สวัสดีครับท่านผู้ฟัง วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสมัยก่อน สมัยที่ผมยังเป็นเด็กอยู่เลย เป็นเรื่องราวของน้าสาวของผมเอง ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเข้าใจผิดคิดว่าน้าที่ทำงานร้านคาราโอเกะคือนักร้องชื่อดัง
ผมยังจำได้ดี ตอนนั้นผมอายุประมาณสิบสองขวบ อาศัยอยู่กับคุณยายในหมู่บ้านชนบท จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ช่วงนั้นเป็นยุคเก้าสิบพอดี บ้านเรายังมีแต่โทรทัศน์ขาวดำ มีเสาอากาศแบบก้างปลาตั้งอยู่บนหลังคา
น้าของผมชื่อน้าสา อายุสามสิบห้าปี เป็นสาวบ้านเราที่สวยมาก ผิวดำแดงแบบสาวอีสานแท้ๆ เวลายิ้มนี่น่ารักจนผู้ชายละลาย แต่ที่พิเศษคือน้าทำงานอยู่ที่ร้านคาราโอเกะในตัวจังหวัด ซึ่งในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครรู้ว่าที่ร้านนั้นน้าทำหน้าที่อะไรกันแน่
ตอนกลางวันน้าสาจะกลับมาช่วยยายทำงานบ้านเสมอ น้าจะมาเก็บผัก มาหุงหาข้าว หรือบางวันก็นั่งจักสานอยู่ที่ชานเรือน ชาวบ้านที่ผ่านไปมาเห็นน้าสวยๆ แบบนี้ก็เลยนินทากันใหญ่
คุณรู้ไหมครับ คนบ้านเรานี่ขี้เม้าท์สุดๆ โดยเฉพาะป้าสมศรี เพื่อนบ้านข้างรั้ว วันหนึ่งป้าสมศรีเดินมาที่บ้าน ถามยายผมว่า “อีสาเขาเป็นดาราร้องเพลงหรือเปล่า เห็นลูกชายฉันบอกว่าไปเห็นเขาร้องเพลงในทีวี”
ยายผมก็หัวเราะ บอกไปว่า “ไม่ใช่ดอก หล่อนไปทำงานร้านคาราโอเกะ ร้องเพลงให้คนฟังเฉยๆ”
“แล้วทำไมถึงสวยจังลูกหลานคนนี้” ป้าสมศรีพูดต่อ “ฉันว่าน่าจะเป็นนักร้องดังนะ ที่คนเขาชอบกัน”
ผมที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ใกล้ๆ ได้ยินทั้งหมด แต่ผมรู้ความจริงดี เพราะเคยแอบไปส่งน้าที่ร้านคาราโอเกะกับเพื่อน เห็นน้าใส่ชุดสวยๆ ยืนถือไมค์อยู่บนเวที แต่เสียงที่ออกมานี่สิครับ… ขอบอกเลยว่าไม่ใช่แนวจะร้องเพลงเก่งอะไรเลย
พอตกกลางคืนน้าสาจะกลับบ้านประมาณสี่ทุ่ม กลับมาก็นั่งคุยกับยาย บางวันผมก็แอบได้ยินน้าเล่าเรื่องลูกค้าประจำที่ชอบมาจีบ แต่ยายก็เตือนเสมอว่าให้รักษาตัวไว้
จนกระทั่งวันหนึ่ง เพื่อนบ้านทั้งหมู่บ้านรู้ว่าน้าสาเป็น “นักร้อง” จากร้านคาราโอเกะก็เลยฮือฮา งานวัดประจำปีใกล้เข้ามาแล้ว คณะกรรมการวัดอยากได้นักร้องมาร้องเพลงสร้างสีสัน ป้าสมศรีก็เสนอชื่อน้าสาเป็นคนแรก
ลองคิดดูสิครับ งานวัดบ้านเราสมัยนั้นมีแค่เครื่องเล่นไม่กี่อย่าง ม้าหมุนกับชิงช้าสวรรค์เท่านั้น ถ้ามีนักร้องดังมาแสดงนี่สิ สนุกแน่
