ผัวขี้เหล้า ผมขอสอย


ชื่อของผมคือนัท เพิ่งยัดเสื้อผ้ากลับจากโรงงานแถบชลบุรีมาอยู่บ้านเกิดเมื่อสองเดือนก่อน ตอนแรกคิดแค่อยากพักจากกลิ่นน้ำมันเครื่องกับเสียงกังหันที่ดังอื้อหูทั้งวัน แต่ไม่รู้เลยว่าการกลับมาครั้งนี้จะทำให้หัวใจผมถูกฉีกทิ้งไว้กลางทุ่งนา

พี่เดือนเป็นเมียผู้ใหญ่บ้าน อายุสามสิบสี่ แต่หน้ายังเด้งยังสวยจนผู้ชายทั้งตำบลกลืนน้ำลายตาม ผมก็ด้วย แต่มันก็แค่ความคิดในหัวที่ไม่มีวันกล้าปล่อยออกมา เพราะฐานะผมมันกระจอก บ้านหลังคาสังกะสี พ่อเป็นชาวนา ส่วนพี่เดือนนั่งเก้าอี้สูงบนเรือนหลังใหญ่ที่มีผู้ใหญ่บ้านเป็นสามี

ฤดูกาลเกี่ยวข้าวเริ่มขึ้น พี่เดือนมาหาพ่อแล้วบอกว่าจะจ้างผมไปช่วยเกี่ยว เธอบอกว่าผู้ใหญ่บ้านไม่ค่อยอยู่บ้าน ติดธุระโน่นนี่ ต้องหาคนช่วยแทน พ่อรับปากให้ผมไป ผมก็ไม่ได้ขัด ได้เงินดี แถมยังได้ใกล้ชิดผู้หญิงที่ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเงี่ยหูฟังข่าวคราว

ทุกเที่ยงพี่เดือนจะหิ้วปิ่นโตมาให้ผมกินที่กลางนา ฝีมือเธอไม่เป็นรองใคร แกงส้มใส่กุ้ง ต้มยำกระดูกอ่อน ผัดผักบุ้งไฟแดงหอมกระเทียมเจียว เรานั่งกินข้าวด้วยกันใต้ร่มไม้ เริ่มคุยกันมากขึ้น รู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้นกว่าตอนอยู่โรงงานที่ต้องกินข้าวกล่องหน้าจักรเย็บผ้าจนหลังแข็ง

วันหนึ่งตอนพักกลางวัน เธอนั่งลงข้างๆ ถอนหายใจยาวจนผมสะดุ้ง “นัทรู้ไหม พี่เบื่อชีวิตนี้จริงๆ” เสียงเธอแผ่วเบาราวกับกลัวใครได้ยิน แต่ในทุ่งนากว้างมีแค่เราสองคน ผมเงียบ ไม่กล้าถามต่อ แต่ในอกมันบีบรัด เธอเล่าว่าผู้ใหญ่บ้านกินเหล้าทุกวัน บางคืนกลับมาตีสามตีสี่ บางคืนไม่กลับเลย ทิ้งเธอไว้ในบ้านหลังใหญ่เพียงลำพัง

ตั้งแต่วันนั้นผมรู้สึกผูกพันกับพี่เดือนมากขึ้น มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยมีกับใครมาก่อน แต่ผมก็เก็บมันไว้ในอก ไอ้ความรู้สึกแบบนี้มันอันตราย มันเผาไหม้ มันอาจทำให้ผมเสียคน

จนถึงคืนหนึ่งหลังงานหมอลำ ผมนอนอยู่บนบ้าน ได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านดังลั่น เป็นพี่เดือน เสียงเธอเครียดจนสั่น “นัท ช่วยพี่หน่อย รถพี่ติดหล่มหลังบ้าน มันลื่นมาก ช่วยมาดันหน่อย” ผมไม่รอช้าสักวินาที รีบใส่เสื้อแล้ววิ่งไปในความมืด ใจมันเต้นตึกตัก ตื่นเต้นลึกๆ ที่ได้อยู่กับเธอในยามวิกาล

พอไปถึงหลังบ้านพี่เดือน ผมหยุดชะงัก ไม่เห็นรถคันไหนติดหล่มสักคัน มีแต่พี่เดือนยืนรออยู่คนเดียว สวมชุดนอนสีจางบางจนเห็นเค้าโครงร่างในแสงจันทร์ ผมยืนนิ่ง ลมหายใจไม่เป็นจังหวะ “รถพี่ไม่ได้ติดหล่ม” เธอพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “พี่แค่อยากเจอนัท แค่อยากอยู่กับนัท”

ผมไม่รู้จะพูดอะไร มันผิด มันเลว มันเสียคนที่คิดอะไรกับเมียคนอื่น แต่ในวินาทีนั้นเลือดในตัวผมมันเดือด ผมไม่คิดจะหนี เธอเดินจ้ำเข้ามาหา แล้วจับมือผมแน่น มือที่อ่อนนุ่มและอุ่นผิดกับกลางคืน “พี่รู้ว่าผิด แต่มันทนไม่ไหวแล้ว มันทรมาน” ผมปล่อยให้ร่างของเธอโน้มเข้ามา ปล่อยให้กลิ่นหอมอ่อนๆ เติมเต็มโพรงจมูก ปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงผล

