เรื่องเสียว ทริปเมืองรองข้างหอ
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าการตามเพื่อนมาเที่ยวต่างจังหวัดจะจบลงด้วยการนอนเหงา ๆ คนเดียวในหอพักนักศึกษาเย็นวันเสาร์แบบนี้ ทั้งที่ตั้งใจมาหาความสนุก แต่ดันได้ความเงียบกับผนังห้องสีครีมซีด ๆ เป็นเพื่อนแทน
เพื่อนสนิทชวนผมลงใต้มากินของทะเลสด ๆ แต่ว่าพอถึงที่หมายปุ๊บ แฟนเขาก็โผล่มาที่ท่ารถพอดี – งานนี้เขาขอตัวไปด้วยกันสองคนตามแผนที่วางไว้แล้ว ผมก็ได้แต่ยืนกอดกระเป๋าอยู่หน้าร้านข้าวต้ม ไหนบอกมาด้วยกันสองคนผู้ชาย ไหนบอกว่าจะพาไปเที่ยวหากินที่เด็ด เห็นท่าไม่ไหวก็ต้องยอมรับสภาพว่าโดนทิ้งกลางเมืองต่างจังหวัดตอนเย็นวันเสาร์นั่นแหละ
สุดท้ายเพื่อนก็ส่งที่อยู่หอพักแห่งหนึ่งแถวหลังมหาวิทยาลัยให้ ผมโบกรถสามล้อไปส่ง เปิดประตูห้องทีแรกก็ได้กลิ่นอับ ๆ ของห้องที่ปิดไว้นานปนแป้งทาตัวของรุ่นน้องเขา – พื้นปูเสื่อน้ำมันลายไม้เฟอร์นิเจอร์ชุดเล็ก ๆ โต๊ะเขียนหนังสือหน้าต่างมองเห็นต้นมะพร้าวเรียงราย ความรู้สึกแรกคือเออ อยู่ได้ แต่อยู่คนเดียวทั้งคืนคงหงอยน่าดู
ผมยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ กำลังแกะกระเป๋าเอาชุดนอนออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ สามครั้ง ตอนแรกคิดว่าเป็นพี่เจ้าของหอมาทวงค่าห้องหรือเปล่า แต่พอเปิดออกไป กลับเจอสาวคนหนึ่งยืนถือถุงแกงพลาสติกใส ๆ หิ้วด้วยนิ้วเรียว ๆ สองถุง เธอยิ้มกว้างจนตาสองข้างแทบหยีเข้าหากัน “พี่ใช่เพื่อนของน้องปอนด์ไหมคะ จุ๊บเอง คนดูแลหอ ได้ยินว่าวันนี้มีแขกมาพัก”
ผมรับถุงแกงจากมือเธอมา พลางเหลือบมองชุดที่เธอใส่ – เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งดูเหมือนเป็นของผู้ชาย คาดว่าน่าจะเป็นเสื้อที่น้องปอนด์ให้ไว้ใส่ตอนดูแลหอ กางเกงขาสั้นขายาวระดับเข่า ผมสั้นระดับบ่าเกรียบ ๆ ปากแดง ๆ จากลิปสติกสีฉูดฉาดราคาถูก เธอแนะว่าข้างล่างมีน้ำร้อน ใช้ได้ถึงห้าทุ่ม แล้วก็เดินจากไปพร้อมกับสะโพกที่แกว่งไปมาตามจังหวะก้าวเท้า กลิ่นน้ำหอมแพง ๆ แต่ออกแนวกลิ่นแป้งเย็น ๆ ลอยตามติดเข้ามาในห้องได้ไกลจนนึกสงสัย
ผมนั่งกินข้าวแกงเขียวหวานคนเดียวในห้อง มองจอทีวีรุ่นเก่าที่เปิดทิ้งไว้เป็นเสียงประกอบ – อากาศข้างนอกเริ่มมืดสนิท เสียงจักจั่นดังระงม กลางเมืองแบบนี้มีเรื่องให้ทำแค่เดินตลาดกับนั่งร้านกาแฟ ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมถามเพื่อนว่าหอพักนี้อยู่ตรงไหนของเมือง สอบถามใครก็ไม่ได้ เพราะรอบ ๆ หอแทบไม่มีร้านค้า แถวหน้าปากซอยเห็นเป็นทุ่งนาและต้นตาลเรียงแถว มันเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งจากความวุ่นวายที่คุ้นเคย
