เรื่องเสียว ตอนดึกในต่างแดนสาวร้านชำโตเกียว
ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยว่าการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตจะพาผมไปเจออะไรแบบนั้น ตอนนั้นอายุยี่สิบหก เพิ่งเก็บเงินได้ก้อนนึงจากงานประจำ อยากลองไปเปิดหูเปิดตาที่ญี่ปุ่นสักครั้ง ยุคเก้าสิบต้นๆ การไปญี่ปุ่นยังไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนอย่างผม เสียดายตังค์ทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ไป
เครื่องบินลงจอดที่นาริตะตอนบ่ายแก่ๆ ผมตื่นเต้นกับทุกอย่าง ป้ายรถเมล์ที่อ่านไม่ออก เสียงประกาศที่ฟังไม่รู้เรื่อง ระบบรถไฟที่ซับซ้อน ความรู้สึกเหมือนเด็กหลงป่าแต่กลับมีอิสระเต็มตัว ผมจองโฮสเทลแถวชินจูกุไว้ แค่มองตึกสูงๆ ก็รู้แล้วว่าโลกมันกว้าง
วันที่สองของการเที่ยว ผมตัดสินใจไปเดินเล่นย่านอสุสากุระไบ ซึ่งเป็นย่านชุมชนคนไทยพอมีบ้าง แต่ด้วยความที่ผมอยากประหยัด เลยตะลอนเข้าซอยเล็กๆ สลับกับถนนใหญ่ ระหว่างที่หาอะไรกินง่ายๆ สายตาก็ไปสะดุดกับร้านขายของชำร้านหนึ่ง หน้าร้านมีม่านพลาสติกเป็นเส้นสีฟ้าใสๆ เหมือนร้านโชห่วยบ้านเราแต่สะอาดกว่ากันมาก
ตอนที่ก้าวเข้าร้าน เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังกริ๊ง ผมเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ อายุราวๆ สามสิบต้นๆ ไว้ผมยาวดำขลับ ผิวขาวจัด ใส่เสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขาสั้น รูปร่างไม่สูงมาก แต่สัดส่วนชัดเจน ผมแอบตกใจที่ผู้หญิงญี่ปุ่นในร้านโชห่วยแบบนี้สวยขนาดนี้
ผมพยายามทำตัวปกติ หยิบน้ำกระป๋องกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกล่องนึง เดินไปจ่ายเงิน เสียงเธอทักทายด้วยภาษาญี่ปุ่นแผ่วเบา ผมตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษมั่วๆ สมุดภาพที่ว่ามา ที่ไหนได้ เธอกลับยิ้มแล้วพูดภาษาอังกฤษแบบติดสำเนียงน่ารักว่า “Where are you from?” ผมบอกว่ามาจากไทย เธอถึงกับตาลุกวาว
เธอบอกว่าชื่อยูมิคะ เคยเรียนภาษาไทยสมัยทำงานบริษัทเก่าแต่ลืมหมดแล้ว เธอหัวเราะกับตัวเองตอนที่พยายามนึกคำว่า “สวัสดี” แล้วออกมาเป็น “สะหวัดดี” เพี้ยนๆ ผมอดขำไม่ได้ บรรยากาศในร้านจากที่เงียบก็เริ่มอบอุ่นขึ้นมา
ผมถามถึงร้านอาหารไทยแถวนี้ ยูมิคะบอกว่ามีร้านแถวอาเคบาเนะ แต่เธอแนะนำร้านราเมงเล็กๆ หลังร้านเธอเองดีกว่า เพราะอร่อยและถูก ผมมองหน้าเธอสลับกับชั้นสินค้าในร้าน จู่ๆ ก็เกิดความกล้าถามว่า “เย็นนี้ว่างไหม ช่วยไปกินราเมงนั่นด้วยกันหน่อยได้มั้ย” เธอหัวเราะ คลี่ยิ้มจนตาหยี
