ดิฉันชื่อนุช อายุสามสิบสี่ เคยเป็นครูประถมอยู่โรงเรียนเดียวกับสามี พอมีลูกสองคนก็ลาออกมาอยู่บ้าน ส่วนเขาอายุห้าสิบหก ยังเป็นครูอยู่ ตำแหน่งใหญ่ขึ้นทุกปี งานก็ล้นมือ ลูกทั้งสองไปอยู่กรุงเทพฯ กับป้า เพื่อเรียนหนังสือที่นั่น บ้านหลังนี้จึงเหลือดิฉันกับเขา และวันอาทิตย์เขามักขึ้นรถไปหาลูก ทิ้งดิฉันไว้กับความเงียบของบ้านชานเมือง
เมื่อก่อนเขาเล้าโลมดิฉันได้นานมาก มืออุ่น ปากนิ่ม จนดิฉันครางจนตัวอ่อนไปก่อนที่เขาจะสอดเข้ามาเสียอีก ดิฉันหลงรสแบบนั้นจนคิดว่าขาดไม่ได้ แต่ระยะหลังงานกินเวลาเขาไปเกือบหมด บางคืนท่อนเอ็นของเขาอ่อนจนดิฉันหมดอารมณ์ตาม ทั้งที่ร่างกายดิฉันยังพร้อมพอเขาเหลือบมามอง เขาเองก็หนักใจ ดิฉันก็ไม่อยากเคี่ยวเข็ญคนที่ดูเหนื่อยขึ้นทุกวัน เพราะบ้านและค่าเล่าเรียนยังพิงเขาอยู่ทั้งนั้น
หนังสือที่เขาซื้อมาอ่านด้วยกันอาทิตย์ละครั้งจึงกลายเป็นเพื่อนดิฉันในวันที่เขาไม่อยู่ อ่านแล้วเหงายิ่งกว่าเดิม นิ้วตัวเองช่วยได้แค่คลายเกร็ง คลายเหงาไม่ได้ จนเขาไปจ้างภารโรงของโรงเรียนมาดูแลสวนและรั้วให้ในวันหยุด บอกว่าจะได้มีคนอยู่เป็นเพื่อนดิฉันบ้าง คนนั้นชื่อมานะ อายุสามสิบสอง ตัวสูง ผิวคล้ำเพราะแดด พูดน้อย ทำงานจริง
ทุกวันปิดเทอมเขาจะมาแต่เช้า ถอดเสื้อแขวนรั้ว แล้วก้มตัดหญ้า ยกกระถาง ซ่อมไม้ระแนงหลังบ้าน กล้ามอกกับกล้ามท้องขึ้นเป็นมัดๆ แขนใหญ่เวลาแบกสายยาง ดิฉันออกไปส่งน้ำแล้วก็แอบมองจนลืมกระพริบตา บางทีคิดไปไกลว่าใต้กางเกงทำงานของเขาจะใหญ่แค่ไหน เขารู้ตัวบ้าง ก็ยิ้มมุมปากแล้วนิ่ง ดิฉันก้มหน้าหนีทั้งที่หัวใจจั๊กจี้
มีอยู่เช้าหนึ่งสามีเรียกเบาๆ “เป็นอะไรไป มองไม่กระพริบเลย” ดิฉันสะดุ้ง “ไม่เป็นอะไรค่ะ จะเอาน้ำเพิ่มไหม” เขาส่ายหน้าแล้วกลับไปตอกตะปู ส่วนมานะเงยหน้ามายิ้มอีกที รอยยิ้มนั้นทำให้ดิฉันรีบเดินเข้าบ้าน ทั้งที่หว่างขายังอุ่นอยู่
วันอาทิตย์ต่อมาสามีออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง บอกว่าจะไปจัดการเรียนพิเศษให้ลูก ดิฉันคิดว่ามานะคงมาสาย เลยลงไปเก็บห้องพักชั้นล่างที่เตรียมไว้ให้ญาติ ห้องนั้นอยู่ติดเรือนเล็กหลังบ้าน ของชิ้นหนึ่งกลิ้งลงใต้เตียง เตียงสูงพอให้มุดเข้าไปได้ ดิฉันคลานเข้าไปหยิบ พอจะถอยออกก็ได้ยินเสียงฝีเท้านอกประตู