ผมได้ยินป้าสมศรีมาคุยกับน้าสาว่า “นางเอ้ย งานวัดปีนี้ขอให้อีสาร้องเพลงให้ชาวบ้านฟังหน่อยนะ อย่าปฏิเสธนะ คนทั้งหมู่บ้านอยากฟังเสียงนาง”
น้าสายิ้มเขินๆ แล้วตอบว่า “จ้าแม่ป้า แต่ฉันไม่เก่งดอกนะ”
“ไม่เก่งอะไร ฉันเห็นลูกชายฉันบอกว่าร้องเพราะจะตาย” ป้าสมศรีพูดเหมือนตัดสินไปแล้ว
ผมรู้ดีว่าความจริงไม่ใช่แบบนั้น แต่ก็ไม่กล้าพูด เพราะกลัวน้าจะเสียใจ และที่สำคัญผมแอบรู้ความลับอีกอย่างหนึ่งของน้าสา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ควรรู้เลยด้วยซ้ำ
คืนหนึ่งประมาณสี่ทุ่มครึ่ง ผมแอบหนีออกจากบ้านไปที่ร้านคาราโอเกะของน้า เพราะอยากดูว่าน้าทำอะไรกันแน่ ตอนนั้นผมซ่อนตัวอยู่หลังม่านบริเวณที่เรียกว่าห้องวีไอพี แล้วสิ่งที่ผมเห็นมันทำให้ผมช็อกสุดๆ
น้าสากำลังนั่งอยู่บนโซฟากับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น เป็นพ่อค้าขายวัวที่มาร้านนี้เป็นประจำ พวกเขากำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ชายคนนั้นลูบไล้ต้นขาของน้าสาไปมา แล้วก็เอามือล้วงเข้าไปในกระโปรง
น้าสาสะบัดผมนิดหน่อย แล้วพูดว่า “เดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยวคนเห็น” แต่ชายคนนั้นกลับกระซิบว่า “ไม่มีใครเห็นหรอก หล่อนน่ะสวยที่สุดในร้านเลย”
ผมเห็นน้าสาถอดกระโปรงออก แล้วชายคนนั้นก็ก้มลงไปเลียหว่างขาของน้า น้าสาสะดุ้งแล้วครางเบาๆ “อู้ยย ช้าๆ หน่อยเด้อ” ชายคนนั้นใช้ลิ้นเลียหีของน้าสาไปมา เสียงน้าสาร้องออกมาดังลอดผ่านผ้าม่าน
“วันนี้ข้าจะเย็ดแรงๆ เลยนะ” ชายคนนั้นพูดแล้วก็ปลดกางเกงออก ผมเห็นควยของเขาตั้งแข็งผงาดออกมา น้าสาเอามือลูบไล้ไปที่ควยนั้นแล้วเอาเข้าปากอม ชายคนนั้นหลับตาลงแล้วคราง “โอ้ย น้ำเงี่ยนจะแตกแล้ว”
น้าสาดูดควยของเขาอย่างช่ำชอง แล้วชายคนนั้นก็พลิกตัวให้น้าสานอนหงาย เขาแหกขาน้าสากว้างแล้วเสียบควยเข้าไปในหีของน้าสาอย่างแรง น้าสาร้องเสียงหลง “เอาเลย ช้าๆ ก่อน เดี๋ยวเสียว”
ผมเห็นกลีบหีของน้าสาแดงชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยน ขนหมอยดกดำถูกเสียบเข้าไปจนชายคนนั้นสูดลมหายใจแรง “หีอูมจริงๆ หล่อนน่ะ”
พวกเขาเย็ดกันอย่างเมามัน เสียงดังก้องในห้องวีไอพี โหนกนูนของน้าสาโดนเสียบเข้าไปจนน้าสาร้องครางว่า “แตกแล้ว แตกแล้ว” แตดของน้าสาแดงเรื่อ ชายคนนั้นยังคงกระแทกจนกระทั่งน้ำแตกออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
