ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมเดอะแกรนด์รัตติกาลพัดกระทบผิวกายท่อนแขนที่เปลือยเปล่าจนขนอ่อนลุกชัน พิมพ์ชนกยืนตรงหน้ากระจกบานสูง สายตาคมกริบจับจ้องภาพสะท้อนของตัวเองในชุดราตรีสีดำเนื้อผ้าไหมลื่นแนบทรวงอกและสะโพกผาย เนินอกอวบอิ่มภายใต้ผ้าบางเฉียบที่เว้าลึกถึงกลางหลัง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสายคาดไหล่บางเฉียบให้เข้าที่ นิ้วเรียวแตะใบหูเพื่อเช็กต่างหูเพชรเม็ดโตที่มารดาบังคับให้ใส่
“พิม ลูกต้องยิ้มมากกว่านี้” เสียงแหบพร่าของนภาภรณ์ดังมาจากประตูห้องแต่งตัว “คืนนี้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เรา”
พิมพ์ชนกเหลือบมองมารดาผ่านกระจก ริมฝีปากอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงเข้มเม้มแน่น เธอไม่ตอบ แต่ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเนื้อครีมไฮไลต์ตามแนวไหปลาร้าให้ผิวแลดูเปล่งปลั่ง นภาภรณ์เดินเข้ามาใกล้ สวมชุดผ้าไหมสีมุกปักเลื่อมทั้งตัว ใบหน้าแต่งเต็มวัยแต่ยังพอเห็นเค้าโครงความงามในอดีต มือเรียวที่เต็มไปด้วยเพชรพลอยแตะไหล่ลูกสาวเบา ๆ
“แม่อยากให้ลูกรู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การหมั้น” น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงแรงกดดัน “มันคือการกอบกู้ทุกอย่างที่พ่อของลูกทิ้งไว้”
พิมพ์ชนกหันขวับ ดวงตาวาววับด้วยความไม่พอใจ “พ่อไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้ลูกต้องแบกคนเดียว แม่ต่างหากที่…”
“พอ” นภาภรณ์ตบโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดัง “อย่ามาทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสา แม่ตัดสินใจแล้ว และเธอก็ไม่มีทางเลือก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง พิมพ์ชนกเม้มปากแน่น กำมือจนเล็บจิกฝ่ามือ เธอปล่อยสายตาไปที่ข้อมือซึ่งสวมสร้อยข้อมือเส้นบางที่พ่อให้ไว้ก่อนเสียชีวิต มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังรู้สึกถึงตัวตนเก่า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวและหันหลังให้มารดา
“ไปกันเถอะค่ะ งานจะได้เริ่ม”
เมื่อเปิดประตูออกสู่โถงทางเดิน พนักงานหนุ่มในชุดสูทสีดำโค้งคำนับและนำทางทั้งคู่ไปยังห้องจัดเลี้ยงใหญ่ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงเบา ๆ ลอยมาตามทางเดินยาวปูพรมแดงหนานุ่ม พิมพ์ชนกกวาดสายตามองโคมไฟระย้าคริสตัลที่ห้อยระยับเหนือศีรษะ แสงกระทบเลื่อมบนชุดของเธอสะท้อนประกายวิบวับ ทุกย่างก้าวบนส้นสูงห้านิ้วเต็มไปด้วยความสง่างามที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ภายในห้องจัดเลี้ยง แขกเหรื่อระดับสังคมชั้นสูงของเมืองหลวงนั่งรวมกันอยู่ก่อนแล้ว เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันทีเมื่อเธอปรากฏกาย หลายคนจ้องมองด้วยสายตาหลากหลาย ทั้งชื่นชม อิจฉา และสอดรู้สอดเห็น พิมพ์ชนกเงยหน้ามองป้ายไฟตัวอักษรวิจิตรหน้าเวทีที่เขียนว่า “พิธีหมั้นระหว่างพิมพ์ชนกและศรัณย์” ชื่อของอีกฝ่ายเหมือนเหล็กแหลมทิ่มแทงอยู่ในอก
เธอกวาดสายตามองหาตัวเขา แต่ไม่เห็น
“คุณศรัณย์ยังมาไม่ถึงครับ” เสียงกระซิบจากผู้ช่วยส่วนตัวดังขึ้นข้างหู “รถติดครับ”
พิมพ์ชนกแค่นยิ้มมุมปาก รู้ดีว่ามันคือข้ออ้างสำเร็จรูปของทายาทหนุ่มผู้ไม่เคยเต็มใจมาร่วมงานนี้ เธอรับแก้วแชมเปญมาจากพนักงานเสิร์ฟและจิบเล็กน้อย ปล่อยให้แอลกอฮอล์อุ่นซ่าไหลลงคอ ระหว่างนั้นสายตาก็ปะทะกับใครบางคนที่ยืนอยู่มุมห้อง — กันต์ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้ม ผมรองทรงเรียบ ใบหน้าคมคายยังคงยืนมองเธอด้วยแววตาห่วงใยอย่างที่เขาเป็นเสมอ
เธอส่งยิ้มบาง ๆ กลับไป กันต์ยกแก้วไวน์แดงขึ้นคล้ายเป็นการให้กำลังใจ ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันในงานเปิด แต่เพียงสบตาก็เหมือนส่งถ้อยคำที่ไม่เคยพูดออกมาได้ถึงกัน
เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบนาที เสียงโทรศัพท์ของผู้ช่วยส่วนตัวดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะวิ่งไปรอรับที่ประตูใหญ่ ไม่นานนัก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเข้ามาท่ามกลางเสียงซุบซิบที่ดังขึ้นรอบทิศ
ศรัณย์ปรากฏตัวในชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บเข้ารูปจากช่างตัดเสื้อระดับโลก กระดุมเชิ้ตสีขาวปลดไว้สองเม็ดจนเห็นนัยน์ตาคมเข้มและกรามสัน เขาสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และมีรูปหน้าราวกับเทพเจ้าที่ถูกสาปให้เย็นชา เดินนำหน้าบอดี้การ์ดสองคนตรงไปที่เวทีโดยแทบไม่มองใคร ท่าทางทุกอย่างประกาศชัดว่าเขาไม่เต็มใจอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว
“มาสายไปหน่อย” เขาเอ่ยเรียบ ๆ กับพิมเมื่อหยุดยืนข้างกัน
“หน่อย?” พิมพ์ชนกหันไปถามเสียงเย็น “ครึ่งชั่วโมงได้”
“รถติด” เขาตอบสั้น
“รถติดหรือคนขับไม่กล้าพาเจ้านายออกจากบ้าน”
ศรัณย์ไม่ตอบ แต่หันมาสบตาเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุจกาแฟดำ ค่อย ๆ กวาดมองใบหน้า ลำคอ ลงไปถึงเนินอกอวบที่พองขึ้นตามจังหวะหายใจอย่างไม่รีบร้อน ไม่มีความรู้สึกใดฉายชัดในแววตานั้นนอกจากความเย้ยหยันอย่างเงียบ ๆ
พิธีกรประกาศให้แขกเข้านั่งประจำที่ จากนั้นลำดับขั้นตอนบนเวทีดำเนินไปตามรูปแบบ พิมพ์ชนกและศรัณย์ยืนเคียงกันภายใต้แสงไฟสปอตไลต์ร้อนแรง เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากแขนของเขาที่แตะไหล่เปลือยของเธอเป็นครั้งคราวขณะแลกแหวน มือหนาของชายหนุ่มแตะปลายนิ้วเธออย่างไม่รีบร้อน ก่อนสอดแหวนเพชรน้ำงามเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย
“ยินดีด้วยครับ” เสียงพึมพำของเขาแทบไม่ได้ยิน
พิมพ์ชนกรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพราะความโกรธและความเจ็บช้ำที่ไม่เคยเลือนหาย เธอเงยหน้ามองเขาและฝืนยิ้ม ปล่อยให้ช่างภาพบันทึกภาพหมื่นล้านของคู่หมั้นที่แท้จริงแล้วต่างคนต่างไม่ปรารถนากัน
หลังจบพิธี แขกส่วนหนึ่งเดินเข้ามาร่วมแสดงความยินดี นภาภรณ์ยิ้มแย้มอย่างเปิดเผย ทักทายทุกคนอย่างผู้ชนะ ขณะเดียวกันก็จับตาดูพิมไม่ให้ทำอะไรเสื่อมเสีย ส่วนศรัณย์ปลีกตัวไปคุยโทรศัพท์มุมห้องเงียบ ๆ หลังจบบทสนทนาสั้น ๆ เขาก็หายออกไปจากงานโดยที่พิมแทบไม่ทันสังเกต
“ขอตัวนะคะ” เธอกล่าวกับกลุ่มแขกผู้หลักผู้ใหญ่ก่อนเดินไปหามุมเงียบ รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจกับสังคมจอมปลอม และต้องการสูดอากาศให้เต็มปอด เธอเปิดประตูไม้แกะสลักไปยังระเบียงด้านข้างซึ่งทอดยาวเลียบแนวสวนลอยฟ้า แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนผิวน้ำในสระว่ายน้ำชั้นล่างกระทบเป็นประกายริบหรี่
“ใคร” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืด
พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเห็นเงาร่างสูงของศรัณย์ยืนพิงราวระเบียงอยู่ก่อนแล้ว เขายังคงอยู่ในชุดสูทแต่ปลดเนกไทออกจนเห็นหลอดอาหารและกล้ามเนื้ออกบางส่วน เขาหันมามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนหันกลับไปสูบบุหรี่ต่อ
“งานของตัวเองแท้ ๆ หนีออกมานอกห้องแบบนี้ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง” เธอเอ่ย
“แล้วคุณล่ะ หนีออกมาเหมือนกัน”
“ฉันมาเพราะอยากหายใจ”
ศรัณย์เป่าควันบุหรี่ออกไปสู่ท้องฟ้าเงียบ ๆ ก่อนทิ้งก้นบุหรี่ลงกระถางทราย เขาเดินตรงมาหยุดใกล้เธอจนเธอได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของยาสูบผสมน้ำหอมกลิ่นไม้หอม
“คุณก็รู้ว่าเราแต่งงานกันด้วยเหตุผลอะไร” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังอะไรจากผม”
“ฉันไม่เคยคาดหวังอะไรจากคุณเลยแม้แต่นิดเดียว” เธอเชิดหน้า ตาคมจ้องตอบไม่ถอย “แต่สิ่งที่ฉันคาดหวังคือการให้เกียรติกันต่อหน้าคนอื่น”
ศรัณย์หัวเราะสั้น ๆ ในลำคอ มือหนาเอื้อมมาหยิบแก้วแชมเปญที่วางอยู่ใกล้ ๆ แล้วจิบเสียงเย็น “ได้ครับ ต่อหน้าคนอื่น… แต่ลับหลัง ผมไม่สัญญา”
พิมพ์ชนกกำมือแน่นจนเล็บจิกอุ้งมืออีกครั้ง เธอหมุนตัวเพื่อจะเดินกลับเข้าไป แต่กลับถูกมือใหญ่ของเขารั้งข้อมือไว้
“เดี๋ยวก่อน” น้ำเสียงเขาห้วนขึ้น “มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องเตือนคุณ”
“อะไร”
เขาก้มหน้าลงมาใกล้ ใบหน้าหล่อคมอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่น ๆ ปะทะริมฝีปาก “คุณอาจจะคิดว่าคุณฉลาดและควบคุมทุกอย่างได้ แต่ในเกมนี้… ผมเป็นคนถือไพ่เหนือกว่าเสมอ”
“ปล่อย” เธอแหวใส่
ศรัณย์ค่อย ๆ คลายมือช้า ๆ แต่นิ้วหัวแม่มือไล้ผ่านแนวสันมือเธออย่างตั้งใจราวกับเยาะเย้ย พิมพ์ชนกชักมือกลับทันทีและรีบสาวเท้ากลับเข้าไปในงานโดยไม่หันหลังกลับ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดังเป็นจังหวะ หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยิน
ภายในห้องจัดเลี้ยง เธอสังเกตเห็นกันต์ยืนอยู่ไม่ไกลประตู เขาสบตาเธอและเดินตามออกไปยังอีกฟากของโถงซึ่งเงียบกว่า
“เกิดอะไรขึ้น” เขาถามเสียงห่วง
“ไม่มีอะไร” เธอตอบ แต่กันต์สังเกตเห็นรอยแดงจาง ๆ บริเวณข้อมือ