มานะเดินเข้ามาพอดี เขาปิดประตู วางกระเป๋าผ้า แล้วเริ่มถอดเสื้ออย่างคนที่คิดว่าห้องว่าง หัวใจดิฉันตูมตามจนแสบหู รองเท้าแตะของดิฉันยังอยู่นอกเตียง แต่เขาไม่ได้เหลือบมอง เขาก้มเปิดหนังสือจากกระเป๋า ดิฉันเห็นเป็นเรื่องภาพผู้หญิงกับผู้ชายกำลังเย่อกัน เขาอ่านไปพลาง มืออีกข้างลูบเป้ากางเกงจนผ้าตรงนั้นตุงโป่ง
เขาทนได้ไม่นาน ก็ถอดกางเกงทำงานออก ตามด้วยกางเกงใน ท่อนเอ็นที่โผล่มาทำให้ดิฉันกลั้นหายใจ มันยาว ใหญ่ เส้นเลือดขึ้นชัด หัวตุงเป็นมัน มีน้ำรักใสๆ เยิ้มที่ปากรูอยู่แล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้น มือกำแล้วรูดช้าๆ ก่อนจะเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบกันดังแผ่วในห้องเงียบ
“คุณนุชครับ” เขาครางต่ำ “อูย… ปากคุณนุชดูดแบบนี้เลยใช่ไหมครับ อย่าแรงนักสิครับ กำแล้วรูดให้ผมด้วย” ชื่อดิฉันหลุดจากปากเขาชัดเจน ดิฉันหน้าร้อนวูบ ร่องรักเปียกจนผ้าในอึมจนติดเนื้อ ทั้งตกใจทั้งหื่น จนนิ้วตัวเองล้วงเข้ากางเกงตามจังหวะที่เขาชัก
“แน่นดีไหมครับคุณนุช ผมใกล้แล้ว กระแทกลงมาแรงๆ ได้เลยครับ โอย… ผมจะออกแล้ว” เขายังพูดไม่จบ น้ำรักก็พุ่งแรงเข้ามาใต้เตียง เปรอะแก้ม เปรอะคาง แล้วหยดลงพื้นเป็นสาย เขากระตุกต่ออีกหลายทีจนน้ำคาวขาวขุ่นไหลตาม ดิฉันหลับตาปี๋เพราะความร้อนที่มากับมัน แล้วก็ลืมตาเพราะอยากเห็น
เขาพูดกระซิบเหมือนยังอยู่ในจินตนาการ “สนุกไหมครับ วันหลังผมมาเอาใหม่” ดิฉันสุดทน เอานิ้วป้ายน้ำที่แก้มใส่ปาก รสเค็มฝาดทำให้ตัวสั่น เอานิ้วที่เหลือลงไปขยี้เม็ดรัก สามครั้งเท่านั้น ร่องรักก็ตอดแรงจนดิฉันครางหลุดปาก เกร็งจนศอกกระแทกพื้นใต้เตียง
เสียงนั้นทำให้เขาชะงัก “คุณนุชอยู่ใต้เตียงเหรอครับ” ดิฉันนิ่งทั้งตัว เขาไม่ได้หัวเราะเยาะ เสียงเขาทุ้มลง “ผมเห็นรองเท้าตั้งแต่เดินเข้ามา ตั้งใจให้คุณดู ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้”
ดิฉันคลานออกมา เสื้อยับ ผมยุ่ง แก้มยังเปียก เขานั่งหันข้าง กางเกงในยังอยูที่ข้อเท้า ท่อนเอ็นที่เพิ่งออกยังไม่หุบลงหมด เขามองตาดิฉันตรงๆ “ผมผิดที่เรียกชื่อคุณ แต่ผมพูดจริง ผันถึงคุณทุกทีที่มาทำงานที่นี่ ถ้าคุณจะให้ผมหยุด ผมหยุด”