ผมนอนข้างเธอบนพื้นหญ้าใต้ต้นมะม่วง เสื้อนอนของเธอถูกปลดออกจนเห็นเนินอกที่อวบอิ่มยามต้องลมเย็น มือผมลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มของเธออย่างไม่มั่นใจ แต่เธอกลับดึงมือผมไปวางไว้ที่หน้าอก “พี่พร้อมแล้วนัท” เสียงเธอแหบพร่าจนผมแทบคลั่ง มือทั้งสองข้างของผมคลำหาร่างกายเธออย่างร้อนรน สัมผัสถึงกลีบหีที่อูมกำลังซ่อนใต้กางเกงใน เมื่อผมพรมจูบลงไปที่นั่น เธอก็ส่งเสียงครางสะท้อนท้องฟ้า ความเสียวซ่านแล่นไปตามแนวกระดูกสันหลังของผม ขนหมอยของเธอสัมผัสกับใบหน้าผม มันนุ่มและหอมกลิ่นผู้หญิงที่กระหาย

เธอดึงกางเกงผมลง ควยผมแข็งเดือดชี้ตั้งรอสัมผัส เมื่อพี่เดือนนั่งคร่อมลงมา กลีบหีของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยนจนลื่นไหล ผมสอดใส่เข้าไป จังหวะแรกที่หัวควยผ่านเข้าไปในหีของเธอ เธอครางลั่น แอ่นตัวรับแรงกระแทกของจังหวะเย็ดแรงๆ ที่ผมเริ่มขยับสะโพกขึ้นลง ร่างกายเธอกระเพื่อมรับทุกท่วงท่า น้ำเงี่ยนไหลเยิ้มจนเป็นคราบบนต้นขาของผม ความเสียวแล่นไปถึงปลายประสาททุกเส้น เมื่อผมถอนตัวออกแล้วสอดใส่ลึกสุดอีกรอบ เธอหอบหายใจ กัดริมฝีปากจนแทบเป็นรอย พวกเราเย็ดกันบนพื้นหญ้าเย็นๆ จนทุกส่วนของร่างกายมันเหนื่อยล้า สุดท้ายเมื่อผมเสร็จ น้ำแตกไหลทะลักเข้าไปในหีของเธอ เธอก็ตัวสั่นเกร็ง แนบหน้าอกผมแน่น

หลังจากคืนนั้นไม่มีวันหวนกลับ ผมกับพี่เดือนแอบเจอกันอีกหลายครั้ง บ้างในนาที่ต้นข้าวเริ่มตั้งท้อง บ้างในป่าข้างทางตอนค่ำ บ้างที่บ้านของเธอตอนผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่ ผมรู้สึกผิดทุกครั้ง แต่วินาทีที่ได้สัมผัสตัวเธอ ความผิดนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความใคร่ที่ร้อนแรงจนไม่สามารถหักห้าม น้ำเงี่ยนของเธอเปื้อนมือผม เธออูมรับทุกครั้งที่ผมเสียบควยเข้าไป เสียงสวบสวาบยามเย็ดแรงๆ กลายเป็นเพลงประจำที่เราไม่เคยบอกใคร

แต่โลกไม่เคยปิดความลับได้นาน แม่ค้าขายของเริ่มกระซิบกัน ชาวนาข้างทางมองผมด้วยสายตาที่อ่านออก ความรู้สึกว่าถูกจับตามองเริ่มแผ่กระจายไปทั่ว ผมรู้ว่าถึงเวลาต้องเลิก แต่ใจมันไม่ยอม พี่เดือนยังคงเป็นความอ่อนแอของผม

พ่อรู้เข้า วันหนึ่งท่านเรียกผมไปคุยเสียงเข้ม “นัท กลับไปทำงานที่เมืองซะ อย่ามายุ่งกับเมียชาวบ้านอีก ถ้ายังมีสำนึกความเป็นลูกผู้ชาย” ผมยืนก้มหน้านิ่ง น้ำตามันร้อนผ่าวในอกแต่ไม่ไหลออกมา เพราะรู้ว่าผิดมาตั้งแต่แรกที่ยอมให้ตัวเองหวั่นไหวกับผู้หญิงของคนอื่น

ผมเก็บกระเป๋ากลับชลบุรีในวันรุ่งขึ้น พี่เดือนยังต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่กับสามีที่เหล้าพาไม่กลับ ผมคิดถึงเธอทุกคืน แต่รู้ดีว่ามันจบลงแบบไม่มีวันหวนกลับ

บางคืนผมนอนมองเพดานห้องเช่าที่ร้าวเป็นรอย นึกถึงวันที่นั่งกินข้าวกลางนากับพี่เดือน กลิ่นแกงส้ม เสียงเธอหัวเราะ และค่ำคืนนั้นที่เราทั้งคู่ปล่อยให้ความรู้สึกครอบงำ มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด แต่ก็เจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตอนนี้ผมไม่โทษใครนอกจากตัวเองที่อ่อนแอเกินกว่าจะรักษาหัวใจของตัวเองไว้

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

×