“เขาทำอะไรเธอหรือเปล่า”
พิมก้มมองข้อมือตัวเองก่อนส่ายหน้า “แค่คุยกัน”
“พิม…” กันต์ขยับเข้าใกล้ เอื้อมมือจะแตะไหล่เธอ แต่ชะงักไปเอง “ถ้าเธอไม่ไหว บอกฉันได้เสมอ”
“ฉันไหว” เธอตอบหนักแน่น “และฉันจะจัดการทุกอย่างเอง”
“เธอไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว”
พิมพ์ชนกเงยหน้ามองหน้าเขา แววตาอดีตคนรักมีความจริงใจที่ทำให้ใจเธอสั่นน้อย ๆ หลายปีที่ทั้งคู่เลิกรากันเพราะหน้าที่และสถานะต่างกัน แต่เขาก็ยังคงเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจได้มากที่สุด
เสียงฝีเท้าดังมาจากปลายโถง ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน พบศรัณย์เดินกลับเข้ามาในงานพอดี เขาชะงักเมื่อเห็นพวกเขายืนใกล้กัน แววตาเย็นชาคมวาว ก่อนเดินตรงเข้าไปหาพิมพ์ชนกและหยุดยืนระหว่างเธอกับกันต์
“กลับเข้าไปข้างในได้แล้ว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “แขกยังอยู่ครบ”
“เธอยังคุยกับ…” กันต์แย้งขึ้น แต่ถูกศรัณย์ขัด
“คุณไม่จำเป็นต้องยุ่งเรื่องภายในของคู่หมั้นผม”
ความเงียบกดดันแผ่ทั่วบริเวณ ทั้งสามยืนนิ่งท่ามกลางแสงไฟนวลจากโคมระย้าที่อยู่ไกลออกไป พิมพ์ชนกรู้สึกถึงมือของศรัณย์ที่แตะเอวเธออย่างเป็นเจ้าของ เธออยากผลักเขาออก แต่ก็ไม่ต้องการสร้างเรื่องต่อหน้ากันต์
“พรุ่งนี้เจอกันนะ” เธอหันไปกล่าวกับกันต์ แล้วจึงยอมเดินกลับเข้าไปในงานพร้อมกับผู้ชายที่เธอพึ่งหมั้นหมายเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
งานเลี้ยงจบลงในเวลาราวสี่ทุ่มกว่า ๆ แขกค่อย ๆ แยกย้ายกลับจนเหลือเพียงพนักงานโรงแรมเก็บกวาด นภาภรณ์กลับขึ้นรถไปก่อนพร้อมทีมเลขา พิมพ์ชนกยืนที่ประตูทางออกกับรองเท้าส้นสูงในมือเพราะปวดเท้า เธอปล่อยผมยาวสยายไหล่ ใบหน้าเริ่มอ่อนล้าจากเกมสังคมทั้งวัน
“ให้ผมไปส่ง” เสียงของศรัณย์ดังมาจากด้านหลัง
“ไม่ต้อง”
“มันไม่ใช่คำถาม”
เขาคว้าแขนเธอเบา ๆ แล้วพาเดินไปที่รถสปอร์ตสีดำจอดรออยู่หน้าทางเข้าโรงแรม พนักงานเปิดประตูให้ เขาไม่พูดอะไรต่อจนทั้งคู่นั่งข้างกันภายในห้องโดยสารหุ้มหนังสีครีมซึ่งเงียบสนิท
“คุณจะพาฉันไปไหน”
“คอนโดผม” เขาตอบสั้น “มีเรื่องต้องคุยกันให้จบ”
“ไม่มีอะไรต้องคุย”
ศรัณย์หันมามองเธอ นัยน์ตาในที่มืดมีประกายบางอย่างที่อ่านยาก “แล้วเมื่อคืนคุณทำอะไรที่เพนท์เฮาส์ของกันต์”
พิมพ์ชนกชะงัก มือเย็นเฉียบจับที่หน้าท้อง “คุณ… ตามฉัน”
“ผมถาม”
“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ”
เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนบ่าหนาเบียดไหล่เธอ มือหนาวางลงบนขาอ่อนเหนือตักของเธอผ่านชายกระโปรงผ้าไหมที่เลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อนั่ง เขาไม่บีบไม่เค้น เพียงแค่วางไว้อย่างหนัก ๆ
“จำไว้ว่าตอนนี้คุณคือคู่หมั้นผม” น้ำเสียงทุ้มพร่า “และผมไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของผม”
“ฉันไม่ใช่ของใคร”
“คุณเป็นของผม” เขากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อน ๆ พ่นผ่านไรผมจนพิมขนลุก “อย่างน้อยก็ตามสัญญา”
รถสปอร์ตแล่นเข้าสู่ลานจอดใต้ดินของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ พิมพ์ชนกไม่พูดอะไรอีก เธอพยายามควบคุมสติและหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ทว่าร่างกายของเธอกลับทรยศ เมื่อความอุ่นร้อนจากฝ่ามือใหญ่บนต้นขาทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องหดเกร็งและลมหายใจถี่ขึ้นอย่างไม่อาจซ่อนได้
ลิฟต์ส่วนตัวพาทั้งคู่ขึ้นสู่ชั้นบนสุดเงียบ ๆ ภายในคอนโดกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและไม้สีโอ๊ก ผนังกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานมองเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองหลวงเป็นแนวยาวสุดลูกหูลูกตา พิมพ์ชนกกวาดตามองอย่างอดประทับใจไม่ได้ แต่ไม่ยอมปริปากชม
ศรัณย์ถอดสูทนอกวางพาดบนพนักโซฟา แล้วเดินหายเข้าไปในครัว ก่อนกลับออกมาพร้อมแก้วไวน์แดงสองแก้ว เขายื่นให้เธอแก้วหนึ่ง
“นั่ง”
“ฉันจะกลับ”
“นั่งก่อน”
เธอจำต้องรับแก้วไวน์และทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างระวังตัว ศรัณย์นั่งลงตรงข้าม วางข้อศอกลงบนเข่า ประสานนิ้วทั้งสองเข้าด้วยกัน ปล่อยสายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“คุณอยากให้ผมพูดตรง ๆ ไหม”
“พูดมา”
“ผมไม่เคยอยากได้คุณ” เขาเอ่ยช้า ๆ “แต่ในเมื่อเกมนี้บีบให้ผมต้องเอาคุณเข้ามาอยู่ในชีวิต ผมก็จะเล่นตามกติกาของผม”
“คุณหมายถึงอะไร”
“หมายความว่า…” เขาโน้มตัวมาข้างหน้า แววตาเย็นชาแต่แฝงเสน่ห์อันตราย “ต่อจากนี้ คุณจะต้องอยู่กับผม และคุณจะต้องทำตามที่ผมบอก”
พิมแค่นหัวเราะ “คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงประเภทไหน”
“ผู้หญิงที่พยายามปกป้องซากโรงแรมที่กำลังจะล้มละลาย” เขายิงตรง “และพร้อมจะยอมรับข้อเสนอจากใครก็ได้ที่ช่วยเธอได้… รวมถึงกันต์”
“หยุดพูดถึงเขา”
น้ำเสียงเธอสั่นระคนโกรธ จนศรัณย์ต้องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนวางแก้วไวน์ลงและเลื่อนตัวมานั่งข้างเธออย่างรวดเร็วจนเธอไม่มีเวลาตั้งตัว มือหนาคว้าแก้วไวน์ออกจากมือเธอวางไว้บนโต๊ะ แล้วรั้งข้อมือทั้งสองขึ้นไว้เหนือศีรษะด้วยแรงที่มากพอจะต้านเธอไว้
“อย่าท้าผมอีก” เขากระซิบ กลิ่นลมหายใจปนไวน์และบุหรี่ทำให้หัวเธอมึนงง “ไม่งั้นคุณอาจจะค้นพบว่าผมไม่ได้สุภาพอย่างที่คิด”
พิมพ์ชนกจ้องตาเขาแน่น แม้หัวใจจะเต้นระส่ำ แต่แววตาไม่ยอมอ่อนข้อ หน้าอกอวบอิ่มขยับขึ้นลงแนบกับอกกว้างของเขาเพียงผืนผ้าบาง ๆ กั้นไว้ ร่างกายทั้งคู่ใกล้ชิดกันจนรับรู้ถึงความร้อนจากผิวหนังกันและกัน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” เธอเปล่งเสียงผ่านไรฟัน
ศรัณย์ไม่ขยับ เขาก้มหน้าลงช้า ๆ จนริมฝีปากเกือบแตะมุมปากของเธอ แต่ความตั้งใจกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ดังมาจากกระเป๋าสูทบนโซฟา
เขาชะงักและถอยออกเล็กน้อย ปล่อยมือทั้งสองของเธอ พิมพ์ชนกผลักอกเขาออกทันทีและลุกขึ้นยืน เก็บกระเป๋าถือแล้วสาวเท้าตรงไปที่ประตู
“พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณที่โรงแรมตอนบ่ายโมง” เขาเอ่ยขึ้นระหว่างหยิบโทรศัพท์
“ไม่มีพรุ่งนี้ระหว่างเรามากกว่านี้”
ศรัณย์หัวเราะสั้น ๆ รับสายเสียงเย็นชา “ว่ายังไงครับแม่”
พิมได้ยินเพียงเท่านั้นก่อนประตูหนาหนักปิดลงตามหลัง เธอยืนนิ่งในโถงลิฟต์ซึ่งกระจกสะท้อนภาพตัวเอง ริมฝีปากแดงระเรื่อ ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาคู่นั้นมีน้ำขังแต่ไม่ยอมให้หยดสุดท้ายไหลริน
ระหว่างลิฟต์เคลื่อนลงสู่ชั้นล่าง โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้น เป็นข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย เปิดดูเห็นข้อความสั้น ๆ เขียนไว้ว่า:
“ถ้าคุณฉลาดพอ จงค้นว่าคุณพ่อของคุณทำอะไรไว้กับครอบครัวเรา ก่อนที่จะสวมแหวนวงนั้น”
พิมพ์ชนกจ้องหน้าจอ หัวใจกระตุกวูบ เธอพิมพ์ตอบกลับไปทันที แต่หมายเลขนั้นกลับปิดใช้งานแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อประตูลิฟต์เปิดถึงชั้นล่าง ท้องฟ้ากรุงเทพฯ ค่ำคืนนี้มืดครึ้มผิดปกติ ฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ไกล ๆ คล้ายประกาศถึงพายุร้ายที่กำลังจะพัดผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ และในเกมมหาอำนาจนี้ — ไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบจริง ๆ สักคนเดียว
⏰ ตอนต่อไป: 02/09 08:18 น.
ฉันปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงได้สำเร็จหลังผู้หลักผู้ใหญ่ทยอยแยกย้าย ดวงหน้ากรีดยิ้มทางการจนเมื่อยล้า ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังกึกก้องไปตามโถงทางเดินชั้นจัดเลี้ยงของโรงแรม กลิ่นดอกไม้สดผสมแชมเปญคละคลุ้ง ภาพของแหวนหมั้นเพชรเม็ดโตบนนิ้วนางข้างซ้ายยังคงทำให้หัวใจวูบไหวอย่างบอกไม่ถูก
“พิม เดี๋ยวก่อน”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง ฉันหยุดฝีเท้าแต่ไม่หันกลับไปทันที ลมหายใจลึกยาวถูกสูดเข้าปอด ก่อนจะหมุนตัวช้า ๆ ใบหน้าคมคายของกันต์เต็มไปด้วยความกังวล เขาเดินเร็ว ๆ เข้ามาใกล้จนเห็นลูกกระเดือกเคลื่อนไหวใต้ปกเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม
“เป็นยังไงบ้าง” เขาถามเสียงเบา ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าฉันราวกับจะค้นหาคำตอบ
“ก็อย่างที่เห็น” ฉันยักไหล่พลางยกมือข้างที่สวมแหวนขึ้น “รอดมาได้อีกหนึ่งวัน”
กันต์หรี่ตามองแหวนเพชรเม็ดงามก่อนจะถอนสายตากลับมามองหน้าฉัน “เขาทำตัวยังไงตอนงานเลิก”
“หายไปตั้งแต่ไฮโซกลุ่มสุดท้ายกลับ” ฉันตอบเสียงเรียบ “คงรีบไปมาก”
เขาเงียบไปอึดใจ มือหนายกขึ้นจับต้นแขนฉันไว้เบา ๆ “พิม ผมรู้นายศรัณย์มีอะไรบางอย่างกับครอบครัวคุณ ระวังตัวด้วย”
สัมผัสจากมือเขาอุ่นและหนักแน่นจนใจสั่น แต่ฉันค่อย ๆ แกะมือเขาออกอย่างระมัดระวัง “กันต์ ฉันจัดการเรื่องของตัวเองได้ ถึงตอนนี้ก็ถอยไม่ได้แล้ว”
