เรื่องเสียว ลูกค้าประจำร้านชำ
กลิ่นน้ำปลาปนสบู่ก้อนลอยคลุ้งอยู่ในร้าน มันเป็นกลิ่นประจำวันที่ฉันเริ่มชินแล้ว หลังจากทำงานพิเศษที่นี่มาเกือบเทอม ฉันยืนเรียงมาม่าถุงละ 5 บาทลงบนชั้นไม้ ปลายนิ้วสัมผัสพลาสติกกรอบๆ นึกถึงค่าขนมที่ต้องหามาส่งพี่ชายที่กำลังเรียนพิเศษ
เขาก้าวเข้ามาพร้อมเสียงกระดิ่งประตูดังกรุ๊งกริ๊ง ร่างสูงผิวสองสีในเสื้อยืดยับๆ กางเกงยีนส์ขาลอย บอกชั่วโมงว่าเพิ่งตื่นสายๆ แสงแดดยามบ่ายสาดหลังเขาเป็นเงาทอดยาวบนพื้นปูน
“ขอลี่แต๊กหนึ่ง ถุงเท้าข้างละ 20 บาท” เสียงแหบๆ คุ้นหู ฉันจัดของให้เขาตลอดสองเดือนที่ผ่านมา รู้แล้วว่าลิปตันจืดไม่ใส่ครีมเทียม เขาจ่ายด้วยแบงค์ 50 เหนียวๆ มือที่หยิบตังค์ต้องสัมผัสปลายนิ้วฉันทุกครั้ง
ตั้งแต่วันแรกที่เขาเดินเข้าร้าน ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาที่ทอดยาวกว่าปกติ มันไม่ใช่สายตาแบบที่ผู้ชายมองผู้หญิงตามตลาด แต่เป็นเหมือนการจ้องผ่านๆ ที่พยายามซ่อนอะไรบางอย่าง ฉันก้มหน้ายิ้มบางเวลาเก็บเงินให้เขาเสร็จก็รีบเดินไปจัดของต่อ ทิ้งให้เขาเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง
เช้านี้เขามาเร็วกว่าเคย ร้านเพิ่งเปิดได้ชั่วโมงเดียว ผมยังยุ่งเหยิงติดหมอน เดินตรงมาหยิบแยมปอนด์ก้อนและขนมปังแผ่น วางเรียงบนเคาน์เตอร์แล้วยิ้มแห้งๆ ให้ฉัน
“กินข้าวเช้ายังครับ?” เสียงเขาทำฉันสะดุดมือที่กำลังตักถั่วลิสงใส่ถุง “ยังเลย” ฉันตอบสั้นๆ แล้วกลับไปทำงานต่อ แต่มือเขายื่นขวดนมเย็นฉ่ำมาข้างหน้า “ซื้อให้ครับ ฝากคิดค่าด้วย”
นมจืดยี่ห้อที่ฉันชอบ ราคา 8 บาท แพงกว่าปกติที่ซื้อตามโรงอาหาร เขาจำได้ด้วยสิน่า ฉันรับมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ เสี้ยวหนึ่งในอก มันไม่ใช่แค่ความเกรงใจ แต่อุ่นวาบขึ้นมาใต้ผิวหนัง ตั้งแต่ต้นขาจนถึงท้องน้อย
เขากลายเป็นลูกค้าประจำที่มาหลังเลิกเรียน หลังๆ เริ่มถามว่าเลิกงานกี่โมง “สามทุ่มครับเดี๋ยวมาส่ง” ฉันพยักหน้าโดยไม่กล้ามองตา พี่เจ้าของร้านกำลังเข็นรถกลับบ้านพอดี ทิ้งให้ฉันปิดร้านคนเดียว
ตอนแรกเขามานั่งสูบบุหรี่หน้าร้าน รอฉันเก็บของใส่ลังกระดาษ คำถามเรื่อยเปื่อยเรียนคณะไหน ชอบกินอะไร อยู่หอไหน จนคืนหนึ่งฝนตกปรอยๆ เขาถามเล่นๆ ว่าเดี๋ยวว่างไหม ไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวเซเว่นด้วยกัน ฉันพยักหน้าแบบไม่ทันคิด