ราวสองทุ่มกว่า ผมกำลังนอนดูรายการตลกเด็ด ๆ ทางช่องสาม เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกรอบ เร็วและถี่กว่าเดิม คราวนี้ผมเดินไปเปิดโดยไม่ทันได้คิด เจอจุ๊บยืนอยู่หน้าห้องอีกแล้ว คราวนี้เปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามสีเนื้อรัดรูปตัวเล็กจนเห็นรอยเสี้ยนของผ้าอยู่ด้านใน ใต้ร่มผ้าคือหน้าอกอวบอิ่มที่ดูทะลุทะลวงแสงไฟข้างทาง – ผมไม่ทันได้ตั้งตัว สายตามันก็เผลอไหลลงไปช่วงวินาทีหนึ่ง เธอหิ้วถุงพลาสติกอีกใบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก “หนูคิดว่าพี่คงเบื่อ เอาปาท่องโก๋กับเผือกทอดมาฝาก ของขึ้นชื่อแถวนี้เลยนะคะ”
“ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวพี่เองก็พอ อยู่คนเดียวแบบนี้ก็ไม่ได้ต้องการอะไรเยอะ”
“แต่น้องปอนด์บอกว่าพี่เป็นคนชอบกินของทอด” เธอพูดพลางวางถุงลงบนโต๊ะโดยไม่รออนุญาต แล้วหันไปเปิดพัดลมที่ตั้งอยู่ปลายเตียง – ผมเห็นเธอก้มตัว เสื้อกล้ามมันเผยร่องอกจนแทบเห็นซิลิโคนขอบนอก ทำเอาความคิดผมชะงักไปหมด เหม่อมองมือเธอที่จัดแจงข้าวของในห้องราวกับว่าเธอเป็นเจ้าของที่แท้จริง
“อยู่หอนี้กี่ปีแล้วล่ะ” ผมเอ่ยถามเพื่อให้ผ่านความเงียบ – จุ๊บหันมายิ้มเขิน ๆ “หนูอยู่มาสองปีแล้วค่ะ เป็นรุ่นพี่น้องปอนด์ พอเรียนจบก็ยังอยู่ เพราะเจ้าของหอเป็นญาติกัน เขาให้หนูดูแลห้องแทนค่าเช่า แถวนี้ไม่ได้มีคนพลุกพล่านอะไรมาก หนูเลยอยู่มาเรื่อย ๆ” เธอพูดจบก็เดินไปนั่งลงที่ขอบเตียงเอนตัวพิงกับเสา ผมเหลือบไปเห็นขาเรียว ๆ สีน้ำตาลอ่อนที่ดูนุ่มนวลดั่งข้าวเหนียวมูน – เสียงพัดลมที่หมุนไปมาทำเอาผมรู้สึกอุ่น ๆ ที่แก้มขึ้นมา ถามว่าอุ่นเพราะกับข้าวตอนเย็นหรือเพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้า ผมเองก็ตอบไม่ได้
“ห้องนี้เวลากลางคืนมันเงียบมากนะคะ” เธอพูดเสียงเบา ลูบผ้าห่มบนเตียงไปมาด้วยปลายนิ้ว “หนูนอนอีกห้องอยู่ข้าง ๆ เวลาเพื่อนกลับบ้านแล้วก็เงียบเหงาเหมือนกัน บางคืนก็ฟังเพลงจนหลับไปนั่นแหละ” สายตาเธอจับที่หน้าผม แล้วก็หลบลงพื้นทันทีเหมือนสะดุ้งกับบางอย่าง ผมรู้สึกเหมือนหัวใจมันหล่นลงไปกองที่ท้อง – กลิ่นหอม ๆ ยังลอยตลบอยู่ในห้อง แถมบรรยากาศแบบหอพักเปลี่ยว ๆ คนสองคน พัดลมเก่า ๆ หมุนไปมา ผมเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างปูดขึ้นใต้กางเกงโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่ยังไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“เอาเป็นว่า…ถ้าพี่เบื่อก็เคาะผนังได้นะคะ หนูฟังเสียงทัน” เธอดีดนิ้วไปที่กำแพงเบา ๆ แล้วก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะกลับ ผมรีบคว้าแขนเธอไว้ – ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น มือมันไวไปเอง – จุ๊บหันมามองตานิ่ง ๆ รอยยิ้มที่มุมปากละม้ายคนรู้ทัน “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงเธอปร่าลงนิดหนึ่ง ทำเอาผมพูดไม่ออก ปลายนิ้วยังแตะที่ต้นแขนเนียน ๆ เหมือนกำลังเกาะหมอนข้างในวันที่ผ้าหาย