“ผมไม่เคยบอกให้คุณถอย” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น “ผมแค่จะบอกว่าผมอยู่ตรงนี้เสมอ”
ช่วงเวลานั้นยาวนานอย่างประหลาด แววตาของกันต์เต็มไปด้วยสิ่งที่ฉันไม่กล้าเอ่ยถึง เราเคยรักกัน เคยใกล้ชิดกันในหลายค่ำคืนที่โลกทั้งใบเหมือนมีเพียงเราสอง ก่อนทุกอย่างจะพังเพราะภาระที่ถาโถมเข้ามา ฉันเป็นฝ่ายเดินจากเขาไป แต่สายตาที่เขามองฉันตอนนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“กลับก่อนเถอะกันต์ พรู่งนี้ฉันมีนัดประชุมกับบอร์ดบริหาร” ฉันเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงอ่อนโยนกว่าที่ตั้งใจ
เขาพยักหน้า จับมือฉันมากดไว้แน่น ๆ หนึ่งครั้งก่อนปล่อย “โทรหาผมถ้าต้องการอะไร”
ฉันยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขาเดินลงบันไดไป ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่ขึ้นตรงไปยังห้องชุดบนชั้นสูงสุดของโรงแรม
ในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ฉันปลดชุดราตรีสีครีมยาวคลุมเท้าออกทีละขั้นตอน จ้องมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ รูปร่างอวบอิ่มในชุดชั้นในลูกไม้สีดำยิ่งเด่นชัด ทรวงอกอวบอัดแน่นเบียดกับขอบเสื้อชั้นในจนเกิดร่องลึก สะโพกผายโค้งรับกับเอวเล็กอย่างได้สัดส่วน แผ่นหลังขาวเนียนเงารับแสงไฟอ่อน ๆ ใบหน้าใสรูปไข่ ดวงตากลมโต ตาคมกริบ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มเป็นกระจับธรรมชาติ คิ้วสวยรับโครงหน้า ฉันเลื่อนปลายนิ้วแตะคลอเคลียแผ่นอกตัวเองเบา ๆ หัวใจเต้นแรงเมื่อนึกถึงหน้าคมเข้มของศรีภรรดิ์… ไม่ใช่… ศรัณย์
เขาเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพปกรณัมกรีก ใบหน้าเรียวยาว คิ้วหนาเข้ม ดวงตาสีนิลลึกล้ำ ริมฝีปากบางเฉียบที่มักเม้มแน่น จมูกโด่งเป็นสันตรง กรามคมกริบรับกับผิวสีน้ำผึ้ง และรูปร่างสูงโปร่งภายใต้สูทสั่งตัดเนื้อผ้าชั้นดี ไหล่กว้าง เอวสอบ ขายาว ข้อมือใหญ่ที่ดูน่าค้นหา ฉันเคยเห็นเขาถอดเสื้อนอกครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนตอนพบกันในงานสัมมนา กล้ามเนื้อหน้าอกแน่น ลำตัวเพรียวแต่แข็งแรง แผ่นหลังกว้างงดงามเกินชายทั่วไป
ฉันหลับตาลง ภาพของเขาตอนยืนประกบใกล้ระหว่างถ่ายภาพคู่เมื่อช่วงเย็นผุดขึ้น กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมหรูกลิ่นไม้หอมปนหนังฟอกบาง ๆ ลอยมาแตะจมูก แผ่นอกกว้างอกแน่นเกือบชนไหล่ฉัน ความร้อนจากร่างสูงแผ่ซ่านจนรู้สึกร้อนวูบวาบลามลงท้องน้อยทั้งที่ใจยังโกรธเขา
นิ้วมือฉันลากไล้ลงไปตามแผ่นท้องแบนราบของตัวเองช้า ๆ หยุดที่ขอบกางเกงชั้นในลูกไม้ ปลดตะขอเสื้อชั้นในออกแล้วเลื่อนสายลงจากไหล่ลู่ ปล่อยให้ทรวงอกอวบอูมเป็นอิสระ หัวนมสีชมพูเข้มแข็งชันเมื่อปลายนิ้วหมุนคลึงแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มติดขัด ริมหีบวมนูนเป่งกับผ้าลูกไม้ที่เริ่มชื้นแฉะ ฉันฉับ… ฉับ… ใจคิดถึงก้านครูดแข็งของเขาผ่านกางเกงสแล็คที่แลเห็นลาง ๆ ตอนก้มเก็บโทรศัพท์ใกล้ ๆ เขาเมื่อวานก่อนพิธี ดูใหญ่ ยาว และแข็งแรง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกะทันหัน ฉันสะดุ้งเฮือก รีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำก่อนหยิบขึ้นดู หน้าจอขึ้นเบอร์ไม่คุ้นตา แต่พอกดรับ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังผ่านสาย
“คุณผู้หญิง… พิมพ์ชนก” ศรัณย์เรียกชื่อฉันอย่างล้อเลียนเล็กน้อย น้ำเสียงเหมือนดื่มมานิด ๆ
“มีอะไร” ฉันตอบกลับ กดน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“ลงมาที่รถผม ตอนนี้” เขาพูดสั้น ปลายสายมีเสียงฝนซ่าอยู่ไกล ๆ
“คุณบ้าเหรอศรัณย์ นี่มันเกือบเที่ยงคืน” ฉันเริ่มหงุดหงิด
“ก็เพราะมันเกือบเที่ยงคืนไง แต่งงานกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เหรอครับ เมีย” คำสุดท้ายเขาเน้นเสียงจนฉันใจหายวาบ
“ฉันไม่ใช่เมียคุณ ยังไม่ทันจดทะเบียนด้วยซ้ำ” ฉันเสียงแข็ง
“งั้นก็มาเซ็นสัญญาอะไรบางอย่างให้มันเสร็จ ๆ ไม่อยากให้มีปัญหาต่อหน้าบอร์ดบริหารพรุ่งนี้” แล้วเขาก็ตัดสายทิ้ง
ฉันยืนนิ่งอยู่นาน สมองครุ่นคิดอย่างหนัก สุดท้ายตัดสินใจสวมชุดเรียบ ๆ สีดำ รวบผมสูง ฉีดน้ำหอมกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ แล้วเดินลงไปยังลานจอดรถใต้ดิน ที่นั่นมีรถซีดานสีดำสนิทจอดรออยู่ พร้อมผู้ชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าผูกไทด์คลายปม ถอดเสื้อนอกพาดบนเบาะหลัง เขาเอนกายพิงประตูรถ มือถือโทรศัพท์เปิดไฟหน้าจอสว่างเรียวหน้าหล่อเหลา
“ขึ้นมาสิครับ เดี๋ยวหน้าผมเปียกหมด” เขาเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากจอ
ฉันเปิดประตูฝั่งคนนั่งเข้าไป ภายในรถเย็นฉ่ำอบอวลด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายค่อนรถ ภาพแผงหน้ากว้างใต้เสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนแลเห็นร่องอกแน่นกับเส้นเอ็นคอชัดเจน ทำให้ฉันต้องเบี่ยงสายตามองออกนอกรถ
“จะพูดอะไรก็รีบพูด” ฉันเอ่ยเสียงห้วน
เขาปลดล็อกประตูรถทั้งหมด โยนโทรศัพท์ลงเบาะข้าง ๆ ก่อนหันมามองฉันเต็มตา ฉันรู้สึกร้อนผ่าววาบเมื่อพบว่าเขากำลังจ้องมองตั้งแต่ใบหน้า ลงไปถึงทรวงอกใต้เสื้อยืดรัดรูป ก่อนจะหยุดที่เรียวขาใต้กระโปรงยาวคลุมเข่า
“วันนี้คุณมีแววลับ ๆ ล่อ ๆ กับไอ้ทนายคนนั้น” เขาเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงขุ่นต่ำ
“เรื่องของฉัน” ฉันตอบกลับ ท้าทายสายตาเขา
“ไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียวอีกแล้ว” เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นวิสกี้จาง ๆ ปนลมหายใจร้อน “ถ้าสังคมรู้ว่าคู่หมั้นผมไปแอบมีไรกับเพื่อนสนิท ราคาหุ้นจะร่วงแค่ไหนคิดดูเอง”
ฉันหัวเราะเยาะ “คุณไม่เคยแคร์ฉันสักนิด มาทำเป็นหวงห่วงอะไรตอนนี้”
“ผมไม่หวง แต่ผมไม่มีวันยอมให้ใครมาทำให้แผนผมพัง” เขากระซิบใกล้ใบหู จนขนอ่อนที่ท้ายทอยลุกชัน
หัวใจฉันเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ กล้ามเนื้อท้องเกร็งแน่นเมื่อเขายกมือขึ้นมาเชยคางฉันเบา ๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะริมฝีปากล่างที่เม้มแน่น ฉันเบือนหน้าหนี แต่เขากลับโน้มตัวลงมากขึ้น ไออุ่นจากร่างของเขารุมเร้า บดบังความตั้งใจจะเดินหนีจนกระเจิดกระเจิง
“หยุดนะศรัณย์” ฉันดันอกเขาแรงหนึ่งที แต่กลับกลายเป็นการสัมผัสกล้ามอกแน่นเปรี๊ยะที่ร้อนรุ่มภายใต้เนื้อผ้าเรียบลื่น มันยิ่งทำให้ส่วนลึกของฉันฉ่ำขึ้นอย่างน่าอาย
“หยุดอะไร” เขาเลิกคิ้ว ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากฉัน ปลายนิ้วเกี่ยวปลายคางงับเบา ๆ ให้หน้าฉันเงยรับ “ไหนว่าคืนนี้ไม่อยากนอนคนเดียว”
“ฉันไม่เคยพูด” น้ำเสียงฉันเริ่มสั่นพร่า เปลือกตาหนาเริ่มปิดลงเมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนแก้มฉัน
“แต่ตาคุณบอก” เขาพูดเบา ๆ ก่อนกดริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนซอกคอฉันช้า ๆ ดูดเม้มเบา ๆ จนฉันเผลอครางออกมาน้อย ๆ “อืม…”
มือใหญ่อีกข้างเลื่อนลงมาบีบเคล้นทรวงอกผ่านผ้าเชิ้ตยืด ปลายนิ้วพบหัวนมที่แข็งชันจึงขยี้คลึงเป็นจังหวะ ความเสียวซ่านแล่นจากยอดอกลงสู่กึ่งกลางกาย ริมหีบวมนูนยิ่งขึ้น ฉันเม้มริมฝีปากแน่น สะโพกบิดหนีอย่างไม่จริงจัง มีเพียงแรงขับทางเนื้อหนังที่ดึงรั้งฉันไว้
เขาตวัดปลายลิ้นขึ้นตามลำคอหอมกรุ่น พร้อมกระซิบข้างหู “คืนนี้ยังไม่มีใครเห็นว่าคุณเป็นของผม… อยากให้รู้ไว้ว่าแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่กระดาษ”
มือหนาเลื่อนลงลูบเรียวขาฉันอย่างใจเย็นผ่านผ้าไหมพลิ้วก่อนจะเกี่ยวกระโปรงขึ้นทีละน้อยจนเห็นขอบกางเกงชั้นในลูกไม้สีดำ เขาใช้นิ้วกดย้ำตรงกลางผืนผ้าที่เปียกชื้นแล้วหมุนคลึงเป็นวงกลมช้า ๆ จนฉันเกร็งตัว มือจับข้อมือเขาแน่น พยายามห้าม แต่เสียงครางในลำคอฟ้องความต้องการของร่างส่ายอย่างชัดเจน
“เปียกขนาดนี้แล้วจะให้ผมหยุดได้ยังไง” เขาสบตาฉัน ดวงตาดำวาววับอย่างผู้ชนะ
ฉันไม่ตอบ แต่จ้องเขม็งเหมือนท้าทาย ความเงี่ยนและความโกรธถาโถมจนแปรเป็นแรงแผดเผาอยู่ตรงกึ่งกลางลำตัว ปลายนิ้วฉันเลื่อนขึ้นจับแผงอกเขาแน่นขึ้น กล้ามเนื้อหน้าอกหนาเต่งสงแดดนั้นร้อนระอุจนรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรง ลมหายใจของเราทั้งคู่สอดประสานกันในพื้นที่แคบ ๆ
เขากดใบหน้าลงกับทรวงอกฉันผ่านเนื้อผ้า ปลายจมูกดันลงที่ร่องลึกก่อนจะขบเม้มหัวนมอย่างนุ่มนวลสลับแรง ฉันแอ่นอกเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว มือเลื่อนขึ้นกอบกุมศีรษะของเขาไว้ อกสะท้านเมื่อฟันลากผ่านผืดบางจนเสียวลึกเข้าไปในท้อง
“ศรัณย์…” ฉันครางชื่อเขาแผ่วเบาเหมือนเรียกสติตัวเอง
“เรียกผมว่ารัน” เขาสั่งเสียงต่ำ มือหนึ่งเลื่อนเข้าไปในกางเกงชั้นในของฉัน ลากนิ้วแหวกกลีบเนียนที่บวมฉ่ำ ปลายนิ้วกดคลึงปมเสียวด้านบนจนเข่าฉันอ่อนแรงแทบลั่นสะเอว
“รัน… พอเถอะ” ปากบอกให้พอ แต่สะโพกกลับเบียดลงกับมือเขามากขึ้น ความฉ่ำเยิ้มแฉะซึมนิ้วจนได้ยินเสียงยั่วเย็นในรถ
“แค่สองนิ้วก็จนได้แล้ว แสดงว่าคิดถึงผมขนาดไหน” เขาพูดพร้อมสอดนิ้วเรียวเข้าไปในร่องลึก กดมนเพดานด้านในจนฉันเผลอเกร็งหนีบแน่นกับนิ้วเขา
