพราะสายตาเขาไม่แพ้เพราะลมจากพัดลมหมอก ภูมิหายใจดังจนเกือบเป็นเสียงคราง แต่เขานั่งนิ่งตามคำสั่ง เพียงดวงตาคล้ำสว่างขึ้นราวกับมีคนจุดไฟหลังกระจกตา

“สวยกว่าที่ผมกล้าคิด” เขาพูดอย่างคนกลัวคำจะไม่พอ “ผมขอดูอย่างเดียว จนกว่าคุณจะให้มากกว่านั้น”

คุณเจนยืนขึ้นครู่หนึ่ง ปล่อยให้ผ้าไหมหล่นถึงข้อเท้า เหลือเพียงลูกไม้ดำผืนเล็ก เธอหมุนตัวช้าๆ ให้เขาเห็นแนวหลัง คอ เอวที่รับกับสะโพก และส่วนโค้งที่แสงเหลืองไล้จนเนียน เธอได้ยินเขาสูดหายใจเข้า และไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าขยับเข้ามา นั่นทำให้เข่าเธออ่อนด้วยความไว้ใจปนความอยาก

“จูบได้” เธอหันกลับมา “เริ่มที่ปาก ยังไม่ลงไปไหน”

ภูมิลุกขึ้นช้าพอให้เธอถอยได้ถ้าต้องการ เขาโค้งลงมาเพราะสูงกว่า และรอจนเธอยกคางเอง จูบแรกจึงเกิดอย่างคนกลัวว่าความจริงจะแตกสลายถ้าเร่งมือ ริมฝีปากเขาอุ่น ระวัง มีรสจืดของชาที่เขาดื่มแก้ประหม่าก่อนเธอมา เธอแย้มปากให้เอง ลิ้นแตะลิ้นเบาๆ แล้วลึกขึ้นเมื่อเธอยกมือจะกุมชายเสื้อ เพิ่งนึกได้ว่าเขาถอดไปแล้ว มือจึงได้แต่กุมหัวไหล่เขา

ฝ่ามือหยาบของเขายกขึ้นค้างกลางอากาศ “แตะตรงไหนได้ครับ”

“หลังฉัน” เธอกระซิบ “แล้วค่อยลงมาที่เอว อย่าเพิ่งเลยลูกไม้”

เขากอดเธออย่างคนยกของมีค่า ไม่ใช่คนแย่งของ ฝ่ามือแผ่บนหลัง ร้อนจนเธอซบหน้าอกคล้ำนั้น กลิ่นสบู่กับกลิ่นใบไม้ห้อมร่างเธอจนโลกนอกโรงกระจกเลือน เขาจูบจากปากลงกราม ลงคอ แล้วหยุดที่ไหปลาร้า

“ต่ำกว่านี้ได้ไหม” เขาถามใกล้ผิวเธอ

“ได้ ที่อก ใช้ปากได้ เบาๆ ก่อน”

ภูมิประคองหน้าอกข้างหนึ่งด้วยความนุ่มที่กลับทำให้เธอสั่นยิ่งกว่าความรีบ ปากเขาปิดบนปลายอก ลิ้นชุ่มหมุนวนช้าๆ อีกมือยังอยู่ที่เอวไม่ขยับล้ำ เธอสอดนิ้วเข้าไปในผมสั้นของเขา ไม่กด ไม่ผลัก เพียงยึดไว้เพื่อไม่ให้ตนเองลอย คำครางหลุดเมื่อเขาดูดเบาๆ แล้วสลับข้าง ราวกับไม่อยากให้ที่ใดของเธอถูกละเลย

“ภูมิ” เธอเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำนำหน้าเป็นครั้งแรก “คุกเข่าได้ ถ้าเธออยาก และถ้าเธออยากจริง”

เขาคุกเข่าบนเสื่อทันที แต่ยังเงยหน้าถาม “บอกผมด้วยปากครับ ว่าให้ผมทำอะไร คุณจะได้มั่นใจว่าไม่ได้ยินไปเอง”

คุณเจนแดงทั้งใบหน้า ความชื้นระหว่างขาชัดจนเธอรู้สึกได้โดยไม่ต้องแตะ “ถอดลูกไม้ออก แล้วใช้ปากรักฉัน หยุดเมื่อฉันบีบไหล่เธอสองครั้ง”

มือเขาเกี่ยวขอบผ้าช้าๆ ปล่อยให้เธอก้าวออกจากผืนเล็กนั้นเอง เขาไม่ได้พุ่งเข้าใส่ เขามองเธอในแสงโคมครู่หนึ่ง อย่างคนจดจำ ไม่ใช่คนปล้น แล้วจูบต้นขาก่อนจะขึ้นไปถึงศูนย์กลางที่เธอเปียกชุ่มเพราะเขามาทั้งสัปดาห์โดยที่เขาไม่รู้