“ไม่มี ๆ ขอบใจมากที่เป็นห่วง” ผมปล่อยมือเธอทันที ยืนยิ้มแห้ง ๆ ขณะที่เธอหันหลังเดินออกไป – เสียงล็อกประตูดังเอี๊ยด เธอหันมาส่งยิ้มอีกครั้งก่อนจะปิดประตู ปล่อยให้ผมยืนอยู่คนเดียวกลางห้อง พร้อมกับกางเกงที่ตึง ๆ ไปหมดและหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ผมหอบหายใจเข้าลึก ๆ พยายามบอกตัวเองว่าเมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจ แต่ยิ่งคิดถึงรอยยิ้มนั้น ยิ่งคิดถึงแสงไฟที่สาดผ่านเสื้อกล้ามจนเห็นยอดทรวง – กับอีกหนึ่งเสียงจากหลังกำแพงที่ดูเหมือนจะไม่ไกลอย่างที่คิด – ผมแน่ใจว่าผมจะนอนไม่หลับแน่คืนนี้
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าคืนนั้นจะกลายเป็นคืนที่ผมจดจำไปอีกนานขนาดไหน ผมนอนลงบนเตียง หงายหน้าจ้องเพดาน มือข้างนึงวางบนหน้าอก อีกข้างทอดยาวไปตามผ้าห่ม กลิ่นหอมจากห้องเธอยังฉาบอยู่ที่ปลายจมูก กางเกงในตึงจนแทบขาด ทุกครั้งที่หลับตา รอยยิ้มท้าย ๆ ของเธอก็แล่นเข้ามาในหัว ทำเอาความคิดมันแล่นไปไกลกว่าเดิมมาก
ห้องข้าง ๆ เงียบไปพักหนึ่ง จนผมเริ่มคิดว่าเธอคงเข้านอนแล้ว แต่แล้วก็มีเสียงดังแว่ว ๆ มาแบบไม่ชัดนัก เหมือนเสียงเธอพูดกับใครบางคน หรืออาจจะเปิดซีรีส์ดูอยู่ ผมเงี่ยหูฟัง จังหวะที่มันเงียบลง เสียงนั้นก็กลายเป็นเสียงครางเบา ๆ คล้ายคนกำลังเคลิบเคลิ้มกับอะไรบางอย่าง เท่านั้นแหละ ใจผมเริ่มเต้นแรง นึกถึงภาพเธอนอนอยู่กับผ้าห่มบนเตียงเดียวกันกับที่ผมกำลังนอน
ผมห้ามตัวเองไม่อยู่จริง ๆ มือลอดเข้าไปในกางเกงใน บีบควยตัวเองที่แข็งค้างมาเป็นชั่วโมง มันอุ่นและชื้นด้วยเหงื่อ ปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามลำควย ความคิดวนเวียนอยู่กับเสื้อกล้ามตัวนั้น เส้นไหล่ที่วับแวม ยอดทรวงที่ผมเห็นเพียงเสี้ยววินาที แต่จำติดตาไม่ลืม เสียงครางจากอีกห้องดังมาอีกรอบ คราวนี้ชัดเจนขึ้น ตอนนั้นผมก็ไม่รู้แล้วว่าเสียงนั้นมันมาจากฝั่งเธอจริง ๆ หรือเป็นเสียงในหัวของผมเอง
“เอาเป็นว่าคงต้องจัดการเองคืนนี้” ผมกระซิบเบา ๆ กับตัวเอง มือเริ่มขยับเป็นจังหวะ น้ำหล่อลื่นธรรมชาติทำให้มันลื่นไหลดี ผมหลับตาจินตนาการว่ามือที่กำลังรูดควยอยู่นี้เป็นมือของเธอ ปลายนิ้วเล็ก ๆ ของเธอสัมผัสที่หัวควยของผม ความเสียมันแล่นตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงขมับ ผมต้องกัดฟันกลั้นไม่อยากส่งเสียงออกมา
แต่แล้วความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเคาะประตู สามครั้งติดกันชัดเจน ผมชะงัก มือยังค้างอยู่ในกางเกงใน หัวใจแทบหยุดเต้น เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใส ๆ ของเธอ “พี่คะ ยังไม่นอนใช่ไหม” ผมต้องรีบจัดการกับตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดประตู ทั้งตัวเปียกเหงื่อ กางเกงในรั้งขึ้นให้เข้าที่ หายใจเข้าลึก ๆ สองสามที