ฉันเงยหน้ามองเขา ตาคู่เข้มจดจ้องฉันไม่วางตา มือหนาขยับเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอเร็วขึ้น ๆ เสียงน้ำเลี้ยงดังกึกก้องในรถอันเงียบงัน เขาโน้มลงมาจูบปากฉัน กดริมฝีปากร้อนลงอย่างหิวกระหาย ลิ้นสอดพบกันในจังหวะเร่าร้อนดุดัน ฉันตอบสนองเขาอย่างที่ไม่เคยตั้งใจ ดูดเม้มกลีบปากเขากลับอย่างดุดันไม่แพ้กัน
เขาปลดกระดุมเชิ้ตฉันออกจนเห็นทรวงอกอวบขาวเต็มอกผ่ามัดแน่นกับบราเวียร์บาง เขาดันขอบเสื้อชั้นในลง แล้วโน้มลงดูดหัวนมด้านหนึ่งเต็มปากดูดดึงแรง ๆ มืออีกข้างบีบเคล้นทรวงอกจนเนื้อนูนลอดซอกนิ้ว ฉันครางเสียงสูงขึ้น ร่างส่ายไปตามจังหวะนิ้วเขาในร่องสวาท
“ถอดให้ดูทั้งตัว” เขาสั่งเสียงพร่า
ฉันเม้มปากสลัดทิ้งเสื้อผ้ากลางครามอย่างเร่งรีบ ปลดบราทิ้งข้างเบาะ ก่อนนอนเอนบนเบาะหลังแล้วค่อย ๆ ปลดกระโปรงลง สองมือยกขึ้นคลึงทรวงอกตัวเองอย่างเสียวซ่านให้เขาดู สายตาเข็มของเขาเหมือนจะเผาร่างฉันให้ละลาย เป้ากางเกงเขานูนตึงเห็นลอนใหญ่ยาวภายใต้เนื้อผ้า ฉันเอื้อมมือไปลูบเบา ๆ จากนั้นค่อย ๆ ปลดเป้ากางเกง ก่อนรูดซิปลงช้า ๆ นิ้วยาวยาวคลำแนวก้านแข็งที่ร้อนระอุผ่านกางเกงในผ้าสีเข้มจนเขาสูดปากค้าง
“คุณมันร้อนแรงกว่าที่คิด” เขาจับมือฉันดันให้กำแน่นขึ้นกับความยาวของท่อนเอ็น ฉันรับรู้ได้ว่ามันใหญ่เกินหน้าตาดีของเขาจริง ๆ ลำยาวหนา กลางลำโป่งนูนเป็นสัน ดามแน่นด้วยเส้นเลือดเต้นตุบ ๆ
ฉันชักรูดขึ้นลงช้า ๆ บดปลายนิ้วที่หัวควยจนมันไหลเยิ้มใส ๆ ซึมผูกกางเกงใน เขาครางในลำคอทุ้มต่ำแล้วรีบดึงกางเกงในออกปลดปล่อยลำควยยาวสู้หน้า ฉันแทบหยุดหายใจ มันผงาดใหญ่แข็ง ปลายหัวสีแดงกำลังวาววับชี้มาที่ฉันอย่างหยิ่งยโส ยาวราวหนึ่งคืบ ลำโตพอดีกำมือ ก่อนเขาจับข้อสะโพกฉันให้พลิกขึ้นคร่อมเขาบนเบาะหลังระยะแคบ ๆ ฉันยกตัวขึ้นก่อนจับหัวควยจ่อร่องอวบอูม กดหัวกลมใหญ่ให้แหวกกลีบฉ่ำจนรู้สึกเสียวซ่านที่ปลายหัว
“ลงมาเอง” เขาสั่งเสียงเข้ม ตาจ้องร่องสวาทของฉันไม่กะพริบ
ฉันค่อย ๆ หย่อนสะโพกลงทีละนิด ร่องอวลถูกแทรกเบียดจนเนื้อในรัดรีบขยายตามหัวควยโต ความตึงแน่นวาบขึ้นจากปากหีถึงท้องน้อย มันอ้าแยกออกรับลำยาวร้อนจนฉันเผลอแอ่นหน้าเข้าใส่เขา พอสุดลำ หัวควยกระแทกมดลูกตุบ ๆ ฉันครางลึกพร่า ดวงตาเหลือบลงเห็นลำควยโผล่หายในอกสาวเนื้อขาวของตัวเอง
รันกระชากสะโพกฉันกดลงสุดแรงแล้วกระดกสวนขึ้นเร็ว ๆ เป็นจังหวะ อึดใจรถทั้งคันเหมือนจะขยับตามแรงกระแทก เสียงเนื้อกระทบกันดังผัวะ ๆ ฉันยึดหัวไหล่หนา หัวใจเต้นแรงจนแน่นอก หน้าอกใหญ่เด้งดึ๋ง ๆ ตรงหน้าเขา เขาโน้มลงดูดหัวนมฉันอีกครั้งขณะส่งกระแทกไม่ยั้ง จนฉันกรีดร้องเบา ๆ กัดไหล่เขาระบาย
“รัน… เสียวใหญ่… อย่าหยุด…” ปากฉันพร่าพรำ กล้ามท้องรัดเกร็ง น้ำรักล้นแฉะทะลักทุกครั้งที่เขาสอดลึก
เขายกตัวฉันขึ้น พลิกกลับให้ฉันหันหน้าเกาะเบาะหลัง คลานคานกระจกฝ้า เขาขยับมาคุกเข่าข้างหลัง จับเอวตั้งแล้วสอดใส่ใหม่จากด้านหลัง ลำควยกระแทกเข้าในร่องลึกอย่างรวดเร็วและแรงกว่าเดิม หัวใหญ่ขุดถูผนังเสียวจนฉันกำเบาะแน่น น้ำตาเยิ้มเพราะความเสียวสุดขั้ว
“ดูสิว่าใครเป็นคนทำให้คุณเป็นแบบนี้” เขากระซิบข้างหูชิดศีรษะฉัน ก่อนหันหน้าฉันไปมองกระจกข้าง ภาพสะท้อนทำให้ใจฉันรัวแรง ร่างฉันโค้งงอนรับเขาจากด้านหลัง หน้าอกห้อยแกว่งตามจังหวะกระเด้า ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความเงี่ยน และลำควยที่ยาวใหญ่กำลังแทงเข้าออกในร่างฉันอย่างไม่ปรานี
“เป็นคุณ… รัน…” ฉันครางยอมรับ ดันสะโพกรับเขาแรงขึ้นจนหัวควยทิ่มมดลูกทุกครั้ง
“แล้วจะให้หยุดไหม” เขาถามพลางบีบก้นกลมแน่นอย่างพอใจ
“ไม่…” ฉันตอบเสียงสั่นสะอื้น หันไปจูบเขากลับอย่างเร่าร้อน ลิ้นพันลิ้นเหมือนสื่อสารความต้องการดิบ ๆ
รถโยกแรงขึ้นเรื่อย ๆ อากาศในรถร้อนฉ่ำอบอวลกลิ่นสวาทของสองร่าง เขากระแทกสวนจนลมหายใจทั้งคู่แรงถี่ ฉันกระดกก้นขึ้นลงรับ ไม่ลืมบีบทรวงอกตัวเองยั่วยวนเขาเป็นระยะ เสียวทุกสัดส่วนจนขาเกร็งสั่น เรียกร้องจะถึงจุดสุดยอด
“รัน ฉันจะไม่ทนแล้ว…” ฉันพูดพร้อมสะอื้นครางต่ำ
“มา… มาพร้อมกัน” เขาสั่งพร้อมจับเอวฉันกดลงแน่น ส่งลำควยฝังเต็มสุด กระแทกดุดันรุนแรงต่อเนื่องไม่ขาดตอน จนฉันกรีดร้องเสียงสูง ร่างเกร็งรัดเขาแน่นทุกอณูเนื้อใน
พริบตาเดียวฉันถึงจุดสุดยอดสะอื้นกระเส่า เกร็งบีบลำควยเขาเป็นจังหวะถี่ น้ำรักพุ่งปรอดร้อนล้นโคนขา เขาเสียวจนปล่อยน้ำหล่อลื่นลึกในตัวฉันทันที แต่ลำควยยังแข็งคับมือ เขาเพิ่งได้เริ่มเพียงรอบแรก
เสียงโทรศัพท์เขาดังขึ้นกวนใจหลายครั้ง เขาก้มมองหน้าจอเห็นชื่อมารดานภาภรณ์ ก็เลือกไม่รับแล้วจ้องหน้าก็ฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนาและความมืดหม่นที่ไม่อาจอธิบาย
“กลับห้องชุดผมแล้วค่อยว่ากันต่อ” เขาเอ่ยเสียงเครียดต่ำ พลางเอื้อมมาซับเหงื่อที่หน้าผากฉัน
ฉันหายใจหอบมองเขา นึกถึงคำเตือนของกันต์ รู้สึกถึงความอันตรายที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในหัวใจ ร่างกายยังสั่นระริกจากแรงเย็ดเมื่อครู่ แต่สมองเริ่มกลับมาคิดได้
“ไม่… คืนนี้พอแค่นี้” ฉันผลักอกเขาเบา ๆ แล้วรีบหยิบชุดมาสวมทันที น้ำหนืดข้นเยิ้มไหลลงเรียวขาใต้กระโปรงหนึบหนับทุกอิริยาบถ
รันไม่รั้ง แต่หัวเราะในลำคออย่างพอใจ “แล้วผมจะให้คนไปส่งที่ห้องชุดคุณ”
“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้” ฉันเปิดประตูรถก้าวลง จุดอ่อนระบมปวดหนึบจนต้องเกร็งขาสู้ ใบหน้าพยายามทำเป็นปกติ
“พรุ่งนี้เย็น มีนัดมื้อค่ำกับคุณหญิงนภาภรณ์ อย่าลืมแล้วกัน” เขาพูดตามหลัง ก่อนสตาร์ตรถขับจากไปในลานจอดชั้นใต้ดินอันว่างเปล่า
ฉันเดินเข้าลิฟต์อย่างช้า ๆ เรี่ยวแรงแทบหมดไปกับความเสียวครั้งนั้น พอถึงห้องชุดก็รีบถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดภายใต้แสงไฟสลัว จ้องรอยแดงตามซอกคอและทรวงอกจากปากเขา ความเจ็บปนเสียวจากแกนกลางยังไม่สร่าง พอใจก็โกรธตัวเองที่ปล่อยให้เขาทำแบบนั้น แต่ส่วนลึกลึกกลับลุกโชนอย่างน่ากลัว
มือถือสั่นพร้อมข้อความจากหมายเลขของรัน “อย่าคิดหนีพรุ่งนี้ เมีย”
ฉันเม้มปากหยัดตัวยืนมองเงาตัวเองในกระจก ทรวงอกอวบขาวคราบเหงื่อไหวตามจังหวะหัวใจ ร่องขาสวยมีคราบขุ่นข้นไหลซึมแนบต้นขาเนียน เรือนร่างที่เขาเพิ่งครอบครองถึงที่สุดเมื่อครู่กำลังส่งสัญญาณเรียกหาอีกครั้ง
ฉันหลับตาลงแล้วพิมพ์ตอบกลับเพียงสั้น ๆ “แล้วเจอกัน”
คืนนั้นฉันนอนกระสับกระส่ายถึงเช้า ตื่นมาพร้อมความอ่อนผลิบอย่างบอกไม่ถูก และข้อความใหม่จากกันต์ที่ส่งมารอตั้งแต่ตีสอง
“ผมเจอข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของศรัณย์ ที่คุณต้องรู้ พรุ่งนี้ตอนเที่ยง เจอกันที่คอนโดผม”
นัยน์ตาฉันสั่นไหว อ่านข้อความซ้ำอีกครั้ง ความลับเริ่มขยับ ก่อนที่หัวใจจะเลือกข้างไม่ถูกอีกต่อไป
⏰ ตอนต่อไป: 03/09 05:43 น.
รถสปอร์ตสีดำสนิทจอดรออยู่หน้าโรงแรมใต้แสงไฟนีออนสีทอง รันยืนพิงประตูฝั่งคนขับในชุดเชิ้ตสีเทาเข้มพับแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เผยให้เห็นท่อนแขนกระชับและนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ เขาเหลือบมองนาฬิกาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับพิมที่เดินออกมาจากล็อบบี้
“คิดว่าคุณจะไม่ลงมาซะอีก” น้ำเสียงทุ้มเรียบ แต่แฝงความกดดันที่ทำให้พิมพ์ชนกต้องยกยิ้มมุมปากอย่างข่มอารมณ์
“ถ้าจะพาไปไหนกลางดึกแบบนี้ อย่างน้อยก็ควรบอกก่อนว่ามันเกี่ยวกับอะไร” เธอหยุดยืนห่างจากเขาราวสองก้าว สายลมยามดึกพัดกระโปรงเดรสผ้าไหมสีดำยาวคลุมเข่าให้พลิ้วแนบเรียวขา รันมองเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหมุนตัวเปิดประตูให้
“ขึ้นรถก่อน เดี๋ยวก็รู้”
พิมสูดลมหายใจลึก ก่อนก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังสีดำ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายกลิ่นไม้หอมเจือกลิ่นผิวอุ่น ๆ อบอวลอยู่ในห้องโดยสาร รันสตาร์ตเครื่องแล้วเคลื่อนรถออกจากโรงแรมอย่างนุ่มนวล ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีเสียงพูด มีเพียงแสงไฟเมืองที่วิ่งผ่านกระจกรถเป็นทางยาว
“ไปคอนโดผม” เขาพูดขึ้นเมื่อรถติดไฟแดง “เอกสารอยู่ที่นั่น”
“เอกสารอะไรถึงต้องไปเอากลางดึก ทั้งที่พรุ่งนี้เช้าก็ประชุมบอร์ด” เธอหันขวับไปมองเขา เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างคมสันใต้แสงไฟสลัว แนวกรามเด่นชัดและลำคอที่เสยขึ้นจากปกเสื้อเล็กน้อย
“เอกสารที่คุณควรเห็นก่อนคนอื่น” เขาเอ่ยเนิบ ๆ “ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครกำลังดูดเลือดโรงแรมของคุณอยู่”
คำพูดนั้นทำให้ใจพิมพ์ชนกเต้นแรง เธอกำชายกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัว รันเหลือบมองมือเธอแวบหนึ่งก่อนกลับไปจับพวงมาลัยพลางเหยียบคันเร่งอีกครั้ง
คอนโดของรันตั้งอยู่ชั้นบนสุดของตึกหรูย่านสุขุมวิท ห้องกว้างตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำ ติดกระจกสูงมองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินนำไปที่ห้องทำงานแล้วเปิดลิ้นชักหยิบแฟ้มสีดำออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าพิม