ลิ้นแรกทำให้เข่าเธอทรุด ภูมิประคองสะโพกไว้ แล้วชะงัก “ยืนไหวไหมครับ หรือจะนั่ง”

“ม้านั่ง” เธอตอบแทบไม่เป็นภาษา

เธอนั่งเปิดเข่าให้เขาบนม้านั่งไม้ที่เคยใช้วางถาดปุ๋ย เขาฟังเสียงเธอมากกว่าจะใช้ท่าที่เคยชิน ถ้าเธอสะดุ้งเขาจะอ่อนลง ถ้าเธอดึงผมเขาจะคงที่ ลิ้นเลียอย่างตั้งใจรอบปุ่มที่บวมไว แล้วดูดจังหวะสม่ำเสมอจนความคิดเรื่องบริษัท บิดา และสายตาคนนอกจางไปหมด เหลือเพียงความร้อนในเรือนกล้วยไม้กับปากของคนสวนหนุ่ม

คุณเจนบีบขอบม้านั่ง แล้วบีบไหล่เขาเมื่อคลื่นก่อตัวใกล้เกินไป “ช้าลงนิด อย่าเพิ่งให้จบ ฉันอยากนานกว่านี้”

“ครับ” เขาตอบลงบนเนื้อเธอ และทำตาม ชะลอจนความใกล้กลายเป็นความทรมานหวาน นิ้วเขาชูขึ้นให้เธอเห็นก่อนจะถาม “เข้าได้หนึ่งนิ้วไหมครับ หรือให้ใช้แต่ปาก”

“หนึ่งนิ้ว” เธอพยักหน้า “ช้าๆ”

เขาสอดเข้าไปในความนุ่มที่โหยหามานาน งอนิ้วหาจุดที่ทำให้เธอสะท้าน ปากยังไม่ทิ้งปุ่มเล็กนั้น คุณเจนทนได้ไม่นานอย่างที่คิด คลื่นแตกพุ่งขึ้นท้องน้อย รัดนิ้วเขาเป็นจังหวะ ชื่อของเขาหลุดจากปากเธอขาดๆ ในเสียงที่ไม่มีคำว่าคุณผู้หญิงเหลืออยู่ เขารับเธอไว้จนแรงสั่นซา แล้วจูบต้นขาด้านในอย่างคนขอบคุณ ไม่ใช่คนทวงต่อ

เมื่อเธอพอจะลืมตา ภูมิยังคุกเข่า ของเขายังตั้งสั่นโดยที่เขาไม่กล้าแตะ ราวกับเกรงว่าความต้องการของตนจะทำให้เมื่อครู่มัวหมอง คุณเจนยื่นมือไปจับเขาเอง ร้อน แข็ง ใหญ่จนนิ้วกำได้ไม่รอบ

“ฉันอยากตอบ” เธอกระซิบ “ด้วยปาก เธออยู่นิ่งได้ไหม”

เขาพยักหน้าอย่างคนหมดคำ เธอให้เขานั่งบนม้านั่ง ตนเองคุกเข่าบนผ้าสะอาดที่เขากางรองไว้ ก่อนจะก้มลงเธอมองเขาอีกครั้ง “ถ้ามากไปให้บอก อย่าดึงผมฉัน”

“ผมไม่ดึง” ภูมิเกือบหัวเราะด้วยความตื้นตัน “คุณสั่งได้ทุกอย่าง”

เธอใช้ลิ้นชิมปลายเขาเสียก่อน รสจืดปนเค็มบาง กลิ่นผิวสะอาด แล้วค่อยๆ รับเขาเข้าปากเท่าที่อ้าได้ ความใหญ่ทำให้มุมตาชื้น แต่เธอไม่รีบกลืนทั้งลำ มือประกอบจังหวะ ปากอุ่นเลื่อนลงและขึ้น ภูมิครางครั้งแรกอย่างเสียงที่พยายามฆ่าให้ตายในลำคอ มือเขาเกาะขอบไม้จนข้อนิ้วซีด ไม่ย้ายไปที่ผมเธอเลย

“เจน” เขาเผลอเรียกชื่อเปล่า แล้วหยุดเอง “ขอโทษครับ”

เธอปล่อยเขาเพียงพอจะพูด “เรียกได้ ตอนไม่มีใคร”

ชื่อของเธอในปากเขาทำให้เธอร้อนขึ้นใหม่ทั้งที่เพิ่งถึงไป เธอก้มลงรับเขาต่อ ลึกขึ้นเล็กน้อย ดูดช้าๆ จนต้นขาเขาเกร็ง ภูมิแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นสัญญาณ

“ผมใกล้แล้ว ขยับออกได้ครับ ไม่ต้องทน”