เปิดประตูไป เธอยืนตัวตรงอยู่หน้าห้อง ในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่ที่น่าจะเป็นของผู้ชายคนไหนสักคน กับกางเกงขาสั้นที่เห็นต้นขาขาวเนียน ๆ ใต้แสงไฟทางเดิน ผมต้องก้มหน้ามองมือตัวเองเผื่อจะปิดบังอะไรไว้บ้าง แต่สายตาเธอกลับสบตรงหน้าผมนิ่ง “หนูนอนไม่หลับค่ะ คิดถึงอะไรเพลิน ๆ เลยลุกขึ้นมา” เธอพูดยิ้ม ๆ อมยิ้มเหมือนรู้ทันอะไรบางอย่าง
“เข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ หนูเบื่อห้องตัวเองแล้ว” ไม่รอให้ผมตอบ เธอเดินเฉียดผ่านแขนผมเข้าไปในห้อง กลิ่นหอมแบบเดิมลอยตามเข้ามา เธอเดินไปนั่งที่ขอบเตียง มัดผมขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้เห็นลำคอที่ขาวสะอาด ผมยืนนิ่งอยู่ที่ประตู กว่าจะตั้งสติได้ก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่
“นั่งสิคะพี่ หนูไม่ได้กัด” เธอตบเบา ๆ ที่ข้าง ๆ ตัวเธอ ผมเดินไปนั่งห่าง ๆ หนึ่งช่วงตัว แต่มันก็ยังใกล้เกินกว่าที่สมองจะสั่งการให้คิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ห้องมันเล็ก ทุกการเคลื่อนไหวของเราแทบจะแตะกัน เธอหันมาหาผม ยิ้มมุมปากแบบที่ผมเห็นเมื่อสักครู่ “พี่ดูตื่น ๆ นะคะ หนูรบกวนหรือเปล่า” แล้วเธอก็หัวเราะเบา ๆ เสียงต่ำ “หรือว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่”
ผมกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ทัน อยากเสือกปฏิเสธ แต่ปากมันกลับตอบอะไรไม่ออก เธอเอียงคอมองหน้าผมแวบนึง แล้วก็อมยิ้ม ยื่นมือมาวางบนต้นขาผม ผมเกร็งทั้งตัว หัวใจแทบหยุดเต้น มือเนียน ๆ ของเธอค่อย ๆ ลูบไปมา “หนูถามอะไรไม่ดีได้ไหมคะ” น้ำเสียงเธอเบาลงจนแทบเป็นกระซิบ “คืนนี้พี่คิดถึงหนูอยู่หรือเปล่า” คำถามมันตรงไปตรงมาขนาดนั้น ผมได้แต่นั่งนิ่ง แต่กางเกงมันบอกไปแล้วทุกอย่าง
เธอหัวเราะเบา ๆ เมื่อสายตาจ้องลงไปที่จุกของผมในกางเกง “หนูก็คิดถึงพี่เหมือนกัน” คำพูดนั้นปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวผม ผมหันไปทางเธอทันที มือหนาของผมโอบท้ายทอยของเธอไว้ แล้วดึงเข้ามาจูบ เธอไม่สะบัดหนี กลับตอบสนองด้วยลิ้นอันอ่อนนุ่มที่สอดเข้ามาประสานกับลิ้นผม ความหอมของยาย้อมผมและกลิ่นกายของเธอทำให้ผมลืมหายใจทั้งจังหวะ จนต้องถอนหายใจออกมาเป็นจังหวะหนัก ๆ
เธอถอนปากออก แววตาเปลี่ยนไป จากคนยิ้มเรียบร้อยกลายเป็นคนที่ดวงตาคล้ำและเต็มไปด้วยความต้องการ “ห้องนี้… ทั้งคืนนะคะ” เธอกระซิบ แล้วมือก็เลื่อนไปยังขอบกางเกงผม นิ้วเล็ก ๆ รูดซิปอย่างชำนาญ ดึงกางเกงลงมาพร้อมกับกางเกงใน เสียงกางเกงรูดลงไปถึงหัวเข่า ควยผมเด้งออกมาอย่างแข็งเป็นแท่ง หัวควยแดง ๆ บวม ๆ เธอใช้ปลายลิ้นเลียที่ปลายเบา ๆ สายตาเธอจ้องมองผม ทำเอาความเสียวแล่นไปทั้งตัว