เธอตอบตกลงแบบไม่รีรอ บอกว่าร้านปักห้าโมงเย็นแล้ว จากนั้นเธอปิดร้านแล้วจะพาผมไปเอง ตอนที่ผมเดินออกจากร้านไป ผมรู้สึกว่าความเงี่ยนที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนมาเที่ยวมันเริ่มตื่นตัว ความคิดถึงเรื่องเซ็กส์เริ่มแล่นเข้ามาในหัว
ผมกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โฮสเทล เสื้อกล้ามสีดำตัวเก่ง กางเกงขายาวผ้าบาง หวีผมเรียบร้อย นัดกันที่หน้าร้านตอนหกโมงครึ่ง พอไปถึงก็เห็นเธอยืนรออยู่ เปลี่ยนเป็นเดรสลายดอกไม้สีฟ้าอ่อน ผมถึงกับอึ้ง ความสวยของเธอชัดขึ้นกว่าเดิมมาก
ร้านราเมงเป็นร้านเล็กๆ มีเคาน์เตอร์นั่งได้ประมาณห้าคน เธอสั่งเกี๊ยวซ่ากับราเมงโชยุให้ผม มันอร่อยจนต้องก้มหน้าก้มตากิน แต่ระหว่างกินเราก็คุยกัน เธอบอกว่าไม่เคยมีแฟนเป็นคนไทย แต่ชอบผู้ชายเอเชียด้วยกันมากกว่า ผมฟังแล้วรู้สึกมีหวังลึกๆ
หลังจากกินเสร็จเธอก็ชวนไปเดินเล่นแถวแม่น้ำสุไมดะ สะพานไฟสีนีออนสะท้อนบนน้ำ บรรยากาศเย็นสบาย ตอนที่เราเดินเฉียดกัน มือของเธอมาแตะมือผมเบาๆ ผมไม่แน่ใจว่าบังเอิญหรือตั้งใจ แต่ผมก็ถือโอกาสคว้ามือเธอไว้ เธอกำมือผมตอบกลับ มือเล็กนุ่มของเธออุ่นดี
เรานั่งลงบนม้านั่งริมน้ำ ลมเย็นพัดผมของเธอปลิว ยูมิคะหันมามองหน้าผม สายตาเธอมันชวนให้หลงทาง จังหวะนั้นผมไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิง เอาหน้าเข้าไปใกล้เธอ จูบแรกของเรามันนุ่มนวลและอ่อนหวาน ริมฝีปากเธออ่อนนุ่ม ผมรู้สึกถึงลิ้นของเธอที่แตะริมฝีปากผมเบาๆ
ผมหยุดจูบ มองตาเธอ มือผมเลื่อนไปลูบต้นแขนเธอเบาๆ เธอกระซิบว่าเธออยู่คนเดียว ห้องเช่าแถวๆ นี้เอง ผมถามว่าไปต่อกันที่ห้องเธอได้ไหม เธอพยักหน้า แล้วจูงมือผมเดินไปตามถนนที่เริ่มเงียบลงเรื่อยๆ
ระหว่างเดิน ผมรู้สึกว่าเลือดมันสูบฉีด ความรู้สึกเงี่ยนมันพุ่งขึ้นมาแบบควบคุมยาก ควยของผมเริ่มตื่นตัวในกางเกง ต้องเดินกระเบียดกระเสียดให้มันไม่สังเกต แต่ยิ่งเดินไปก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อดันมันให้ชิดลำตัว
ห้องของเธออยู่ชั้นสองของอาคารเก่า มีลิฟต์ไม้แบบโบราณ พอเข้าห้องมา มันเล็กแต่จัดของเป็นระเบียบ มีกลิ่นดอกไม้ลอยอ่อนๆ เสื่อตาตามิปูทั้งห้อง เธอถอดรองเท้าแล้วหันมายิ้มให้ ผมยืนนิ่ง ใจเต้นไม่เป็นส่ำ
เธอเดินเข้ามาหา จับมือผมแล้วพาไปนั่งที่ขอบฟูก ผมมองหน้าเธออีกครั้ง ตอนนี้มันไม่มีรอยยิ้มขี้เล่นแล้ว มีแต่แววตาที่ร้อนแรง เธอเอื้อมมือไปปิดไฟสว่าง เหลือไว้แต่ดวงโคมกระดาษสาเล็กๆ แสงส้มนวลๆ สาดทั่วห้อง