ผมตกใจมากรีบวิ่งกลับบ้าน แต่ภาพนั้นมันติดตา ถึงแม้จะเป็นเด็ก แต่ผมก็พอเข้าใจว่าน้าสาขายบริการทางเพศด้วย ไม่ใช่แค่ร้องเพลง
พอถึงวันงานวัด ชาวบ้านรวมตัวกันเต็มลานวัด มีเวทีเล็กๆ ตั้งอยู่กลางสนาม ป้าสมศรีทำหน้าที่พิธีกร ประกาศเสียงดังลั่น “เชิญพบกับนักร้องสาวเสียงสวย จากร้านคาราโอเกะชื่อดัง น้องน้าสาของเรา”
น้าสาขึ้นเวทีไปด้วยรอยยิ้ม ใส่ชุดไทยสวย ผมคาดผ้าซิ่น เขาถือไมค์แล้วเริ่มร้องเพลง “คอยน้อง” ของผ่องศรี วรนุช แต่พอเสียงออกมาเท่านั้นแหละ
“โอ๊ยแม่เจ้า เสียงหล่อนเหมือนไก่ถูกบีบคอ” คนในงานเริ่มหัวเราะกันบ้าง ป้าสมศรีถึงกับอ้าปากค้าง แต่แล้วน้าสาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง พูดว่า “อย่าเพิ่งไปไหนเด้อ ฉันรู้ว่าฉันร้องไม่เพราะ แต่ขอให้สนุกก็พอ”
แล้วน้าสาก็เริ่มร้องเพี้ยนไปหมด แต่กลับทำท่าทางตลก เลียนแบบนักร้องดัง ชาวบ้านทั้งงานหัวเราะกันสนุกสนาน น้าสาเดินลงจากเวทีไปจับมือคนนั้นทีคนนี้ที แล้วพูดว่า “ไม่ต้องอายดอก ขอให้สนุกนะ”
บรรยากาศงานวัดคืนนั้นสนุกมาก ทุกคนลืมเรื่องเสียงเพี้ยนไปเลย เพราะน้าสาทำให้ทุกคนหัวเราะและร้องตามกันแบบไม่ต้องเกรงใจ เสียงคนร้องเพลงดังไปทั่ววัด
ป้าสมศรีเดินมาหาน้าสาหลังงาน แล้วบอกว่า “นางเอ้ย ขอโทษนะ ที่ฉันเข้าใจผิด ฉันนึกว่าหล่อนเป็นนักร้องดัง ที่แท้ก็แค่คนทำงานร้าน”
น้าสาก็ยิ้มตอบ “ไม่เป็นไรดอกแม่ป้า ขอให้สนุกก็พอ”
ทุกวันนี้ผมยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เลย เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า การเป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุด อย่าพยายามเป็นอะไรที่เราไม่ใช่ แต่จงทำให้คนรอบข้างมีความสุขด้วยความเป็นเรา
และอีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้คือ อย่าเชื่อคำเม้าท์ของคนอื่น จนกว่าเราจะได้เห็นกับตาตัวเอง เพราะบางครั้งความจริงอาจไม่สวยหรู แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายเสมอไป
เล่าเรื่องเสียว โดย : https://story.xn--72c8cbhnqt2b5aq9gce9he.com/
น้าสาก็ยังทำงานที่ร้านคาราโอเกะจนแก่ แต่ชาวบ้านทุกคนก็รักและเข้าใจน้า เพราะน้าทำให้พวกเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ ไม่ว่าจะด้วยเสียงเพี้ยนๆ หรือความเป็นกันเองของน้า

Leave a Reply