“คนนี้… หนูอยากลองมานานแล้วค่ะ” ว่าแล้วเธอก็อ้าปากอมหัวควยของผมทั้งดอก ความอุ่นชื้นของปากเธอทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาเป็นเสียงสั่น เธอดูดจังหวะช้า ๆ ลิ้นของเธอวนอยู่ที่ร่องหัวควย ผมเอามือลูบผมเธอ กดศีรษะเธอลงไปเบา ๆ อยากให้ลึกกว่านี้ เธอก็ทำตาม ควยผมถูกดูดจนถึงโคน ความเงี่ยนตอนนี้มันสะสมมาจากเมื่อสักครู่จนผมนึกอยากจะเย็ดเธอให้สุด ๆ ให้เรื่องนี้มันเดินหน้าไปจนจบ
เธอดึงปากออก มีเส้นใยน้ำลายยืดระหว่างปลายควยกับริมฝีปากของเธอ เธอยิ้มแล้วพูด “หนูอยากให้พี่เย็ดหนูตอนนี้เลยค่ะ” พร้อมกับดึงเสื้อยืดที่สวมใส่อยู่ออก ทรวงกลมกลมเล็ก ๆ ของเธอสะท้อนแสงไฟ ยอดสีชมพูตั้งชัดเจน ผมไม่ต้องฟังอีกต่อไป ผมพลิกคว่ำตัวเธอลงบนเตียง ดันขาเธอออกกว้าง กระโชกเข้าไปจูบที่หน้าอก ซอกคอ แล้วไล้ต่ำลงมาจนถึงหว่างขา กางเกงในของเธอชื้นไปแล้ว กลิ่นหีของเธอโชยตลบ ผมแทรกนิ้วเข้าไปข้างใน กดที่ปุ่มปมเสียวจนเธอครางเสียงสูงลั่นห้อง
“พี่… เร็ว… หนูทนไม่ไหวแล้ว” เธอสะโพกยกหนีบขึงขึง มืออีกข้างก็คว้าหัวควยของผมรูดไปมา ผมถอนกางเกงเธอออกสุดแรง ก้มลงไปเลียเม็ดแตนของเธอสักพักจนเธอสั่นเทา แล้วจึงเลื่อนตัวขึ้น จ่อหัวควยที่ทางเข้าหีที่เปียกโชกของเธอ เราสบตากัน ปลายควยจ่อแล้วค่อย ๆ ใช้แรงดันเข้าไปช้า ๆ ความอุ่นที่โอบรัดฉันเธอทำให้ผมแทบปล่อยไม่อยู่ เธออ้าปากรับลมหายใจ เสียงครางออกมาจากลำคอ “อ่า… ลงไปให้หมดเลยค่ะ”
ผมผลักควยเข้าไปจนสุดราก เธอผวากอดผมแน่น ปลายเล็บกดลึกลงไปที่หลังของผม ผมเคลื่อนสะโพกออกมาแล้วกระแทกกลับเข้าไปจังหวะถี่ ๆ ร่างเธอแกว่งตามแรงผลักของผม ครางเป็นจังหวะเสียวจนตัวงอ “เย็ดแบบนี้…ใช่เลย…พี่…อย่าหยุด” ผมคว้าเอวบาง ๆ ของเธอแล้วเปลี่ยนท่า ดึงตัวเธอพลิกคว่ำให้เป็นท่าหมา หีของเธอเชิดรอใส่อยู่แล้ว ผมสอดควยเข้าไปอีกครั้ง สัมผัสได้ถึงความแน่นลึกจากด้านหลัง มือดึงผมของเธอเส้นงามเพื่อท้าให้สะโพกของเธอกระแทกมาหาผมด้วยแรงที่เท่ากัน ห้องนี้ส่งเสียงเสียดสีของเนื้อหนังกับลมหายใจหนัก ๆ ของเราสองคนทั้งคืน
จนสุดท้ายความอดทนของผมก็หมดลง น้ำแตกในหีเธอด้วยความเสียวจนตัวสั่น เธอเกร็งต้นขา โอบขาผมแน่นราวกับไม่ให้น้ำไหลออกมา เรานอนกอดกันนิ่งพักใหญ่ หายใจประสานกันอยู่กลางห้องเช่าเล็ก ๆ เธอทิ้งน้ำหนักลงกับตัวผม พิมพ์รักลงที่ไหล่เบา ๆ แล้วกระซิบด้วยเสียงหลงเหลือความใคร่ “ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะคะพี่… ทริปนี้ยังไปอีกยาวไกล” คำพูดนั้นมันทำให้ควยของผมที่เพิ่งจะนิ่มไป ค่อย ๆ ขยับตัวอย่างท้าทายขึ้นมาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ร่างกายแทบหมดแรง แต่ใจมันกลับบอกว่า มันอยากให้เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่ ๆ