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเปิดถึงเที่ยงคืน เขาสั่งน้ำตกหมูสองชาม พิเศษไข่เยี่ยวม้า แก้มบุ๋มขณะดูดเส้นทำให้ฉันจ้องนานนิด เขาเงยหน้ามาวูป๊อดกับน้ำซุป ต่างคนต่างหัวเราะจนแทบสำลัก
หลังจากวันนั้นเขาก็มารับทุกครั้งที่ฉันเลิกงาน แวะกินข้าว เดินเล่นแถวหลังมอ เล่าเรื่องเพื่อนบ้านที่ซ้อมดนตรีดังลั่น รถมอเตอร์ไซค์จอดประจำที่ปากซอยเขาบอกว่าเขาเพิ่งซื้อมา Honda Dream สีน้ำเงินเข้ม
“ขึ้นไหมครับนั่งเล่นแถวสระแก้ว” เขาถามกลางคืนที่ดาวเต็มฟ้า ฉันกระโดดซ้อนท้ายโดยไม่ถามว่ากลับกี่โมง แขนกอดรอบเอวบางเบา รู้สึกถึงกลิ่นเหงื่อตอนออกกำลังกายที่ติดเสื้อเขามาตลอดทาง
สระแก้วคือบ่อน้ำใหญ่กลางทุ่งหลังมอ ตอนกลางวันเป็นที่เลี้ยงควาย ตอนกลางคืนเป็นที่ซุ่มของผู้ชายจูงสาว เราเดินบนคันดิน ฟังจั๊กจั่นร้องเสียงระงม เขาจับมือฉันเบาๆ เสี้ยววินาทีก่อนจะกุมแน่นขึ้น
“อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆ นะครับ” เสียงเขาสั่นนิดๆ ฉันเงยหน้ามองเห็นแววตาไม่ขี้เล่นเหมือนตอนคุยหน้าร้าน มือฉันบีบกลับไปเบาๆ เป็นคำตอบที่เขาเข้าใจทันที
เขาหันมาจูบที่หน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาที่แก้ม ริมฝีปากอุ่นๆ กดลงบนมุมปากฉันช้าๆ จนสุดท้ายประกบสนิท ลิ้นของเขาอ่อนนุ่มสอดเข้ามาแผ่วเบา ฉันสั่นไปทั้งตัวเมื่อหลังมือเขาแตะท้ายทอยแล้วดึงเข้ามาใกล้
นาทีนั้นเสียงจั๊กจั่นหยุดลง โลกเหลือแค่แรงดูดกลืนของเขากับลมหายใจที่เร่งเร็วขึ้น ปลายมือฉันเลื่อนไปวางบนอกแข็งๆ ของเขาใต้เสื้อบางๆ รู้สึกถึงหัวใจเต้นแรงกระทบฝ่ามือ
เขาค่อยๆ โน้มตัวลงไปบนพื้นหญ้า ค่อยๆ กลิ้งตัวให้ฉันอยู่เบื้องบน พื้นดินเย็นๆ สัมผัสแผ่นหลังผ่านเสื้อบาง แต่ไอร้อนจากร่างกายเขาทำให้อุณหภูมินั้นไร้ความหมาย เขาเลิกเสื้อฉันขึ้นช้าๆ ริมฝีปากร้อนรนประกบลงบนซอกคอ
“เสียวไหมครับ” เขากระซิบข้างหู มือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังฉันไล่ลงมาที่ขอบกางเกงยีนส์ เสียงหายใจหอบของเขาแผ่วลงที่ต้นคอ ฉันรู้สึกคลื่นความร้อนแล่นผ่านหน้าท้องลงไปกองตรงหว่างขา
ฉันหอบเสียงดังแล้วก้มลงจูบเขาอีกครั้ง รอบนี้แรงกว่าเดิม กัดริมฝีปากเขาเบาๆ จนเขาคราง เสียงครางต่ำๆ ในลำคอนั่นทำให้ฉันยิ่งเงี่ยนมากขึ้น มือล้วงลงไปจับควยเขาผ่านกางเกงที่ตึงแน่น มันแข็งและคับมือขนาดที่ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย
เขาสะดุ้งแล้วกลั้นหายใจ มือกดศีรษะฉันให้จูบแรงขึ้น แล้วเอื้อมปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของตัวเอง ชักควยออกมาในความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัว ฉันมองเห็นปลายมันเงาวับเป็นประกายน้ำหล่อลื่น ก้มลงไปใช้ลิ้นแตะเบาๆ ก่อนจะอมทั้งหัว
“อื้อ…ช้าๆ ครับพี่” เสียงเขาดังปนหัวเราะตอนผมของฉันปรกตัวเขา ฉันค่อยๆ ขยับหัวขึ้นลง ใช้ลิ้นวนรอบหัวควย รู้สึกได้ถึงเส้นเลือดเต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิวหนัง เขาลูบผมฉันแล้วสะโพกกระตุกเล็กน้อย
เขาพลิกตัวกลับมาให้ฉันนอนราบ หญ้าคายุ่มๆ สัมผัสหลังเปลือย เขาปลดกระดุมกางเกงฉันแล้วถอดกางเกงในออกช้าๆ คุกเข่ามองหีฉันในมืดสลัว นิ้วก้อยเขาแตะที่ปากช่องคลื่นแล้วลูบไปมาจนมันชุ่มโชก
“เย็ดกันที่นี่เลยครับ ไม่มีใครเห็น” เขากระซิบแล้วสอดนิ้วเข้าไปข้างใน ฉันครางลั่นกัดฟันไว้ รู้สึกช่องคลอดบีบรัดนิ้วเขาแน่น นิ้วที่สองสามตามเข้ามา จากนั้นความว่างเปล่าครู่หนึ่ง ร่างกายของฉันเปิดรับควยของเขา
ควยของเขาเสียบเข้าหีฉันช้าๆ จนสุด รู้สึกได้ถึงลูกอัณฑะกระทบก้นฉันเบาๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาในมืด ใบหน้านิ่งเครียด ริมฝีปากเม้มแน่น เขาขยับช้าๆ ให้ฉันชินก่อน แล้วจังหวะก็เร็วขึ้น เนื้อเสียดสีกันในช่องคลอดเปียกชุ่ม
“เสียวไหมพี่” เขาถามเสียงแหบ ฉันตอบไม่ได้ ได้แต่กัดปากไว้ สะโพกรับทุกกระแทกที่เขาใส่เข้ามา มันลึกจนจุกอก ลมหายใจขาดห้วง ฉันรู้สึกตัวเองกำลังถูกครอบครอง
เขาซอยถี่ขึ้น ควยแข็งตึงเสียบเข้ามาทุกทิศทาง ฉันจับข้อมือเขาบนพื้นหญ้า รู้สึกโคนขาเกร็งเป็นลอน เขาก้มลงมาดูดปลายหูนิดหน่อยแล้วพูดว่า “เงี่ยนมากเลยนะพี่ หีรัดควยผมตลอด”
ฉันสะดุ้งทุกครั้งที่เขากระแทกแรงๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังปะปนกับเสียงลมหายใจของคนสองคน กลิ่นเหงื่อและกลิ่นดินโชยมา ฉันรู้สึกตัวลอย ไร้การควบคุม
เขาพลิกตัวฉันให้นอนคว่ำ ดึงก้นขึ้นสูง ควยเสียบเข้าหีจากด้านหลังลึกกว่าเดิม ร่างกายฉันโคลงไปตามจังหวะ มือทั้งสองกอบกุมหญ้าเปียกไว้แน่น
“อีกนิดครับ” เขาพึมพำ ควยกระเพื่อมในตัวฉันเร็วขึ้น จนจังหวะสุดท้าย เย็ดครั้งสุดท้ายที่ทะลวงถึงจุดที่ลึกที่สุด ฉันสะดุ้งทั้งตัว เสียงครางดังกระเส่า
เขาปล่อยน้ำในตัวฉัน อุ่นไหลซึมออกมาตามต้นขา เขาค่อยๆ ถอนควยออก ทรุดกายนอนข้างๆ หอบหายใจหนัก ฉันนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนรู้สึกเม็ดเหงื่อไหลลงขมับ