“เปิดดูสิ”
พิมพ์ชนกก้าวไปเปิดแฟ้มช้า ๆ ภายในเป็นเอกสารทางบัญชีที่เธอคุ้นตา แต่สิ่งที่ทำให้หน้าเธอซีดคือรายการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีโรงแรมไปยังบริษัทหนึ่งที่เธอไม่เคยได้ยินชื่อ บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อสองปีก่อน และมีชื่อกรรมการคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจเธอเย็นวาบ
“แม่ของคุณ” รันพูดเสียงเรียบ “เป็นคนเซ็นรายการพวกนี้เกือบทั้งหมด”
“ไม่จริง” เธอกระซิบ แต่สายตายังจับจ้องเอกสารตรงหน้า มือบางพลิกหน้ากระดาษไปมาอย่างรวดเร็ว พยายามหาเหตุผล หาคำอธิบายใด ๆ
“แล้วกันต์ล่ะ เขารู้เรื่องนี้ไหม” รันก้าวเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายเขา “เขาอยู่กับคุณใกล้ชิดแค่ไหน รู้ว่าครอบครัวคุณทำอะไรไว้บ้างหรือเปล่า”
“กันต์ไม่เกี่ยวข้อง” พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นตอบทันที น้ำเสียงแข็งขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่รันกลับยิ้มมุมปากเหมือนสะใจที่เห็นเธอมีปฏิกิริยา
“ปกป้องเขาดีนะ ทั้งที่เขาอาจเป็นคนถือไพ่ใบเดียวกับแม่คุณ”
“หยุดพูดเรื่องกันต์ได้แล้ว” เธอสวนกลับ เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนโน้มตัวเข้ามา ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ สายตาคมดุจ้องลึกลงในดวงตาของเธอ
“แล้วทำไมต้องร้อนตัว”
พิมไม่ตอบ เธอรู้สึกถึงพลังกดดันจากแผงอกกว้างที่ขยับเข้ามาใกล้ทุกที รันยืนตรงนั้นในความเงียบ ไออุ่นจากลมหายใจแผ่วรินอยู่ใกล้ซอกคอ แววตาเขามืดทะมึนราวกับอ่านทุกความสั่นไหวในหัวใจเธอออก
“หมั้นกันแล้ว” เขาเอ่ยแผ่ว “ช่วยกันหาความจริงดีกว่าแต่งงานแล้วมานั่งเป็นศัตรูกัน”
เธอไม่รู้ว่าเพราะคำพูดนั้นหรือความมืดของห้องที่ทำให้ใจเต้นแรง รันเอื้อมมือมาปัดปอยผมออกจากบ่าเธอช้า ๆ ปลายนิ้วแตะผิวบริเวณหัวไหล่เบา ๆ จนเกิดความรู้สึกเสียววาบวูบลงไปถึงหน้าท้อง
“นี่คุณตั้งใจพาผมมาที่นี่เพื่อเรื่องเอกสารหรือเรื่องอื่น” เธอถามเสียงแผ่ว ไม่ถอยหนี
“มันก็เรื่องเดียวกันนั่นแหละ” เขาก้มลงกระซิบใกล้ใบหู ริมฝีปากเกือบแตะติ่งหู “ผมอยากรู้ว่าคุณจะเลือกทางไหน”
พิมรู้สึกถึงมือแกร่งที่เลื่อนมาประคองเอวเธอไว้หลวม ๆ เธอเงยหน้าเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ปากบางอ้าออกคล้ายรอคอย รันมองริมฝีปากเธอแวบหนึ่งก่อนโน้มลงช้า ๆ จนลมหายใจผสมกับกลิ่นน้ำหอมของกันและกัน
จูบแรกของพวกเขาเริ่มอย่างเชื่องช้า ปากร้อนแตะกันราวกับหยั่งเชิง ก่อนที่รันจะกดริมฝีปากลงหนักขึ้น มือดันแผ่นหลังเล็กให้แนบชิด เขาจูบเธออย่างหิวกระหายเหมือนหักห้ามมานาน พิมพ์ชนกเผลอครางเบาในลำคอ มือบางทุบอกเขาอย่างขัดขืนในทีแรก แต่ไม่นานนิ้วกลับขยำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ดึงเข้าหาอย่างลืมตัว
รันถอนจูบออกเพียงเพื่อให้ทั้งคู่หายใจ มือเขาเลื่อนขึ้นมากุมท้ายทอยเธอไว้ สายตาคมดำจ้องใบหน้าเธอเหมือนมองที่กำลังดิ้นอยู่ในอำนาจ
“นึกว่าคงเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง” เขากระซิบ “แต่ปากอุ่นกว่าที่คิด”
พิมไม่พูดอะไร เธอใช้มือดันอกเขาให้ถอยเล็กน้อย แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านเมื่อนิ้วของรันลากลงมาตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าไหมบางเบา จนถึงสะโพกกลมกลึงที่เดรสผ้าไหมแนบแน่น เขาบีบเบา ๆ อย่างยั่วเย้า ก่อนดันสะโพกเธอให้ชนกับท่อนขาแข็งแรงของเขา
“รู้สึกไหม” เขากระซิบ “มันพร้อมจะเย็ดคุณตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว”
คำหยาบนั้นทำให้พิมแทบเข่าอ่อน เธอเม้มปากกลั้นเสียงขณะที่มือของรันสอดเข้ามาใต้ชายเดรส ปลายนิ้วลากขึ้นตามต้นขาเนียนนุ่มอย่างเชื่องช้าและจงใจทรมาน เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนิ้วเขาแตะถึงขอบกางเกงในลูกไม้
“เปียกแล้วหรือยัง” เขาถามเสียงต่ำพร่า พิมไม่ตอบ แต่บีบไหล่เขาแน่นเมื่อนิ้วแกร่งดันผ้าลูกไม้ออกเล็กน้อยแตะลงบนกลีบเนื้อนุ่มที่เริ่มชุ่ม เสียงหายใจของเธอขาดห้วง
รันเลื่อนนิ้วชี้กดคลึงที่ปุ่มเล็กบวมตึงช้า ๆ พิมพ์ชนกครางออกมาแทบไม่ทันได้กลั้น สะโพกผายของเธอขยับหนีตามสัญชาตญาณ แต่เขาประชิดตัวกว่าเดิม ดันเธอจนหลังชนขอบโต๊ะทำงาน นิ้วกลางยาว ๆ สอดแทรกลงในร่องเนื้ออุ่นชื้นอย่างไม่รีบร้อน
“หีคุณดูดนิ้วผมมาก” เขากระซิบข้างใบหู “คงอยากให้ผมเย็ดแรง ๆ ใช่ไหม”
“อึก…” พิมเสียงสั่นเมื่อนิ้วเขาเพิ่มจังหวะขยับเข้าออกลึกขึ้น เสียงน้ำแฉะดังแทรกอยู่ในความเงียบ รันก้มลงขบเม้มซอกคอขาวอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างดึงซิปเดรสด้านหลังลงจนหลุดเผยแผ่นหลังเนียนและตะขอเสื้อชั้นใน
“ไหนบอกไม่ไว้ใจผม” เขายั่วขณะปลดตะขอเสื้อชั้นในด้วยนิ้วมือเดียวอย่างชำนาญ เดรสของเธอร่วงลงกองที่เอว เผยให้เห็นทรวงอกอวบขาวที่ถูกปลดปล่อย ยอดอกสีชมพูเข้มชูแข็งอยู่หน้าตาเขา
รันโน้มลงใช้ปากดูดคลึงยอดอกข้างหนึ่ง ลิ้นหยาบตวัดวนจนพิมพ์ชนกโยกสะโพกบีบกับโคนนิ้วเขาแน่น เธอรู้สึกเสียววาบจากหัวนมถึงท้องน้อย น้ำรักไหลเยิ้มมากขึ้นจนเปื้อนมือเขา
“อย่า… บนโต๊ะ…” เธอห้ามเสียงแผ่ว แต่รันกลับจับเอวเธอนั่งขึ้นบนโต๊ะไม้มันวาว ก่อนรูดกางเกงในของเธอออกอย่างรวดเร็ว ผิวเนียนของก้นเปลือยเปล่าสัมผัสความเย็นของไม้เนื้อแข็งทำให้เธอสะดุ้ง
“ทำไมล่ะ” เขาถามพลางปลดเข็มขัดหนังตัวเองออก ปลดกระดุมกางเกงอย่างรวดเร็ว ใจกลางลำตัวของเขามีแท่งเนื้อใหญ่แข็งขืนนูนเด่นชัดใต้กางเกงชั้นในสีเข้ม พิมพ์ชนกมองแทบไม่วางตาเมื่อเขาดึงมันออกมา ความยาวและความใหญ่ของควยเขาทำให้ใจเธอเต้นระรัว ปลายหัวสีแดงเรื่อชื้นวาวด้วยน้ำหล่อลื่นของเขา
“จับมัน” รันสั่งเสียงต่ำ พิมเผลอกลืนน้ำลายก่อนยื่นมือบางไปจับแกนควยร้อนแรงที่ผงาดตรงหน้า มันใหญ่จนนิ้วเธอกำไม่รอบ มือเธอขยับขึ้นลงช้า ๆ ตามจังหวะที่เขาสอนด้วยการประกบมือตัวเองทับ
“เอาเข้าไปเลยได้ไหม” เธอกระซิบถามอย่างแทบไม่เชื่อเสียงตัวเอง ความเงี่ยนตอนนี้มันแล่นพล่านไปทั้งตัวจนลืมเรื่องราวทั้งหมด รันยิ้มมุมปาก ก่อนจับปลายควยถูกับแคมเนื้อนุ่มชุ่มน้ำของเธอไปมาอย่างยั่วเย้า จนพิมพ์ชนกครางเร่าและเบียดสะโพกเข้าหา
“ขอดี ๆ สิ” เขากระซิบ
“เย็ดฉันเถอะ…”
ไม่ทันขาดคำ รันก็ดันสุดตัวเข้าจนมิดในครั้งเดียว พิมพ์ชนกแอ่นหลังร้องออกมาเสียงหลง ควยใหญ่ยัดแน่นเสียดทานผนังภายในจนเธอต้องกอดคอเขาไว้แน่น เขาขยับสะโพกกระแทกเป็นจังหวะหนักหน่วง โต๊ะไม้สั่นสะเทือนตามแรงกระแทก เสียงครางของเธอและเสียงเนื้อกระทบกันดังสลับกับลมหายใจหอบหนัก
“หีคุณแน่นมาก” เขาคำรามข้างหู “รู้สึกเหมือนโดนบีบทั้งแท่ง”
“ลึก… อึก… ลึกไป…” พิมพ์ชนกครางพร่าแต่สะโพกกลับสวนรับทุกจังหวะ เขาจับต้นขาเธออ้าไปพาดบ่าตัว ดันเก่งขึ้นจนเห็นควยสอดเข้าในร่องเนื้อสีชมพูเข้มได้ชัดเจน น้ำรักขาวขุ่นไหลย้อนออกมาเปื้อนโคนควยและหน้าท้องเขา
“ใครเย็ดคุณอยู่…” เขากระซิบพลางกระแทกแรงขึ้นจนเธอแทบพลิกตาค้าง
“รัน… รันเป็นคนเย็ด…”
คำตอบนั้นกระตุ้นอารมณ์ดิบของเขา มือแกร่งบีบก้นกลมแน่นแล้วกระแทกเข้าออกไม่ยั้ง จนพิมรู้สึกเสียวเจ็บปนสุขแล่นจากจุดลึกในท้องน้อยขึ้นมาถึงยอดอก เธอครางกระตุก เกร็งนิ้วมือข่วนแผ่นหลังเขา หีบีบรัดเป็นจังหวะถี่จนรันต้องสูดลมหายใจเฮือก
“เสียวจนจะแตกแล้วใช่ไหม” เขาถามเสียงพร่า “แตกใส่ปากผมเลย”
ไม่ถึงเสี้ยววินาทีพิมก็ถึงจุดสูงสุด ร่างบางแอ่นเกร็งค้าง สะโพกกระตุกถี่ น้ำรักพุ่งออกมาเปรอะหน้าท้องของเธอเองและโคนควยของเขา รันกระแทกต่ออีกหลายครั้งจนตัวเองก็ดึงควยออกแล้วปล่อยน้ำขาวข้นพุ่งใส่หน้าท้องและง่ามขาของเธอเป็นทางยาว
ทั้งคู่ยืนหอบอยู่ในความเงียบ แสงไฟเมืองยามดึกส่องผ่านกระจกใหญ่ สะท้อนภาพร่างกึ่งเปลือยของคนทั้งสอง พิมพิมพ์ชนกยังนั่งบนโต๊ะร่างสั่นระริก มือข้างหนึ่งยันอกเขาไว้ราวกับจะผลัก แต่กลับไม่กล้าขยับไกล
“พรุ่งนี้” เขาเอ่ยขึ้นหลังเลียริมฝีปากล่างด้วยปลายลิ้น “คุณจะรู้เองว่าใครศัตรู ใครเล่นคุณอยู่”
พิมมองหน้าคมนั้นนิ่ง ดวงตาคู่สวยยังเต็มไปด้วยคราบน้ำตาของอารมณ์ เธอไม่ตอบ แต่ในใจกลับเต้นแรงทั้งด้วยความอาย ความโกรธ และบางอย่างที่กำลังงอกขึ้นอย่างน่ากลัว
ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเดรสของเธอดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อ “กันต์” อย่างชัดเจน รันชะโงกมองแล้วยิ้มเย็น
“รับสิ คู่หมั้นคุณโทรมา” ปลายเสียงเขาเหน็บแนม “เผื่อเขาอยากรู้ว่าคุณเพิ่งโดนใครเย็ดอยู่”
พิมหรี่ตามองเขาอย่างเดือดดาล แต่ใจกลับสั่นไหวกับรอยยิ้มร้าย ๆ นั้น เธอกดรับสายด้วยนิ้วที่ยังสั่น
“พิมอยู่ไหน” เสียงกันต์ร้อนรนดังขึ้นในสาย “มีเรื่องด่วน พอดีผมเจอข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับแม่ของคุณ…”
โทรศัพท์ในมือพิมแทบหลุดเมื่อได้ยินคำนั้น เธอหันขวับไปมองรันที่ยืนเงียบดวงตาคมเข้มราวรอคอยอยู่แล้ว พรุ่งนี้ที่เขาพูดถึง กำลังเริ่มต้นเร็วกว่าที่เธอคิดเสียอีก
⏰ ตอนต่อไป: 03/09 14:29 น.