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เพิ่งมารู้จักกันเมื่อคืนจะทำให้ผมตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจนจำตัวเองแทบไม่ได้ เธอหันมาซบที่ไหล่ผมก่อนจะกระซิบว่านอนหลับสบายมาก พร้อมกับเอานิ้วลูบไล้ไปตามหน้าอกของผมเบา ๆ นั่นแหละทำให้ควยของผมที่เพิ่งจะนิ่มไปกลับตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง ผมเองก็กลัวว่าจะกลายเป็นคนที่คิดอะไรไม่ดีแต่เธอกลับยิ้มแล้วบอกว่า “พี่ครับ วันนี้พี่มีธุระอะไรไหม” ปากบอกว่าเปล่าแต่ใจมันบอกว่าอยากอยู่กับคนนี้ไปอีกนานเท่านานเลย
เราออกไปเดินเล่นแถวตลาดเมืองรองนั้นกันตอนสาย ๆ เธอใส่เสื้อยืดตัวโคร่งสีดำแขนกุดกับกางเกงขาสั้น ผมเห็นเม็ดนมของเธอแทงทะลุเนื้อผ้าออกมาเล็กน้อยตอนที่เธอยกแขนหยิบของบนแผง ตอนนั้นมันเงี่ยนขึ้นมาเฉย ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างมากระตุ้นต่อมที่อยู่ใต้สมอง แม้กระทั่งตอนที่เธอหันกลับมาถามว่ารสชาติผลไม้เป็นยังไง ผมก็ยังตอบไม่ถูกเพราะมัวแต่คิดถึงหีเธอที่เพิ่งได้เสียบเข้าไปเมื่อคืน มือถือถุงของในตลาดจนเอ็นข้อมือขึ้นแต่ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งเดียว
เรากลับมาถึงหอพักตอนบ่ายแก่ ๆ ไม่ทันจะได้ปิดประตูด้วยซ้ำ เธอก็เทตัวลงบนเตียงแล้วกวักมือเรียกผมพร้อมกับยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย ผมเดินเข้าไปยืนระหว่างขาเธอ ความอยากมันแล่นขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เธอช่วยรูดกางเกงผมลงแล้วอมควยเข้าปากทันทีเป็นจังหวะเร็ว ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ ผมทนไม่ไหวเลยจับต้นคอเธอแล้วเย็ดปากเธอจนเสียงดัง “แอ่ก ๆ” เธอส่ายหน้ารับจนน้ำลายย้อยออกมุมปาก แล้วผมก็ขอให้เธอพลิกตัวเข้าที่
พอเราสลับท่ากันได้จังหวะสมบูรณ์ ผมก็สอดควยเข้าไปในหีของเธอจากด้านหลังช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กระแทกแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามจังหวะที่เริ่มบ้าคลั่ง เธอครางลั่นห้องเช่าจนผมต้องคว้าหมอนมาขวางปากให้เธอกัดไว้ แต่ความเสียวมันหนักหนาเกินกว่าจะควบคุม เสียงครางอู้อี้มันยิ่งเร้าอารมณ์ให้ผมกระแทกถี่ขึ้นจนหัวเตียงชนกำแพงครืน ๆ เราทำกันอยู่หลายท่า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนน้ำแตกเต็มเปลือกหีเธอในท้ายที่สุด ผมทิ้งตัวลงข้าง ๆ เธอ ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเหงื่อแต่กลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
คืนสุดท้ายของการเป็นเพื่อนร่วมทางเมืองรอง ก่อนกลับเรานั่งกินข้าวที่ร้านข้างหอ เธอเงียบไปพักใหญ่แล้วก็เอ่ยขึ้นว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว แฟนเธออยู่ต่างกับคนละจังหวัด แต่ความสัมพันธ์มันห่างเหินมานาน เหมือนกำลังรอวันหมดอายุอยู่ เธอยิ้มแห้ง ๆ แล้วบอกว่า “หนูรู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป” ผมนั่งฟังแล้วไม่ได้รู้สึกโกรธหรือน้อยใจอะไร กลับรู้สึกเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตวัยทำงานที่ต้องแบกรับความเหงาไว้คนเดียว เราเลยจ่ายเงินแล้วเดินกลับหอด้วยกันเงียบ ๆ กอดกันเป็นครั้งสุดท้ายตอนเช้าตรู่ก่อนแยกย้ายขึ้นรถคนละสาย