ผมไม่รอช้า ดึงตัวเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง ครั้งนี้หนักหน่วงขึ้น มือผมสอดเข้าไปใต้เดรสของเธอ สัมผัสผิวขาวเนียนของต้นขา เธอครางเบาๆ เสียงเล็กในลำคอ ผมรู้ว่าคืนนี้มันไม่ได้จบแค่การจูบแน่
ริมฝีปากของเราไม่ห่างจากกันอีกเลย มือของผมไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธอผ่านผ้าเดรสบาง ๆ ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกจากร่างกายเธอ เธอใช้มือดันผมให้นอนราบลงบนฟูก ก่อนจะคร่อมตัวผม เดรสของเธอเลิกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนเป็นมันภายใต้แสงสลัว
“เธอรู้ว่าผมอยากได้อะไรจากคืนนี้ใช่ไหม” ผมกระซิบข้างหูเธอ เสียงแหบพร่าไปด้วยความต้องการ เธอไม่ตอบ แต่ใช้มือลูบไล้หน้าอกผมผ่านเสื้อ ก่อนจะปลดกระดุมเม็ดแรกออก
ผมพลิกตัวกลับให้เธออยู่ใต้ฉัน คราวนี้เป็นผมที่ถอดเดรสของเธอออกจนหมด เหลือเพียงชุดชั้นในสีขาวบาง ๆ ที่แทบปิดอะไรไม่ได้ ผมก้มลงจูบแผ่นท้องแบนราบของเธอ ไล้ขึ้นไปจนถึงลิ้นปี่ เธอสะท้านและเกร็งตัว
เราใช้เวลานานในการเล้าโลมกัน มือของผมค่อย ๆ เลื่อนลงไปกลางหว่างขาของเธอ ผมรู้ว่าเธอพร้อมแล้วเมื่อซับในกางเกงในเปียกชุ่ม เธอครางเสียงหลงเวลาผมสัมผัสจุดนั้นผ่านผ้า เงี่ยนมากสินะ ผมคิดในใจ
พอถอดกางเกงในของเธอออก ภาพหีเนียน ๆ ที่ไม่มีขนก็ปรากฏให้เห็น เม็ดคลิตอริสเล็ก ๆ ยื่นออกมา ผมก้มลงใช้ลิ้นไล้รอบ ๆ มัน เธอสะดุ้งและร้องเสียงหลงจับหัวผมแน่น
“อย่า… ผมทนไม่ไหวแล้ว” เธอพูดแบบขาดห้วน ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ ตาเธอแดงก่ำด้วยอารมณ์ ผมปลดเข็มขัดของตัวเองออกแล้วถอดกางเกงยีนส์คับ ๆ ออก ควยของผมตั้งชันจนแทบจะปริแตก
เราจูบกันอีกครั้งหนักหน่วงขึ้น ขณะที่ผมค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในร่องหีของเธอ ผมรอให้เธอชินก่อนแล้วค่อยกระแทกเบา ๆ เธอตวัดก้นรับจังหวะผมตามสัญชาตญาณ ดูเหมือนเธอจะรอคอยช่วงเวลานี้มานานเหมือนกัน
เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง เธอเริ่มครางดังขึ้นเรื่อย ๆ และกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อระงับเสียง ผมสวมกอดเธอแน่นขึ้นแล้วเพิ่มความเร็ว อารมณ์มันพาให้ผมลืมระวังตัว ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ
“เย็ดฉันสิ… เย็ดฉันเข้ามา” เธอกระซิบข้างหูเสียงสั่น ผมกระแทกแรงขึ้นจนฟูกขยับตาม ร่างบางของเธอโยกไปตามแรงเสียดสี ผมรู้สึกได้ถึงความตึงแน่นรอบควยของผมตอนที่เธอถึงจุดสุดยอด เธอเกร็งทั้งตัวแล้วปล่อยเสียงร้องยาว