นานสองนานเขาก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่วางไว้ใกล้กองกระสอบข้าว กลับมาสวมใส่ ฉันยังนอนเปลือยเปล่าสักพัก มองท้องฟ้าที่เริ่มมีดาว
“เดี๋ยวผมกลับก่อนนะครับ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ดวงตายังมีแววบางอย่างที่ฉันไม่กล้าถาม ฉันพยักหน้านั่งลุกขึ้น สวมกางเกงในแล้วปลดกระดุมเสื้อ
เขาเดินออกจากมุมร้านไป หายลับไปในความมืดของซอย ฉันยืนเกาะชั้นวางของเหล็กราวห้านาทีกว่าหายใจจะกลับมาเป็นปกติ
คืนนั้นฉันกลับบ้านแล้วอาบน้ำท่ามกลางความเงียบ น้ำอุ่นชะล้างกลิ่นเขาออกจากตัว แต่มันกลับฝังแน่นในความทรงจำ ฉันนอนคิดทบทวน
การเย็ดครั้งนั้นไม่ใช่เพราะรักหรือผูกพัน มันเป็นแค่ความต้องการที่สะสมจากการขายของหน้าเดิมๆ กลางคืนที่เงียบเหงา และดวงตาที่มองกันไม่กี่ครั้ง
เขากลับมาชำเป็นประจำทุกวันพฤหัส ฉันยังยิ้มให้เขาเหมือนเดิม แต่คราวนี้รอยยิ้มมีนัยยะที่เราไม่ต้องอธิบาย บางความสัมพันธ์เกิดจากความเปล่าเปลี่ยว
ทุกครั้งที่เขาเดินเข้าร้าน ฉันมักนึกถึงเสียงเสียดสีของกางเกงยีนส์และหญ้าใต้ก้น นึกถึงมือที่ค่อยๆ ปลดกระดุม แล้วยิ้มให้ตัวเองในใจ
สุดท้ายมันไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมอะไรขนาดนั้นหรอก เราเป็นผู้ใหญ่ที่ยินยอมทั้งคู่ ความเสียวที่ได้มาแค่ช่วงสั้นๆ แต่ตราตรึงยาวนาน
คุณเคยสนุกกับบางสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าบ้างไหม? ที่ไม่ต้องคิดมาก ที่เพียงแค่ปล่อยให้ร่างกายตัดสินใจ ฉันว่าในบางเวลา มันก็เป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่เรามอบให้ตัวเองได้น่ะ
แล้วตอนนี้ฉันก็นั่งคิดถึงเรื่องนั้นอยู่นี่ไง ร้านชำที่เคยเป็นแค่สถานที่ซื้อของ ตอนนี้กลายเป็นมุมหนึ่งของความทรงจำที่ร้อนแรงที่สุดในชีวิต เสียงกระดิ่งประตูยังคงดังอยู่ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้าร้าน แต่มันไม่มีความหมายแบบนั้นอีกแล้ว ฉันไม่รู้ว่าลูกค้าประจำคนนั้นจะแวะมาอีกเมื่อไหร่ หรือจะจำเรื่องพวกนี้ได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ คือฉันไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด บางทีความต้องการทางกายแบบที่ปล่อยให้มันพาไป โดยไม่ต้องมีป้ายชื่อหรือคำมั่นสัญญา มันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตอยู่จริงๆ คุณว่าไหม?
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM


Leave a Reply