ดิฉันยืนนิ่งได้แค่ครู่เดียว ความเหงาทั้งเดือนกับภาพที่เพิ่งเห็นมันดึงให้พูดออกไป “ดิฉันไม่ได้โกรธ ดิฉันดูจนเสร็จไปเอง แต่อยากให้เป็นเรื่องจริงมากกว่านี้อยู่ใต้เตียง”
เขายื่นมือมา ดิฉันจับ ฝ่ามือด้านเพราะจอบและสายยาง “ไปเรือนพักหลังบ้านได้ไหมครับ ที่นั่นประตูลงกลอนได้ ไม่มีใครเดินผ่าน”
ดิฉันพยักหน้า เราเดินอ้อมรั้วโดยที่เขาสวมแค่กางเกงทำงาน ดิฉันยังไม่ได้อาบ น้ำของเขาแห้งเป็นคราบบนคอ เรือนพักเป็นห้องไม้เล็กที่มีเตียงไม้กับพัดลมเก่า เขากลอนประตู เปิดพัดลม แล้วหันมาถามอีกครั้ง “คุณนุชเต็มใจนะครับ ถ้าตรงไหนไม่ไหว บอกผมได้เลย”
“เต็มใจค่ะ” ดิฉันพูดแล้วถอดเสื้อเอง เต้านมที่ไม่ได้ให้ใครอื่นนอกจากสามีมาหลายปีโผล่ในแสงที่ลอดม่าน หัวนมตั้งเพราะลมเย็นกับสายตาของเขา เขากลืนน้ำลาย “สวยมากครับ” แล้วก้มลงดูดหัวนมข้างหนึ่ง ลิ้นร้อน ดูดลึกเป็นจังหวะ มืออีกข้างคลึงอีกข้างเบาๆ ไม่รีบ
ดิฉันครางจนตัวอ่อน เขาค่อยๆ ดึงกางเกงดิฉันลงพร้อมผ้าใน ร่องรักเปียกเยิ้มจนเงาเมื่อเขาแยกขาดู “แฉะขนาดนี้ตั้งแต่ใต้เตียงเลยเหรอครับ” ดิฉันพยักหน้าอย่างละอาย เขาไม่ล้อต่อ เขาก้มลงใช้ลิ้นเลียตามร่อง ช้า แล้วจมปลายลิ้นที่เม็ดรัก ดูดเบาๆ สลับกับเลียยาว ดิฉันกำผ้าปูที่นอน เอวกระทุ้งเข้าหาปากเขาโดยไม่รู้ตัว
“พี่มานะ… อย่าหยุดค่ะ” เขาดูดแรงขึ้นหนึ่งที แล้วสอดนิ้วกลางเข้าไปช้าๆ ร่องรักดูดนิ้วเขาจนมีเสียงฉ่ำ เขางอนิ้วหาจุดด้านใน ดิฉันเสร็จคาปากเขา ตัวกระตุก น้ำรักไหลเปื้อนคางเขา เขาไม่ได้เช็ดทิ้ง เขาลุกขึ้นจูบ ดิฉันลิ้มรสตัวเองปนกับรสเค็มที่ยังติดปาก
ท่อนเอ็นของเขาแข็งจัดอีกครั้ง ใหญ่จนดิฉันต้องใช้สองมือกำ รูดให้เขาอย่างที่เขาครางขอไว้ใต้เตียง เขาแอ่นคอ “แบบนี้แหละครับ กำให้แน่นหน่อย” ดิฉันก้มลงอมหัวที่ตุงวาว ลิ้นวนที่ปากร่อง ดูดจนน้ำรักใสเยิ้มเต็มลิ้น เขาลูบผมดิฉัน “พอครับ เดี๋ยวออกอีก ผมอยากอยู่ในตัวคุณ”
เขาให้ดิฉันนอนหงาย ชันเข่า แล้วใช้หัวท่อนเอ็นถูที่ปากร่องรักไปมาจนดิฉันบิดตัว “ใส่ได้เลยค่ะ” เขาค่อยๆ สอดเข้ามา แน่นจนดิฉันทึ้งลมหายใจ เขาหยุดให้ดิฉันชิน “เจ็บไหมครับ” “ไม่เจ็บ ลึกอีกนิดค่ะ” เขาดันจนโคนชนเนิน ดิฉันรู้สึกเต็มจนนิ้วเท้าจิกเสื่อ