ลมหายใจของพิมพ์ชนกยังคงขาดห้วงเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของรันผละออกจากปากเธอเพียงเสี้ยววินาที ปลายจมูกโด่งคมยังคงเสียดสีกับแก้มเนียนใสที่ขึ้นสีระเรื่อ ความเงียบของห้องนอนสุดหรูกลางคอนโดสูงเสียดฟ้ากลับถูกทำลายด้วยเสียงหัวใจเต้นแรงของทั้งคู่ที่ประสานกันราวกับกลองรบ ร่างสูงของเขายังคงกดเธอไว้กับโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู มือหนาเลื่อนจากเอวคอดกิ่วขึ้นมาบีบคลึงบั้นท้ายกลมงามผ่านเนื้อผ้าเดรสไหมสีดำที่รั้งขึ้นไปกองอยู่เหนือสะโพกผาย
“ปล่อยฉันนะศรัณย์” เธอหอบพูดทั้งที่ร่างกายกลับทรยศต่อคำพูด ดวงตากลมโตฉ่ำวาวจ้องมองใบหน้าคมคายของเขาที่อยู่ใกล้เพียงปลายจมูก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้หอมและหนังกลับจากตัวเขารุมเร้าจนเธอแทบมึนงง ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาทั้งที่จิตใจยังคงกรีดร้องต่อต้านได้เท่าคนตรงหน้า
“ปากบอกให้ปล่อย แต่ทำไมหัวใจเธอเต้นแรงขนาดนี้ล่ะพิมพ์ชนก” เขากระซิบเสียงทุ้มพร่า ริมฝีปากหยักได้รูปกดลงบนซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างจงใจ มือที่บีบบั้นท้ายอยู่เลื่อนต่ำลงไปลูบไล้ต้นขาเนียนนุ่มที่โผล่พ้นจากชายเดรสที่ถูกรั้งขึ้นจนแทบเห็นขอบกางเกงชั้นในลูกไม้สีเนื้อ
“นี่มันไม่ถูก ฉันเพิ่งหมั้นกับนาย ยังไม่ทันได้รู้จักกันด้วยซ้ำ” เธอดิ้นขัดขืนแต่กลับทำให้สะโพกกลมเบียดเข้ากับเป้ากางเกงสแล็กสีเทาเข้มของเขามากขึ้น ความแข็งขืนที่โป่งนูนอยู่ตรงนั้นทำให้แก้มใสของเธอร้อนผ่าวขึ้นไปถึงใบหู
“แล้วที่เธอกำลังจะไปหาไอ้กันต์นั่นคืนนี้ มันถูกต้องมากกว่าหรือไง” น้ำเสียงเย็นชาตัดกลับมาทันที ดวงตาคมกริบวาววับด้วยประกายโกรธและความหึงหวงที่ไม่อาจเก็บซ่อน รันกระชากชายเดรสของเธอขึ้นเหนือเอวจนหมด เผยให้เห็นเรือนร่างช่วงล่างที่งดงามราวรูปปั้น ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับผ้าลูกไม้สีเนื้อบางเบาที่ปกปิดความลับของเธอไว้อย่างหมิ่นเหม่ หีโหนกนูนสวยของเธอปรากฏเป็นร่องแบ่งชัดผ่านเนื้อผ้าบางนั้นจนเขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่อยู่
“ฉันไม่ได้จะไปหาหมั่นไส้กันต์ ฉันแค่จะกลับบ้าน” เธอเถียงเสียงสั่น มือเรียวพยายามดึงชายเดรสลงแต่กลับถูกเขาจับข้อมือทั้งสองข้างรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว
“โกหก” เขาว่าพลางก้มลงมองทรวงอกอวบที่ถูกดันขึ้นจากยกแขนเหนือศีรษะจนแทบทะลักออกจากคอเดรสเว้าลึก หน้าอกขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าชุดชั้นในสีดำนั้นดูชวนให้เขาอยากใช้ปากและลิ้นสัมผัสมากกว่าจะเอ่ยถ้อยคำใด รันก้มหน้าลงฝังจมูกลงกับกกหูของเธอพลางใช้ฟันขบเบาๆ จนพิมพ์ชนกสะดุ้ง
“ถ้าเธอจะกลับบ้านจริง จะแอบมองเป้าฉันทำไม” เขากระซิบเย้าแหย่ ดันสะโพกหนาให้เป้ากางเกงที่ปูดโปนด้วยควยใหญ่แนบชิดกับง่ามขาของเธอที่บัดนี้มีเหงื่อซึมและไออุ่นระอุ แผ่นผ้าบางเบาที่เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวแทบไม่มีความหมายเมื่อเขาดันหัวควยแน่นๆ กดถูกับปากหีที่เริ่มบวมเจ่อภายใต้ผ้าลูกไม้
พิมพ์ชนกหลับตาพริ้ม ปากอิ่มเผยอเล็กน้อย สมองกำลังต่อสู้กับความรู้สึกวูบวาบที่แล่นจากหัวหน่าวขึ้นสู่แก่นกาย ความเงี่ยนที่ไม่เคยพุ่งสูงเช่นนี้มาก่อนกำลังเข้าครอบงำเหตุผลของเธออย่างน่ากลัว เธอรู้ว่าควรหยุด รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นศัตรูที่อาจมีเจตนาแอบแฝง แต่ทุกสัมผัสจากมือหนาและเรือนกายกำยำของเขากลับทำให้หีของเธอบีบเกร็งเรียกร้องอย่างอดสู
“รัน พอเถอะ…” เสียงครางห้ามของเธอกลับฟังดูเหมือนคำเชื้อเชิญเมื่อเขาสอดมือเข้าไปใต้กางเกงชั้นในโดยไม่รออนุญาต นิ้วเรียวยาวปัดผ่านแนวขนดกบางเบาอย่างชำนาญก่อนจะกดลงบนติ่งเนื้อแข็งตึงที่ซ่อนอยู่ พิมพ์ชนกสะดุ้งเฮือกสุดตัวพร้อมเสียงครางหลงออกมาจากลำคออย่างไม่อาจห้าม
“แค่นี้ก็เปียกจนกางเกงในเลอะหมดแล้ว แสดงว่าร่างกายเธอมันซื่อสัตย์กว่าใจเยอะ” น้ำเสียงแหบพร่ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลาขณะนิ้วกลางไล้ร่องหีที่แฉะชื้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาหมุนนิ้วกดคลึงเม็ดสวาทของเธอเป็นวงกลมช้าๆ สลับกับการใช้โคนนิ้วบดถูที่ปากหีซึ่งเริ่มบวมแดงและคัดตึง
“อ๊ะ… อย่า…” เธอครางเสียงหลง ขาเรียวสองข้างเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ เปลือกตาสั่นระริก น้ำใสจากรูหีไหลซึมออกมามากขึ้นจนนิ้วเขาเปียกโชก เสียงแฉะๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่นิ้วขยับ เธอรู้สึกได้ถึงความเสียวแปลบปลาบตั้งแต่นิ้วเขาสัมผัสเนื้อเยื่อบอบบางนั่น มันบีบรัดราวกับต้องการดูดกลืนบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นเข้าไป
“เรียกฉันว่าผัวสิ” เขาสั่งพลางเพิ่มนิ้วกลางเข้าไปในรูหีซึ่งคับแน่นจนนิ้วทั้งสองแทบขยับไม่ได้ ความอุ่นร้อนและผนังช่องคลอดที่บีบรัดเป็นจังหวะทำให้จินตนาการของเขาพุ่งตรงไปยังภาพควยของตัวเองกำลังอัดแน่นในนั้นจนหัวกระเจี๊ยวชุ่มด้วยน้ำขุ่นข้นของเธอ
“ไม่ ฉันไม่…” เธอส่ายหน้าแต่ก็ไม่วายยกสะโพกขึ้นรับนิ้วที่เริ่มขยับเข้าออกอย่างช้าๆ ความเสียวแล่นวาบจากก้นกบจนถึงขมับ การโดนของแข็งสอดใส่ครั้งแรกหลังจากผ่านความว่างเปล่าทางอารมณ์มานานทำให้เธอแทบจะหลุดคำครวญออกมา
“ปากแข็งนักก็แสดงว่าร่างกายส่วนอื่นจะต้องยอมแทน” เขาว่าก่อนจะชักนิ้วออกจากรูหีที่บัดนี้บวมอิ่มและเผยอออก ริมฝีปากของเธอแดงช้ำจากการขบกัดตัวเองเมื่อครู่อย่างที่เขาตั้งใจจะให้เป็น รันปลดกางเกงสแล็กของตัวเองลงเพียงพอที่จะปล่อยควยยาวใหญ่ที่แข็งตึงผงาดขึ้นมา มันโบกสะบัดน้อยๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ องคชาติสีเนื้อเข้มอมแดงเล็กน้อยที่หัวบานมีเส้นเลือดปูดขดเป็นเกลียวอวบอิ่มไปด้วยเลือด ผิวของมันมันวาวด้วยน้ำหล่อลื่นที่ไหลออกมาจากหัวรูเล็กน้อย
พิมพ์ชนกเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นขนาดของมัน ควยของศรัณย์ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะคาดคิด มันยาวจนเกือบชิดกับสะดือของเขาเองเมื่อวัดกับสายตาและใหญ่หนาเทียบเท่าข้อมือเธอ แม้จะเคยมีคนรักเพียงคนเดียวอย่างกันต์ แต่ขนาดของรันทำให้เธอทั้งกลัวและเงี่ยนจัดจนหัวใจสูบฉีดแรงขึ้นกว่าเดิม
“กลัวเหรอ” เขาถามพลางใช้หัวควยแดงๆ ทาบถูไปตามร่องหีที่เปียกชื้นของเธอโดยยังไม่สอดใส่ ความร้อนจากแก่นกายทั้งสองส่งผ่านถึงกันชัดเจน เขาจ่อหัวควยใหญ่ไว้ที่ปากรูโดยให้ปลายหัวเบียดกับติ่งอ่อนของเธอไปด้วย พิมพ์ชนกสะดุ้งและครางลึกในลำคอ
“ไม่… ฉัน…” เธอพูดไม่ออก ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นมือหนาของเขารั้งขาเธอให้อ้าออกกว้างขึ้น ส้นเท้าแหลมของรองเท้าส้นสูงสีดำพาดอยู่บนไหล่ของเขาแล้ว มันเป็นภาพลามกที่เธอไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองในคืนเดียวกับวันที่เพิ่งหมั้นหมาย
“บอกมาว่าเธออยากให้ฉันใส่เข้าไป” น้ำเสียงเย็นชาแต่เจือด้วยความกระหายที่ไม่ปิดบัง เขาใช้หัวควยกระแทกปากรูเบาๆ สองสามครั้งโดยไม่สอดเข้า ความเสียวที่เกิดจากการที่หัวใหญ่เบียดปากรูหีซึ่งเปียกจนลื่นทำให้เธออยากโยนศักดิ์ศรีทิ้งและกรีดร้องขอให้เขาเย็ดเธอเดี๋ยวนั้น
“ฉันอยาก…” เธอพึมพำจนแทบไม่ได้ยิน สีหน้าของรันยิ้มพอใจก่อนจะดันสะโพกเข้าอย่างช้าๆ แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่คับจึงต้องใช้แรงไม่น้อย หัวควยที่ขยายสุดจนสีแดงจัดเบียดเข้าไปในรูที่บีบรัดสุดกำลัง พิมพ์ชนกกร้องลั่นเมื่อมันแทรกเข้ามาเพียงครึ่งเดียวก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทะลวงถึงจุกท้อง ความเสียวแพร่สะพัดจากรูหีไปทั่วร่างจนขาเธอสั่นกระตุกเอง
“อ๊าาา… รัน… แตกแล้ว… ไม่นะ…” เสียงครางของเธอแหลมขึ้นเมื่อความเสียวสะสมถึงจุดสูงสุดตั้งแต่หัวควยของเขายังไม่ทันเข้าไปสุด น้ำใสๆ พุ่งออกจากรูรอบองคชาติที่จมอยู่เพียงครึ่งลำ เธอชักกระตุกและยกสะโพกหนีบ้างขยับรับบ้างอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำแตกหีของเธอไหลอาบลงบนควยเขาและเลอะแผ่นรองโซฟาแน่นอน
“เสียวขนาดนี้ แสดงว่านานมากแล้วที่ไม่โดนเย็ด” เขากระซิบก่อนจะฉวยจังหวะที่เธอกำลังหดเกร็งดันควยเข้าไปจนสุดความยาวในครั้งเดียว พิมพ์ชนกเบิกตาค้าง ปากอ้าแต่ไม่มีเสียงลอดออกมาแม้แต่น้อย ร่างบอบบางของเธอแอ่นโค้งขึ้นจากโซฟา หีบีบรัดควยใหญ่ของเขาจนเขาต้องกัดฟันกลั้นน้ำแตกของตัวเองเอาไว้
“แน่นเหลือเกิน…” เขาครางพลางถอนสะโพกออกเล็กน้อยแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นไปทั่วห้อง จังหวะแรกยังช้าและมีจังหวะแต่เมื่อน้ำหล่อลื่นของเธอไหลมากขึ้น เขาก็เริ่มเร่งความเร็วและแรงขึ้นจนพิมพ์ชนกต้องคว้าแขนเขาไว้แน่น
“อื้อ… อ๊า… แรง… เกินไป…” เธอครางสะอื้นแต่สวาปามควยทุกการกระแทกราวกับเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการที่สุด รูหีบวมแดงยามถูกควยใหญ่ยาวอัดเข้าออกจนเห็นเนื้อเยื่อบางๆ พลิกตามออกมาด้วยทุกครั้งที่เขาถอนออก เขาจับขาทั้งสองของเธอพาดกับไหล่ข้างเดียวแล้วโน้มตัวลงมาจนอกแนบกับระหว่างขาที่เปิดกว้าง ทดทรมานเธอด้วยท่าที่ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
“ไหนบอกว่าไม่ใช่ผัวกัน แล้วทำไมหีหนีบควยไม่ปล่อยเลยล่ะ” เขากระซิบข้างหูพร้อมสะโพกกระแทกเป็นจังหวะสม่ำเสมอจนหยดน้ำกระทบกันฟุ้งกระจาย เสียงลามกของเนื้อบริเวณหัวหน่าวทั้งสองกระทบกันดังก้องอยู่ในห้องเงียบ พิมพ์ชนกครางจนเสียงแตกพร่า มือเรียวปัดป่ายไปจับบั้นท้ายแน่นของเขาเพื่อเร่งให้เขากระแทกแรงขึ้นอีกทั้งที่ปากยังสั่งให้หยุด
“ฉัน… จะ… ตายตรงนี้…” เธอร้องก่อนที่ร่างจะชักกระตุกอย่างรุนแรงอีกครั้ง รูหีบีบแน่นเป็นจังหวะถี่ราวกับจะดูดกลืนควยของเขาทั้งลำ น้ำแตกหีระลอกใหม่พุ่งออกมานองจนชุ่มฉ่ำ ควยใหญ่ของรันซึ่งถูกบีบรัดเต็มแรงจนแทบขยับไม่ออกนั้นเริ่มเต้นตุบๆ อยู่ในโพรงหีอวบอิ่มของเธอ
“เสร็จใส่ข้างในเลยได้ไหม…” เขาถามเสียงพร่าพร้อมกับขยับสะโพกช้าๆ ส่งให้ความเสียวแล่นไปทั่วทั้งตัวพิมพ์ชนก เธอมองสบตาเขาด้วยดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตาแห่งความสุขและความสับสน ปากอิ่มของเธอยิ้มบางๆ อย่างยอมจำนน
“ถ้าฉันท้องขึ้นมา… นาย…” เธอพูดไม่จบประโยคเพราะเขากระแทกแรงขึ้นสามครั้งติดต่อกันแล้วกดควยแน่นสนิทอยู่กับปากมดลูก น้ำควยร้อนพุ่งกระฉูดเข้าไปเป็นจำนวนมากจนเธอรู้สึกถึงความอุ่นวาบแผ่ซ่านจากท้องน้อยลามขึ้นไปถึงอกหัวใจ เธอครางยาวพร้อมกับรับน้ำควยของเขาไว้จนหยดสุดท้ายไหลย้อนออกมาปนกับน้ำของเธอ
รันค่อยๆ ถอนควยออกจากหีที่บวมแดงและอวบอิ่มด้วยการถูกเย็ดอย่างบ้าคลั่งเป็นครั้งแรก น้ำสีขุ่นไหลออกจากรูปริบหรี่ลงบนโซฟากำมะหยี่โดยไม่มีใครสนใจ เขามองใบหน้าหวานของพิมพ์ชนกที่เหงื่อซึมอยู่บนเรือนผม เขารู้ตัวทันทีว่าความรู้สึกตอนนี้มันเกินเลยกว่าที่วางแผนไว้มากนัก นี่ไม่ใช่การแก้แค้นอีกต่อไป แต่เป็นความต้องการอันดิบเถื่อนที่อยากครอบครองทุกอณูของร่างนี้ไว้
“คืนนี้ห้ามกลับ ห้ามไปหาไอ้กันต์” เขาสั่งเสียงเข็มหลังจากเติมเครื่องดื่มให้ตัวเองและมองเธอที่ยังนอนหายใจหอบอยู่บนโซฟา ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอนราวกับเพิ่งเอาชนะในเกมหนึ่ง
พิมพ์ชนกชนกพยุงตัวนั่งขึ้นอย่างยากลำบาก หีของเธอยังคงสั่นระริกและเจ็บแทบทุกครั้งที่ขยับ เธอมองคราบน้ำที่เลอะกระจายอยู่บนชุดเดรสราคาแพงและโซฟาอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอเกือบจะลุกเดินออกจากคอนโดนั้นแล้วแท้ ๆ แต่เสียงโทรศัพท์ของรันที่ดังขึ้นจากบนโต๊ะกระจกใกล้ประตูกลับทำให้เธอชะงัก หน้าจอปรากฏชื่อ “นภาภรณ์” พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอล็อก:
“แผนขั้นสองเริ่มคืนนี้ ห้ามพลาด”
พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนทั้งห้องหมุนติ้ว ความเย็นเยียบแล่นจากปลายนิ้วขึ้นสู่ขมับ ดวงตากลมโตจ้องไปที่เตียงนอนของรันผ่านบานประตูที่แง้มอยู่ ความสุขทางกายที่เพิ่งจบลงแปรเปลี่ยนเป็นความกลัวและคำถามนับล้านพร้อมกัน เธอตัดสินใจคว้ากระเป๋าและโทรศัพท์ของตนเดินออกจากห้องชุดนั้นทันที โดยไม่รู้เลยว่าภายในห้องมืดนั้น รันกำลังยืนมองเธอผ่านม่านหน้าต่างพร้อมรอยยิ้มเย็นชาและโทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่งแนบอยู่ที่หู
“เธอเห็นข้อความแล้ว แม่เตรียมตัวได้เลย” เขาพูดเรียบ ๆ ก่อนจะกดวางสายและปล่อยให้เงามืดของราตรีกลืนกายกำยำนั้นเข้าไปอีกครั้ง
⏰ ตอนต่อไป: 04/09 05:15 น.