พอกลับมาถึงห้องของตัวเองที่กรุงเทพฯ ความเงียบของห้องเช่ามันช่างต่างจากห้องแคบ ๆ ที่เราเคยได้ยินเสียงหัวเราะกันเมื่อวานราวฟ้ากับเหว ผมนั่งคิดว่าตลอดสองคืนที่ผ่านมามันเป็นแค่ความต้องการทางกายหรือเปล่า หรือแท้จริงแล้วมันคือการได้สบตากับใครอีกคนโดยไม่ได้ตั้งเงื่อนไขอะไรเลย มันใช่ความรู้สึกที่เรียกว่ารักหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ที่รู้คือมันรู้สึกมีความสุขที่ไม่ได้รู้สึกมานาน และนั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่คนเรามองหาตอนที่เหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิตซ้ำซาก
วันที่สามหลังจากกลับมา เธอซึ่งเราไม่ได้คุยไลน์กันอีกเลย ทิ้งข้อความสุดท้ายไว้ตอนเที่ยงคืนว่า “ขอบคุณนะคะพี่ สำหรับทริปที่ไม่ได้สัญญาไว้ ถ้าไม่เหนื่อยมาก บางทีเราอาจได้เจอกันอีกที่เมืองอื่น” ผมนั่งอ่านอยู่นานแล้วก็ยิ้มออกมา ไม่ได้ตอบกลับไป ไม่ได้ปิดกั้นอะไร เพียงแต่ปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้ต้องการคำนิยามให้ยุ่งยาก บางครั้งมันก็สวยงามตรงที่ทั้งคู่รับรู้ความรู้สึกดี ๆ แล้วก็แยกย้ายกันโดยไม่ต้องอธิบายความหมายอะไรให้มันวุ่นวาย
สำหรับคนที่ฟังเรื่องผมมาถึงตรงนี้ ผมไม่ได้กำลังเชิญชวนให้ทุกคนออกไปหาคู่นอนตามต่างจังหวัดนะครับ แต่ผมอยากบอกว่าความเสียวหนึ่งครั้งที่เกิดขึ้นกับคนแปลกหน้า มันสามารถทำให้เราเห็นตัวตนบางมุมของตัวเองที่ไม่เคยรู้มาก่อนได้จริง ๆ ผมเองก็เพิ่งค้นพบว่าคนเราสามารถเป็นคนแปลกหน้าในตอนเช้า เป็นคนที่กอดกันแน่นในตอนกลางคืน แล้วก็กลายเป็นเพียงความทรงจำอันอบอุ่นในตอนปลายทางของทริปโดยที่ไม่ต้องเศร้าเลยแม้แต่นิดเดียว
ชีวิตเรามันไม่ได้มีคำตอบแบบเป็นเส้นตรงตลอดเวลา บางทีการหลงทางไปในเมืองเล็ก ๆ สักเมืองหนึ่ง ไปเจอใครสักคนที่ไม่ได้คาดหวังอะไรจากเรา แล้วได้อยู่ด้วยกันสองวันอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องห่วงเรื่องอนาคต มันคือความรู้สึกอิสระที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ที่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เป็นคนเลวหรือคนดีไปมากกว่าเดิม แค่ได้ค้นพบตัวเองในมุมที่ซ่อนอยู่ใต้ความเงียบของการใช้ชีวิตปกติ ทั้งหมดที่ผมได้มามันคือความทรงจำที่เวลามันจะลบยังไงก็ไม่หมด ผมยังคงเก็บรอยยิ้มตอนเช้าของเธอไว้ในหัวได้เสมอ แม้จะไม่รู้ว่าเธอยังระลึกถึงทริปนั้นอยู่หรือเปล่าก็ตาม