จังหวะแรกเขาโยกช้า ถอนเกือบสุดแล้วสอดกลับเข้ามาใหม่ทุกที ให้ดิฉันได้ลิ้มทั้งความยาว เสียงเนื้อชนเนื้อดังขึ้นเมื่อเขาเร็วขึ้น เตียงไม้ลั่นตาม ดิฉันโอบหลังเขามัดใหญ่ เล็บขูดเบาๆ “แรงได้ค่ะ พี่มานะ ดิฉันอยากโดนแบบที่พี่พูดไว้”
เขาเปลี่ยนมาคุกเข่า ดึงเอวดิฉันเข้าหา กระแทกลึกเป็นชุด หัวนมไหวตามแรง เขาโน้มลงดูดสลับกับพูดข้างหู “ร่องคุณนุชดูดผมจนแทบไปไม่ไหวครับ อูย… แน่นดีจริงๆ” ดิฉันครางไม่เป็นคำ น้ำรักไหลย้อยจนโคนเขาเลอะ ทุกครั้งที่เขาจมมิด ดิฉันรู้สึกเหมือนจะเสร็จอีก
เขาพลิกดิฉันตะแคง ชันขาข้างหนึ่งพาดแขน แล้วสอดจากด้านหลังช้าๆ ท่านี้ลึกคนละแบบ มือเขาล้วงมาขยี้เม็ดรักพร้อมกับกระแทก ดิฉันเสร็จครั้งที่สองจนร่องรักตอดรัว ท่อนเอ็นเขาถูกบีบจนเขาต้องหยุดครู่หนึ่ง “คุณนุชจะรีบให้ผมออกเหรอครับ ยังไม่พอ”
ดิฉันหันไปจูบเขา “ยังไม่พอค่ะ อยากขึ้นเอง” เขาล้มตัวลงให้ดิฉันคร่อม ดิฉันค่อยๆ นั่งลงจนสุดโคน แล้วขย่มตามใจตัวเอง ช้าบ้าง เร็วบ้าง เต้านมไหวตรงหน้าเขา เขาดูดสลับกับประคองเอวช่วยกระแทกขึ้นรับ เหงื่อสองคนทำให้ตัวลื่น ดิฉันก้มกระซิบ “มองหน้าดิฉันสิคะ คราวนี้ไม่ต้องฝัน”
เขาจ้องตา แล้วพูดเสียงขาด “คุณนุชครับ ผมใกล้แล้ว จะออกข้างนอก” ดิฉันขย่มแรงขึ้นอีกพักจนตัวเองเสร็จเป็นครั้งที่สาม ตัวสั่นทั้งลำ แล้วรีบยกตัวขึ้น ใช้มือรูดให้เขาต่อ เข่าของเขากระทุ้ง น้ำรักพุ่งเป็นสายขึ้นท้องและเต้านมดิฉัน อุ่น ข้น เขาครางชื่อดิฉันซ้ำๆ จนน้ำหมดจังหวะ
เราหายใจทับกันพักใหญ่ เขาดึงผ้าขนหนูสะอาดจากราวมาเช็ดให้ดิฉันอย่างนุ่มนวล เช็ดท้อง เช็ดหว่างขา แล้วเช็ดตัวเอง “เมื่อกี้คุณเต็มใจทั้งเรื่องนะครับ ผมไม่ได้หลอก” ดิฉันจับมือเขา “เต็มใจค่ะ และดิฉันเป็นคนชวนให้มากกว่าดู”
เขาชงน้ำให้จากกาน้ำร้อนใบเล็กในเรือน เรานั่งที่ขอบเตียง ยังไม่ใส่เสื้อ ลมเพลย ๆ พัดม่าน “ผมหาเมียไม่ได้ครับ อยู่คนเดียวมาหลายปี พอมาเห็นคุณยืนดูดิฉันทำงาน ยิ้มแล้วหนี ผมก็เก็บไว้ในหัว จนวันนี้มันหลุด” ดิฉันหัวเราะเบาๆ “ดิฉันก็แอบคิดถึงท่อนเอ็นพี่ตั้งแต่เห็นพี่ถอดเสื้อ ไม่นึกว่าจะได้เห็นของจริงใต้เตียง”