ผมพยายามยื้อไว้ แต่สุดท้ายควยของผมก็ปล่อยน้ำใส ๆ ไหลเข้าไปในตัวเธอตอนที่ผมถึงจุดสูงสุดเช่นกัน เราทั้งคู่หายใจหอบถี่ ตาก้มมองร่างกายที่เปียกเหงื่อและน้ำของกันและกัน
เรานอนกอดกันอยู่ในห้องสลัวนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนเสียงนกร้องยามเช้าดังขึ้นนอกหน้าต่าง ผมมองดูแสงส้มของพระอาทิตย์ที่เริ่มลอดผ่านม่านเข้ามาเตือนว่ายังมีอีกวันรออยู่ข้างหน้า
เช้าวันนั้นเราไปเดินเล่นที่ตลาดริมคลองด้วยกัน ไม่ใช่บรรยากาศหวานแหววอะไร แค่ซื้อขนมปังกับของกินเล่นมานั่งกินด้วยกันเงียบ ๆ ตอนเธอหันไปซื้อผักสดกับแม่ค้า ผมเห็นรอยยิ้มที่ขอบปากเธอที่ทำให้ใจเต้นแรงอีกครั้ง
ตอนบ่ายเธอต้องกลับไปทำงาน ผมเดินไปส่งที่ร้านขายของชำของเธอ ก่อนแยกกันเธอกุมมือผมแน่น แล้วบอกว่า “อย่าลืมนะ ว่าคืนนี้มีเธอแล้ว”
ผมไม่ได้เจอเธออีกเลยหลังจากวันนั้น เพราะตั๋วเครื่องบินของผมต้องกลับเมืองไทยในอีกสามวัน แต่ความทรงจำของคืนนั้นยังอยู่กับผม เวลาที่ผมเดินผ่านร้านขายของชำในกรุงเทพฯ ที่ไหนสักแห่งที่กลิ่นคล้ายกัน ผมจะนึกถึงผู้หญิงญี่ปุ่นคนนั้นเสมอ
จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นแค่เรื่องข้ามคืนสำหรับโลกนี้ แต่สำหรับผมมันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น คือการที่เราได้เชื่อมต่อกับใครสักคนในแบบที่ไม่ต้องมีเงื่อนไข ไม่ต้องรู้จักชื่ออะไรอีกเลย แค่บทสนทนาที่ไม่ต้องใช้ภาษากลางอะไรเลยนอกจากร่างกาย
บางความสัมพันธ์ก็มาแบบนั้นแหละครับ ไม่ต้องมีความหมายสุดท้าย ไม่ต้องผูกมัดอะไรทั้งนั้น เอาแค่ที่เราทำให้กันและกันมีความสุขได้ในเสี้ยวชีวิตที่ว่างของเรา มันก็พอแล้ว
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากคืนที่ต่างประเทศคือ บางครั้งเราไม่ต้องหาคำตอบให้ทุกเรื่อง ไม่ต้องวางแผนไปทุกก้าว แค่ปล่อยให้หัวใจกับสัญชาตญาณพาเราไปในทางที่มันใช่ แล้วคอยรับผิดชอบกับผลลัพธ์ที่ตามมา
สำหรับวันนี้ ผมขอจบเพียงเท่านี้ครับ คนที่ฟังเรื่องนี้อยู่ สิ่งที่ผมอยากบอกคือ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ยังไงก็อย่าปิดกั้นโอกาสที่จะได้พบเจอความจริงใจในแบบของมัน ต่อให้มันจะมาในรูปแบบที่โลกอาจมองว่าไร้สาระ แต่สำหรับหัวใจของใครสองคนในคืนนั้น มันคือทุกสิ่งทุกอย่างแล้วครับ…