ตราบใดที่มนุษย์เรายังมีความต้องการทั้งร่างกายและจิตใจอยู่ในระดับเท่ากัน การได้ท่องเที่ยวไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักแล้วได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองที่แท้จริงออกมาให้ใครอีกคนเห็น ย่อมเป็นเรื่องที่งดงามในแบบของมัน ขอแค่มีสติและรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำพอ หัวใจเราจะไม่รู้สึกผิดหรือเจ็บปวด แต่ถ้าวันไหนที่ใครเถียงว่าผู้ชายอย่างเราต้องเข้มแข็งอยู่เสมอ ลองไปเดินเที่ยวเมืองรองสักครั้งแล้วปล่อยใจให้เป็นอิสระดูบ้าง ผมเชื่อว่าคุณจะพบว่าความรู้สึกจริงใจของคนเรามันงดงามกว่ากติกาที่สังคมพยายามตีกรอบไว้เสมอ และนั่นคือบทเรียนที่ผมขอบคุณทริปนั้นมาเสมอจนถึงวันนี้ครับ
ย้อนกลับมาที่ห้องพักของผมคืนนั้น หลังจากนั่งรถทัวร์กลับถึงหอพักนักศึกษาเกือบเที่ยงคืน ร่างกายยังเพลียแต่สมองกลับตื่นตัว ผมนอนหันหน้าเข้าหาฝาบ้าน มองเพดานมืด ๆ แล้วนิ้วมือก็ค่อย ๆ ลากลงมาที่หน้าอกแผ่นเรียบของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำเรื่องมือเธอที่ลูบไล้แผ่นหลังผมตอนที่เรากอดกันในห้องพักเล็ก ๆ เมืองรองกลับเด้งขึ้นมาชัดเจน ผมหลับตาแล้วจินตนาการถึงร่างเธอร้อน ๆ ที่ขยับรับควยของผมจนเตียงไม้เก่า ๆ เอี๊ยดอ๊าดไปทั้งคืน หีของเธออ้าต้อนรับทุกจังหวะที่ผมสอดเข้าไปเต็มแรง เย็นนั้นผมเงี่ยนขึ้นมาอีกครั้งแบบที่ไม่เคยเป็นมานาน ทั้งที่เพิ่งได้เสียกันมาเมื่อเช้า
การช่วยตัวเองบนเตียงหอพักเก่า ๆ ท่ามกลางแสงไฟจากจอโทรศัพท์มันจึงกลายเป็นบทส่งท้ายของทริปที่ผมไม่มีวันลืม น้ำแตกออกมาพร้อมเสียงหายใจหนัก ๆ แล้วความรู้สึกเสียวที่แล่นจากปลายเท้าถึงขมับก็ค่อย ๆ จางลงทีละนิด ผมไม่โทรหาเธอ ไม่มีข้อความหากันแม้แต่ประโยคเดียว แค่นอนสบายตัวด้วยความอิ่มเอมแบบคนที่ได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่ค้างคาในใจมานาน มันฟังดูเว่อร์แต่ก็จริง การได้เย็ดกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างเต็มใจทั้งสองฝ่าย มันให้ความรู้สึกสะอาดกว่าการมีเซ็กส์กับคนที่เรารู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณหรือต้องรับผิดชอบด้วยซ้ำ
สุดท้ายผมก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า ความต้องการทางกายกับความจริงใจของหัวใจมันแยกกันได้ และไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันเสมอไป ผมไม่ได้ไปหาความรักในทริปนั้น ผมไปเจอความเข้าใจว่าเราสามารถเป็นคนดีของตัวเองได้แม้ในวันที่ปล่อยตัวตามสัญชาตญาณ การได้อยู่กับใครสักคนโดยไร้เงื่อนไขเรื่องอนาคต แล้วบอกลากันด้วยรอยยิ้มโดยไม่ต้องเศร้า คือความงดงามที่หาไม่ได้จากความสัมพันธ์แบบมีป้ายชื่อติดไว้ ทริปเมืองรองข้างหอของผมจบลงแล้ว แต่ความรู้สึกอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่ในตัวยังคงอยู่ และถ้าวันหนึ่งมีโอกาส ผมก็คงไม่รังเกียจที่จะหลงทางไปเจอใครดี ๆ แบบนั้นอีกสักครั้ง
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM

Leave a Reply