เขาจริงจังขึ้น “สามีคุณเป็นคนดีกับผม เรื่องนี้ถ้าคุณจะให้จบแค่วันนี้ ผมรับได้ และจะไม่เล่าให้ใคร” ดิฉันนิ่งคิดถึงลูกที่กรุงเทพฯ ถึงสามีที่ขับรถไปหาพวกเขา แต่ก็คิดถึงร่างกายตัวเองที่เพิ่งได้หายใจเต็มปอดในรอบหลายเดือน “วันอาทิตย์ที่เขาไม่อยู่ ถ้าพี่มาเรือนนี้ได้ ดิฉันจะมาหา แต่ในบ้านหลังใหญ่เราทำเป็นไม่รู้กัน ต่อหน้าเขาพี่ต้องเป็นคนสวนเหมือนเดิม”
มานะพยักหน้า “ได้ครับ ผมจะไม่ยิ้มให้คุณต่อหน้าเขา และจะไม่แตะคุณถ้าคุณไม่เดินเข้าเรือนนี้เอง” เราจูบกันอีกครั้ง คราวนี้ช้า ไม่ได้เร่งหาจุดจบ ลิ้นแตะกันเบาๆ จนดิฉันเริ่มอุ่นที่หว่างขาอีก เขาหัวเราะในลำคอ “พักก่อนครับ เดี๋ยวคุณเดินไม่ไหว”
ดิฉันอาบน้ำที่ห้องน้ำหลังเรือน เขายืนเฝ้าประตูนอกให้ ไม่ได้แอบมอง ตอนดิฉันออกมาเขายื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ให้ ดิฉันสวมเสื้อตัวเองที่ยังมีกลิ่นเหงื่อจางๆ แล้วเดินกลับบ้านใหญ่โดยที่ขาอ่อนนิดๆ เขากลับไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านอย่างคนที่เพิ่งเริ่มงานสาย
บ่ายวันนั้นดิฉันนั่งที่ระเบียง อ่านหนังสือเล่มเดิมแต่ความหมายคนละอย่าง ทุกครั้งที่ได้กลิ่นสบู่จากตัวเอง ก็นึกถึงน้ำรักของเขาบนลิ้น และคำที่เขาขออนุญาตก่อนทุกครั้งที่ลึกขึ้น ดิฉันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก รู้สึกว่าตัวเองเลือก
เย็นย่ำสามีโทรมาบอกว่าถึงหอลูกแล้ว เสียงเขาอ่อนล้าแต่สดชื่นที่ได้เจอลูก ดิฉันตอบตามปกติ ถามเรื่องอาหาร เรื่องการบ้าน ไม่ได้เล่าเรื่องเรือนหลังบ้าน และไม่ได้รู้สึกว่าต้องเล่าในสายนั้น วางสายแล้วดิฉันยืนมองมานะเก็บสายยาง เขายกมือไหว้ห่างๆ อย่างคนงานคนหนึ่ง ดิฉันพยักหน้าตอบ แล้วปิดม่าน
กลางคืนดิฉันนอนคนเดียวบนเตียงใหญ่ ร่างกายยังจำจังหวะเตียงไม้ได้ ดิฉันไม่ได้ช่วยตัวเองซ้ำ เพราะยังอิ่มอยู่ที่ร่องรักและที่ใจ ก่อนหลับดิฉันนึกถึงวันอาทิตย์หน้า สามีจะขึ้นรถไปกรุงเทพฯ อีก แล้วดิฉันจะเดินไปเรือนพักหลังบ้านด้วยเท้าของตัวเอง ประตูจะลงกลอน และคราวนี้ไม่มีใครต้องมุดอยู่ใต้เตียง