เช้าวันนั้นผมตื่นขึ้นมาในห้องเช่าราคาถูกแถวตลาดโต้รุ่งของเมืองเล็กๆ ตรงชานกรุงโตเกียว เธอยังหลับอยู่ข้างๆ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ผมนอนมองอยู่นาน มันเงียบมากจนได้ยินเสียงน้ำหยดจากก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิท ผมจำได้ว่าเมื่อคืนเราสองคนย่ำกลับจากร้านขายของชำที่เปิดยันดึก เธอหยิบขวดโซจูติดมือมา เข้าไปในร้านตอนแรกแค่จะซื้อน้ำ แต่สายตาที่แลกกันมันบอกว่ามันไม่จบแค่นั้น
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเราก็ลงเอยกันบนเตียงแคบๆ ความเงี่ยนที่สะสมมาตลอดทริปมันระเบิดออกมาในคืนนั้น เธอเป็นคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่ต้องเล่นละคร ผมจำสัมผัสของมือเธอที่ลูบลงไปที่ควยของผม แล้วรอยยิ้มของเธอก่อนจะกระซิบบอกให้ผมเย็ดเธอแรงๆ ความเสียววิ่งพล่านไปทั้งตัว เมื่อของมันแข็งจนแทบแตก เธอหันหลังให้ผมในท่าโพสท่า ร่างขาวที่เปียกเหงื่อ หีของเธออ้าออกต้อนรับ ผมเสียบเข้าไปในครั้งแรกจนเธอครางออกมาดังลั่นห้อง
มันไม่ใช่แค่ร่างกายที่ตอบสนอง แต่มันคือความรู้สึกดิบและจริงที่เราแบ่งปันกันโดยไม่ต้องเสียเวลาเยิ่นเย้อ ผมกระแทกเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวควยกระทบกับจุดลึกของเธอจนเธอกัดหมอนแทบขาด เสียงเนื้อกระทบกันมันก้องอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ เธอหันมามองผมด้วยตาแดงก่ำ แล้วพูดอะไรบางอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ผมไม่เข้าใจ แต่ผมรู้ว่ามันคือการให้ ผมปล่อยน้ำแตกในตัวเธอในจังหวะที่เราทั้งคู่ถึงจุดพีคพร้อมกัน ร่างกายเธอกระตุกเกร็งแล้วก็ทรุดลงไปนอนแผ่
หลังจากนั้นเราไม่ได้คุยอะไรกันมาก เธอลุกไปอาบน้ำแล้วเดินออกจากห้องไปตอนฟ้ายังไม่สว่าง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นของเราและความทรงจำที่ยังร้อนผ่าวอยู่ในใจ ผมนอนมองเพดานแล้วคิดว่าบางครั้งชีวิตก็มอบสิ่งที่ไม่คาดฝันให้เรา โดยที่เราไม่ต้องไปตั้งคำถามว่ามันจะนำไปสู่อะไรต่อไป มันเกิดขึ้นแล้วก็จากไปเช่นนั้นเอง
และนั่นแหละครับสำหรับทุกคนที่ฟังเรื่องนี้อยู่ สิ่งที่ผมอยากบอกคือ อย่าปิดกั้นตัวเองจากโอกาสที่แปลกใหม่ ในโลกที่เรามักจะใช้ตรรกะและแผนการคุ้มกันตัวเอง บางครั้งความรู้สึกดิบๆ และสัญชาตญาณล้วนๆ ต่างหากที่พาเราไปเจอประสบการณ์ที่เราจะไม่มีวันลืม ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นในร้านขายของชำเล็กๆ ตอนดึกในต่างแดน หรือในเวลาที่เราไม่ทันตั้งตัวเลยก็ตาม
ติดตามอ่านเรื่องเสียวได้ทุกวันได้ที่เรื่องเสียวๆ ยอดฮิตจาก SAWSTORY.COM


Leave a Reply