คุณเจนไม่ขยับออก เธอจับสะโพกเขาไว้เป็นคำตอบ แล้วรับจังหวะสุดท้ายเมื่อเขาหลั่งอุ่นในปาก เธอกลืนอย่างตั้งใจ ไม่ได้ฝืนจนทุกข์ เพียงทำให้เขาเห็นว่าเธอเลือกจะอยู่จนจบ ภูมิสั่นทั้งตัว มองเธอราวกับไม่เชื่อว่าเรือนกล้วยไม้หลังนี้ยังตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

เขาหยิบทิชชูให้เธอทั้งที่เธอไม่ได้ต้องการมากนัก แล้วดึงเธอขึ้นมานั่งข้างกัน หาเสื้อของตนมาคลุมไหล่เธอ เพราะไอหมอกจากพัดลมทำให้ผิวที่เปียกเหงื่อเริ่มเย็น โคมเหลืองสะท้อนบนกระจกฝ้า ไม่มีใครนอกเรือนนี้เห็นเงาทั้งสอง

“ฉันยังไม่ให้เธอเข้ามาข้างในคืนนี้” คุณเจนพูดขณะซบหัวไหล่เขา เสียงแหบแต่ชัด “ไม่ใช่เพราะรังเกียจ ฉันอยากรู้ว่าเธออยู่กับเส้นที่ฉันลากได้หรือเปล่า และเธออยู่ได้”

ภูมิจูบขมับเธอเบาจนแทบไม่แตะ “งั้นผมก็อยู่ตรงเส้นนี้ได้ ถ้าวันหนึ่งคุณอยากให้ล้ำไปกว่านี้ คุณต้องเป็นคนพูด และถ้าคุณไม่พูดอีกเลย ผมก็ยังดีใจที่คืนนี้เกิด”

เธอมองแถวกล้วยไม้สีขาวที่เริ่มคลี่ในความชื้นยามดึก ดอกหนึ่งเบ่งกลีบโดยไม่สนใจความลับของคน “พรุ่งนี้เราจะทำงานเหมือนเดิม ต่อหน้าคนอื่นเธอเรียกฉันว่าคุณผู้หญิง และฉันจะไม่มองเธอนานเกินควร”

“ครับ” เขารับ “แต่ถ้าคุณลงมาที่นี่คนเดียวอีก และปิดประตู ผมจะถามทุกครั้งว่าคืนนั้นคุณต้องการให้ผมเป็นอะไร ลูกจ้าง หรือผู้ชาย”

คุณเจนยิ้มอยู่ในเสื้อของเขา กลิ่นใบไม้คลุมกายที่ยังสั่นเหลือๆ “คืนที่ประตูเรือนนี้ปิดจากข้างใน ฉันต้องการผู้ชาย แต่จะเป็นผู้ชายที่ได้ก็ต่อเมื่อเขายังถามอยู่แบบเมื่อครู่”

ภูมิหัวเราะต่ำๆ แล้วลุกไปปิดจอที่ทั้งคู่ลืมไปนาน ภาพยนตร์จบตั้งแต่เมื่อใดไม่ใคร่มีใครรู้ เขายกผ้าไหมให้เธอสวม คุกเข่าจัดสายบนไหล่เธออย่างตั้งใจ ราวกับการแต่งตัวให้คนที่ตนเพิ่งได้เห็นทั้งร่างคือพิธีเล็กๆ ที่ต้องทำให้สุภาพ

เขาสวมกางเกงของตนเอง เก็บผ้าที่หล่นให้เรียบ ก่อนเปิดประตูเรือนกล้วยไม้เพียงเสี้ยว “กลับเถอะครับ ผมจะเดินตามห่างๆ จนแน่ใจว่าคุณขึ้นบันไดปลอดภัย แล้วผมจะกลับห้องผม ไม่เคาะประตูคุณกลางดึก”

เธอยืนอยู่ในชุดบางที่ถูกสวมใหม่อย่างคนละความหมายจากตอนเดินมา เอื้อมมือแตะรอยสักบนหัวไหล่เขาหนึ่งครั้ง “คืนนี้ฉันหลับได้ เพราะความหิวมีชื่อเรียกแล้ว และชื่อนั้นเก็บความลับเป็น”

นอกเรือนกล้วยไม้ ฟ้ากรุงเทพฯ ยังไม่สุกสว่าง มีเพียงไฟจากเรือนบิดาฝั่งรั้วส่องผ่านใบไม้ ภูมิเดินข้างหลังเธอสามก้าวตามสัญญา ประตูกระจกปิดสนิท ฝ้าที่เกาะกระจกค่อยๆ จาง เหลือกลิ่นดอกไม้กับคำสาบานของสองคน ซึ่งไม่มีพยานอื่นนอกจากกล้วยไม้ที่เบ่งบานโดยไม่ยอมเล่าให้ใครฟัง