ร่างของพิมพ์ชนกถูกกดแนบกับโซฟาหนังเย็นเฉียบ แผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสความนุ่มหยุ่นของเบาะ แต่ความร้อนจากกายแกร่งของชายตรงหน้ากลับแผ่ซ่านจนเธอแทบหายใจไม่ทั่วท้อง นิ้วเรียวยาวของศรัณย์ยังคงวนเวียนอยู่ตรงต้นขาเธอ สอดแทรกเข้าหาแหล่งร้อนชื้นที่ถูกเขาปลดเปลื้องจนเหลือเพียงกางเกงชั้นในผืนบาง ร่องรอยความเปียกชุ่มซึมผ่านเนื้อผ้าจนเห็นเป็นหย่อมสีเข้ม ชัดเจนราวกับตราบาปที่ร่างกายทรยศต่อใจของเธอเอง
เขาก้มมองสิ่งนั้นด้วยแววตาพึงพอใจ ริมฝีปากหยันยกมุมเล็กน้อยก่อนกดนิ้วกลางลงไปตรงร่องกลางที่บวมนูน กดคลึงช้า ๆ จนเสียงครางแผ่วหลุดจากปากหญิงสาวทั้งที่เธอพยายามขบกรามกลั้นไว้ “ดูสิ…ปากแข็งนัก แต่หีนี่มันฟ้องหมดแล้ว พิม” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นจัดกระทบใบหูจนขนอ่อนลุกชัน
เธอดิ้นหนีตามสัญชาตญาณ แต่สองมือของเขาก็ดึงเธอกลับไปแนบชิดกว่าเดิม กล้ามแขนที่โอบรัดเอวเธอไว้นั้นแข็งราวกับโซ่เหล็ก อกกว้างแผ่แนบอกเธอที่ยังสวมเสื้อชั้นในเนื้อลูกไม้บางเบา หัวนมที่แข็งตึงเสียดสีกับแผ่นอกของเขาทุกครั้งที่ขยับตัวอย่างช่วยไม่ได้ พิมพ์ชนกรู้ว่าเธอกำลังตกอยู่ในวังวนที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่เพราะศรัณย์บังคับ แต่เพราะร่างกายของเธอเองกำลังเรียกร้องเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธ
“ปล่อย…เรามีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” เธอพยายามตั้งสติ ยกมือดันแผงอกเขา แต่กลับกลายเป็นการสัมผัสกล้ามเนื้อแน่นใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมที่ร้อนระอุราวกับมีไฟลุกอยู่ภายใน ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจ้องมองเธออย่างประเมิน สองนิ้วที่ยังวางอยู่บนร่องกลางกดน้ำหนักมากขึ้นทันที หญิงสาวสะดุ้งโหยง ปลายเสียงสะดุดจนกลายเป็นเสียงครางสั้น
“เรื่องที่จะคุย…มันอยู่ในนี้ทั้งนั้น” เขาแตะหน้าผากตัวเองก่อนจะเลื่อนมือลงมาบีบคางเธอให้เชยหน้าขึ้นสบตา “และตรงนี้” นิ้วที่เหลือของเขากดลึกลงไปบนผืนผ้าชื้นจนซอกนิ้วแทบแทรกเข้าไปในเนื้อสด คลึงวนเป็นวงกว้างช้า ๆ ตรงปุ่มเนื้อที่บวมเป่ง ความเสียวซ่านแล่นปราดขึ้นมาถึงท้องน้อยจนหัวเข่าลูกหนูสั่น
พิมพ์ชนกกัดริมฝีปากล่างจนเกือบแตก เธอเกลียดเขาที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแบบนี้ เกลียดที่เขารู้จักร่างกายเธอดีเกินไป ทั้งที่เพิ่งผ่านการสัมผัสจริงจังเพียงครั้งเดียวในคืนนี้ ความทรงจำจากตอนบนเตียงเมื่อครู่ยังฝังแน่นในสมอง ลิ้นของเขาที่เลียเล็มต้นคอ แผ่นอุ่นของฝ่ามือที่ลูบไล้ทั่วแผ่นหลัง และนิ้วที่สอดเข้าหาเธออย่างแม่นยำราวกับเขาแม่นยำในสรีระของผู้หญิงมานับไม่ถ้วน
“คิดถึงมันอยู่หรือเปล่า” เขาถามเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกเกยแก้มนวล ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันเป็นหนึ่ง พิมพ์ชนกไม่ตอบ แต่เขากลับหัวเราะในลำคอเสียงทุ้มกังวาน “ไม่ต้องตอบ ตรงนี้มันบีบนิ้วฉันอยู่…ตอบแทนแล้ว”
เขาสอดนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าไปในขอบกางเกงชั้นในอย่างใจเย็น เนื้อผ้าชุ่มเหงื่อถูกดันเลื่อนออกจนเห็นเส้นขนหยิกขดที่ปกคลุมยอดหีสวยอวบอูม ริมฝีปากล่างของหญิงสาวสั่นระริกเมื่ออากาศเย็นกระทบเนื้อสาวที่ร้อนฉ่ำ ศรัณย์เบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้แสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างโซฟาสาดส่อง เห็นชัดถึงความแวววาวของน้ำรักที่เยิ้มเอ่อจนเป็นเงามันปลาบ นิ้วหัวแม่มือของเขากดเล่นกับติ่งเนื้อแข็งสู้งขึ้นมาจากกลีบหีสีชมพูจัดที่บวมอวบและโหนกนูนสวยงาม ทั้งคู่มองเห็นพร้อมกันแทบจะในจังหวะเดียว เธออายจนต้องหลับตาปี๋ ขณะเขากลับมองอย่างพอใจ ราวกับกำลังสำรวจทรัพย์สมบัติที่มีสิทธิ์ครอบครองเต็มตัว
“สวย…หีของเมียฉันมันสวยจริง ๆ” เขาพึมพำราวกับพูดกับตัวเองก่อนโน้มศีรษะลงไปสู่ตรอกขาวเนียนที่เปิดพาอยู่ สะโพกบางของเธอถูกยกขึ้นด้วยมือเรียวยาวทั้งสองข้างของเขาที่รั้งกางเกงชั้นในให้หลุดลุ่ยลงไปกองที่ปลายเท้า แล้วจึงกดจมูกลงบนเนินเนื้อที่โหนกนูนอย่างเชื่องช้า ดูดกลิ่นหอมสาวของเธอเข้าปอดลึก ๆ
“อ๊ะ!…อย่า” เสียงเธอหลุดออกมาแบบครึ่งห้ามครึ่งคราง เมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นของเขาแตะลงบนติ่งเนื้อที่ไวต่อสัมผัสที่สุด พิมพ์ชนกแอ่นสะโพกหนีแต่ก็ถูกเขารั้งด้วยมือที่จับเอวแน่น ลิ้นเขาพลิกแพลงอย่างช่ำชอง ทั้งเลีย ทั้งดูด ทั้งหมุนวน รวดเร็วสลับช้าเสียจนเธอทิ้งตัวลงนอนราบกับโซฟาเต็มกาย หมดเรี่ยวแรงจะขัดขืน มือเล็กกำผ้าหนังไว้แน่น ปากอ้าครางไม่เป็นภาษา
น้ำรักยิ่งหลั่งมากขึ้นเมื่อเขาสอดลิ้นเข้าไปในรูรักสลับกับการดูดติ่งแข็ง เธอฟังเสียงน้ำในร่างตัวเองดังจ๊วบ ๆ กับปากของศรัณย์แล้วแทบอยากมุดดินหนีด้วยความอาย แต่ความเสียวซ่านจากปลายลิ้นที่กระแทกกระทั้นรูรักถี่ขึ้นเรื่อย ๆ กลับทำให้สมองขาวโพลน หัวใจเต้นแรงจนหน้าอกกระเพื่อมเป็นคลื่น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านเหมือนถูกไฟช็อตทุกครั้งที่เขาดูดแรง ๆ
“ฉันจะให้เธอเงี่ยนจนต้องอ้อนวอนเอง” เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากและคางเปรอะเปื้อนความรักของเธอเป็นประกายชุ่ม พิมพ์ชนกมองเห็นควยของเขาผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแลกที่เป่งนูนเป็นสันยาว เห็นหัวควยชี้รัดผ้าเป็นปมชัดเจนจนใจเธอเต้นผิดจังหวะ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรตกหลุมพรางของความรู้สึก แต่จินตนาการถึงความใหญ่ยาวของมันกลับผุดขึ้นมาเองโดยไม่ตั้งใจ
เขาปลดเข็มขัดลงอย่างรวดเร็ว เปิดกระดุมและรูดซิปลง เสียงนาฬิกาข้อมือกระทบหัวเข็มขัดดังกรุ๊งกริ๊งกวนโสตไม่เท่าเสียงครางหอบของสองคนในห้อง คล้ายจังหวะนับถอยหลังสู่สิ่งที่เธอทั้งกลัวและเฝ้ารอ เนื้อควยที่เผยออกมานั้นแดงก่ำแข็งตั้ง ทำมุมชี้ขึ้นไปทางกล้ามท้องที่บังเกิดร่องขัด ทำให้เห็นความยาวและความใหญ่โตคุ้นตาจากครั้งก่อน เธอสูดปากเฮือกใหญ่เมื่อเห็นมือเขากำโคนควยแล้วสไลด์หนังหุ้มปลายขึ้นลงช้า ๆ ปล่อยให้หัวบาน ๆ กับปากท่อสีแดงก่ำของมันขยับยั่วเย้าให้เห็นระยะประชิด
“เอามือมา…จับมัน” น้ำเสียงเขาไม่ใช่คำขอ แต่เป็นคำสั่งที่มาพร้อมแววตาวาววับราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย พิมพ์ชนกส่ายหน้าอย่างดื้อรั้นทั้งที่ยังไม่หายใจถี่รัว เขาหัวเราะหึในลำคอก่อนจะดึงมือเธอไปแตะควยร้อนที่ชี้โด่เด่ พอปลายนิ้วก้อยเปลือยสัมผัสกับหัวควยลื่น ๆ ด้วยน้ำเมือกใส ๆ ที่เยิ้มออกมาแล้ว เธอกลับไม่สามารถดึงมือกลับคืนได้ รู้สึกราวกับโดนมนต์สะกดให้ลูบไล้ขึ้นลงตามจังหวะที่มือเขาโอบประคองไว้ด้านนอกสอนเธออย่างใจเย็น
“เห็นไหมว่าเธอเองก็ยอมง่าย ๆ” กระซิบพร่าพลางครางเสียงดังก้องอกเมื่อเธอกำโคนควยแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว กล้ามท้องแกร่งขมวดเกร็งเป็นลอนสวย เขาค่อย ๆ กดศีรษะเธอลงไปหาหัวควยแตะริมฝีปากบาง พิมพ์ชนกเกือบอ้าปากให้เขาสอดเข้าไป แต่ความหยิ่งผยองที่เหลืออยู่สุดท้ายทำให้เธอหันหน้าหนี ควยอุ่น ๆ จึงปัดเปื้อนแก้มนวลไปทั้งสองข้าง
“ยังมีนิสัยหญิงคุณหนูติดหัวอีก” เขาถอนใจรำคาญหน่อย ๆ แต่ดวงตากลับเปล่งประกายท้าทาย เขาพลิกร่างเธอให้กลายเป็นท่านอนคว่ำอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวยังไม่ทันตั้งตัว จากนั้นสองมือแกร่งก็ดันสะโพกกลมกลึงให้ตั้งสูงขึ้น ใบหน้าซบลงกับเบาะโซฟา ท้องน้อยลอยเกยกับโคนขาใหญ่ของเขาที่แทรกเข้ามาระหว่างขาทั้งสองข้าง
มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนมากอบกุมทรวงอกข้างซ้ายที่ยังอยู่ในเสื้อชั้นในบดขยี้จนเนื้อสาวฟูล้นออกมาจากขอบลูกไม้ นิ้วหนีบหัวนมพอให้รู้สึกเสียวเสียด ส่วนมือขวารั้งก้นงามให้ถ่างแยกเปิดออกสุดสายตา ภาพโหนกหีบวมแดงฉ่ำเยิ้มที่ถ่างออกรับแสงไฟสลัวทำให้ ทั้งคู่ครางพร้อมกันเมื่อหัวควยยักษ์แตะลงบนร่องแคบที่ปากหีปริ่ม ๆ พร้อมเปิดออกรับมัน
“หิวแล้ว…จะกินมันแล้วนะ” เป็นครั้งแรกที่เขาถามย้ำราวกับให้โอกาสเธอปฏิเสธ แต่กลับกลายเป็นมือเล็กของพิมพ์ชนกเองที่ไขว่คว้ามาจับโคนควยของเขา แนบมันแนบกับแคมเนื้อนุ่มอย่างต้องการให้มันเข้าหาตัวให้เร็วที่สุด ศรัณย์หลุดหัวเราะต่ำก่อนจะออกแรงดันสะโพกแทรกหัวควยเข้าไปเพียงหนึ่งคืบ สองร่างต่างนิ่งค้างรับแรงกัดรัดของกล้ามเนื้อภายในที่หดเกร็งราวปากดูดวิญญาณ
พิมพ์ชนกร้องหวานซ่าน แผ่นหลังแอ่นวาบด้วยความเสียวเต็มร่อง ความตึงแน่นจากควยของเขายังไม่ทันหาย เธอก็ถูกกระทุ้งลึกอีกครั้งจนมิดสุดโคน ร่างบางถึงกับไถลไปกับเบาะโซฟา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเพียะดังเป็นจังหวะทันทีที่เขาเริ่มขยับฮึดฮัดราวกับม้าพยศปลดปล่อยอารมณ์ที่กลั้นมานาน ท่อนควยเสียดสีถอนออกเกือบสุดปลายแล้วเสียบย้อนกลับเข้าท่าเดิมอย่างแรง และเร็วขึ้นทุกช่วงครึ่งนาทีจนในห้องเต็มไปด้วยเสียงครางหอบกระเส่าและเสียงน้ำรักฟอดแฉะ
เธอหันหน้ากลับมาเห็นแผงอกของเขาที่ยังสวมเสื้อเชิ้ตแต่ปลดกระดุมออกจนเห็นกล้ามอกแน่นเปียกเหงื่อระยิบระยับ มัดแขนแข็งเกร็งค้ำโซฟากันเธอไม่ให้ดิ้นหลุด สะโพกขาวเนียนกระแทกสวนทุกจังหวะที่เขายัดลึกเข้าใส่ปากมดลูกจนเธอปวดเสียวปนสุขสุดบรรยาย น้ำรักไหลย้อนลงมาถึงโคนขาด้านในจนมันวาวไปหมด คราบน้ำหนืดของเธอเกาะตามโคนควยและลูกไข่เขาที่แกว่งกระทบติ่งแข็ง ๆ ทำให้ทั้งคู่ตะลึงกับความเงี่ยนของกันและกัน
“เย็ดฉัน…เย็ดหีฉันให้ตายไปเลย” ในที่สุดคำวิงวอนของพิมพ์ชนกก็หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ เธอขย่มเอวสอดรับด้วยความหื่นกระหาย ลืมไปแล้วว่ากำลังพูดกับใคร ลืมแม้แต่เรื่องเงิน เรื่องครอบครัว และความแค้นระหว่างตระกูล อยากเพียงแต่ถูกเขายัดเยียดตัวตนเข้าไปในโพรงเปลี่ยวร้าวของหัวใจและร่างกาย
รันกระชากเสื้อชั้นในของเธอออกจนกระเด็นไปกองกับพื้น ทรวงอกอิ่มขาวแน่นสะท้านกวัดแกว่งตามจังหวะกระแทก เม็ดหัวนมสีชมพูเข้มแข็งตั้งชี้ไปข้างหน้าราวกับรอสัมผัส มือสองข้างของเขากอบกุมมันจากด้านหลังพลางก้มตัวลงมาประกบแผ่นหลังขาว ใช้ฟันขบไหล่เธอไว้เหมือนเสือกัดคอกวาง แล้วหญิงสาวก็ร้องครางสุดเสียงเมื่อปากของเขาดูดเม้มติ่งเนื้ออย่างหิวโหยพร้อมกับท่อนล่างเร่งจังหวะจนแทบกระเด็น
“ไหนบอก…จะไปหากันต์” เขากระซิบประชดประชันเสียงเข้ม เหนื่อยหอบเล็ก ๆ แต่ก็ยังพูดต่อ “แต่ตอนนี้หีของเธอมันรูดควยฉันไม่ยอมปล่อย…ดูมันดิ” เขาถอนควยออกจนสุดปลายค้างไว้เพียงหัว แล้วใช้มือช่วยถูยัดเข้าออกระยะตื้น ๆ เสียงน้ำรักแฉะเป็นฟองฟอดที่ปากหี หญิงสาวเหวอเหวี่ยงเพราะสูญญากาศในท้องน้อย หวังให้เขากลับเข้ามาลึก ๆ อีกครั้ง แต่เขากลับไม่ให้
“ขอ…ขอลึก ๆ” เธอแทบร้องไห้ น้ำเสียงออดอ้อนน่าสงสาร ดวงตากลมโตปริ่มน้ำมองเขาผ่านหัวไหล่บิดไปมา ศรัณย์กำเอวเธอกระแทกเสียบยาวจนมิดสุดโคนโดยไม่บอกกล่าว เล่นเอาเธอกรีดร้องลั่นสุดเสียงเสียวซ่านจนขยับขาไม่ได้ ท่อนควยหัวโต ๆ กระทุ้งปากมดลูกเบา ๆ สองสามชุด จนเธอตัวเกร็งเหมือนจะหมดสติกลางโซฟา
“ต่อไปห้ามหนีไปหาใครนอกจากผัว…ถ้าไม่เชื่อ จะลงโทษหีให้เดินไม่ได้ทั้งสัปดาห์” เสียงเข้ม ๆ ขู่ข้างใบหูแต่น้ำเสียงไร้ซึ่งความหยาบคาย มันกลับฟังดูน่าหลงใหลอย่างน่าประหลาด พิมพ์ชนกหมดแรงโต้แย้ง เธอพยักหน้าเออออเพียงเพื่อให้เขาขยับต่อ รันยิ้มกว้างก่อนจะเร่งสวาทพาเธอไต่สู่ยอดเสียวครั้งแล้วครั้งเล่า ความพริ้วของมดลูกบีบรัดจีนควยเขาทั้งต้นจนเขาร้องครางเสียงทุ้ม ลูกกระสุนหดตัวเทอะทะ พร้อมน้ำรักคั่งในถุงใต้ควยจนป่องตึง
ก่อนถึงจุดพลุ่งพล่าน เขาถอนตัวออกมาแล้วจับเธอพลิกหงายขึ้นใหม่ สอดขาทั้งสองให้เกยพาดบ่าเขาจากนั้นจึงแทงเข้าไปตรง ๆ ในมุมที่ลึกกว่าเดิม หัวควยเบียดกับผนังช่องคลอดด้านหน้าจนเสียดกับต่อมเสียวจนร่างเล็กกระตุกเกร็งราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาเหลือกค้างด้วยความเสียวถึงขีดสุด น้ำรักพุ่งกระเซ็นออกมาเปื้อนหน้าท้องเขาเป็นสายบาง ๆ พิมพ์ชนกถึงน้ำแรกบนเกลียวควยเขาเสียงดังจากลำคออย่างไม่อายใคร
รันเร่งสปีดเย็ดจนทั้งตัวเขาและตัวเธอสั่นสะท้านราวกับแผ่นดินไหว ก่อนเขาจะเบียดปากประกบปิดปากเธอ ดูดกินเสียงครางอันหวานซ่านในคราวเดียวกับที่สะโพกแกร่งแทงลึกค้างไว้สุดแรง เธอรู้สึกถึงการเต้นตุบ ๆ ของหัวควยที่ปล่อยน้ำว่าวข้น ๆ กรอกรดมดลูกอย่างไม่ขาดสาย ร้อนซ่านไปถึงสะดือ เขากระแทกเบา ๆ อีกหลายชุดเพื่อรีดน้ำของตัวเองจนหมด ครางพร่ากระแทกเสียงในลำคอขณะใช้จมูกสูดกลิ่นผมของเธอ
ทั้งสองแนบนิ่งทับกันอยู่พักใหญ่บนโซฟาเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจผสานกัน จนในที่สุดพิมพ์ชนกก็เอ่ยเสียงแผ่วเบา “กันต์กับฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด” เธอไม่มีแรงแม้จะมองหน้าเขา รันที่ยังสวมกอดเธออยู่กลับไม่ตอบโต้ ดวงตาคมกริบเงยขึ้นมองเพดานครู่หนึ่งก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“เรื่องกันต์…ฉันจะจัดการเอง” เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาซับเนื้อตัวให้เธออย่างนุ่มนวลสวนทางกับน้ำเสียงเยียบเย็น “แต่สิ่งที่แม่เธอทำ…” เขาหยุดคำพูดสั้น ๆ เมื่อมองเห็นสภาพเธอผู้เหนื่อยล้า “เอาไว้ใจเย็นกว่านี้ค่อยคุย” เพียงประโยคนี้ก็ทำให้พิมพ์ชนกลืมตาขึ้นมามองเขาแวบหนึ่ง ความอบอุ่นเล็กน้อยวูบผ่านหน้าอกแปลบปลาบ
แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของรันก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ปลายสายเป็นเสียงผู้จัดการบริษัทที่สีหน้ากลับเคร่งขรึมลงทุกวินาที เมื่อวางหูเขาลุกไปสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว พิมพ์ชนกถามขึ้นยังไม่ทันทันใจนัก “เกิดอะไรขึ้น” รันหันมามองเธอสีหน้าอ่านยาก นิ่งนานจนเธอเริ่มชักจะร้อนใจ ก่อนเขาจะตอบเสียงเย็น “มีคนแฉเอกสารลับของบริษัทศรัณย์กรุ๊ปให้สื่อ พรุ่งนี้ข่าวจะออกเต็มหน้าหนึ่งทุกฉบับ”
หญิงสาวชะงักตัวนิ่ง ความกลัดกลุ้มของเรื่องทางธุรกิจถาโถมเข้าใส่แทนที่ความเสียวซ่านที่ยังระบมทั่วร่าง เธอลุกนั่งทั้งที่ผ้าห่มร่วงกราว เผยให้เห็นเรือนร่างช้ำรักเต็มไปด้วยรอยแดงจ้ำ ๆ ตามต้นคอและทรวงอก รันหยุดมองภาพนั้นไว้นานกว่าปกติก่อนจะเม้มปากแน่น
“และไฟล์ที่รั่วออกไป…มันเป็นไฟล์ที่ถูกดึงจากเซิร์ฟเวอร์ของโรงแรมเดอะแกรนด์รัตติกาล” ประโยคนั้นทำให้เลือดในกายของพิมพ์ชนกแข็งค้าง ความสงสัยว่าใครกันแน่ที่กำลังเล่นเกมเซ่นสองตระกูลนี้ และใครกันแน่ที่ทรยศเธอ — กันต์ หรือ ศรัณย์ — วนเวียนอยู่ในหัวจนนาทีนั้นเธอลืมแม้กระทั่งความเจ็บร้าวโหยซ่านในตัว
⏰ ตอนต่อไป: 04/09 14:18 น.
แสงจากโคมไฟระย้าสาดกระทบผิวเนื้อขาวเนียนของพิมพ์ชนก ขณะที่เธอนอนหอบหายใจระรัวอยู่บนโซฟาหนังสีครีมตัวยาว กระโปรงชุดทำงานสีกรมท่าถูกรั้งขึ้นไปกองอยู่เหนือเอว บ่งบอกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ริมฝีปากอิ่มบวมแดงจากรอยจูบดูดรุนแรง ดวงตาคมกริบสั่นไหวด้วยส่วนผสมของความอับอาย โกรธ และตื่นตัวทางอารมณ์ที่ยังไม่จางหาย
ศรัณย์ค่อยๆ ถอนใบหน้าหล่อเหลาคมคายออกจากซอกขาเนียนนุ่มของเธอ ริมฝีปากหยักได้รูปยังฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำรักใสข้น เขาเชิดคางขึ้นมองเธอด้วยแววตาเป็นประกายพึงพอใจ คล้ายนักล่าที่ได้ลิ้มรสเหยื่ออย่างเอร็ดอร่อย เนกไทสีดำคลายออกเล็กน้อย กระดุมเชิ้ตสีขาวเปิดถึงอกกว้าง เผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นกระชับใต้ผิวสีน้ำผึ้งที่เปียกเหงื่อบางๆ
“เห็นไหม ปากเธอมันเถียง แต่ตัวเธอมันไม่เคยโกหกฉันได้เลย” เสียงทุ้มต่ำพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่อบอวลด้วยกลิ่นอายเนื้อตัวและความใคร่ พิมพ์ชนกรีบรั้งกระโปรงลงปิดท่อนขาเปลือยเปล่า พลางลุกนั่งตัวตรง ใบหน้าสวยเห่อร้อนไปถึงใบหู เธอเม้มปากแน่น เกลียดน้ำเสียงมั่นใจเกินเหตุของเขา และเกลียดร่างกายตัวเองที่ไม่เคยต่อต้านเขาได้อย่างจริงจังสักครั้ง
“นี่นายคิดว่าการที่นายทำแบบนี้กับฉัน แล้วทุกอย่างมันจะโอเคงั้นเหรอ ศรัณย์” เสียงเธอสั่นน้อยๆ แต่พยายามกดให้แข็งกร้าว “นายแค่ได้ร่างกายฉัน แต่ไม่ได้ใจฉันหรอกนะ”
รันหัวเราะในลำคอต่ำพร่า พลางขยับตัวมานั่งข้างเธอ ใกล้จนไออุ่นจากร่างสูงใหญ่แผ่เข้าปะทะ เขาเอื้อมมือหนามาเชยคางเธอขึ้นให้สบตา นิ้วโป้งไล้เบาๆ ตรงริมฝีปากล่างที่ยังแดงช้ำ
“แล้วเธอคิดเหรอ ว่าตอนที่เธอเกร็งท้อง แล้วหนีบนิ้วฉันไว้แน่นขนาดนั้น มันแปลว่าเธอไม่ได้ต้องการฉัน” เขาก้มลงกระซิบใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง “ฉันได้กลิ่นเธอตั้งแต่เดินออกจากลิฟต์ พิมพ์ชนก… เธอมันเงี่ยนใส่ฉันตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ”
คำหยาบตรงๆ ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก อกอวบใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธระคนตื่นเต้น เธอผลักอกเขาให้ห่าง แต่แรงดันกลับทำให้ฝ่ามือสัมผัสกับอกแน่นแข็งที่ร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม ปลายนิ้วสัมผัสหัวนมสีเข้มของเขาผ่านเนื้อผ้าบางโดยไม่ตั้งใจ รันครางต่ำในลำคอเมื่อถูกสัมผัส ดวงตาคมมืดวาบขึ้นทันที
“ถ้าเธอยังอยากเล่นต่อ ฉันไม่ติดหรอก” เขากระซิบยั่วพลางคว้าข้อมือเล็กของเธอมากดลงบนเป้ากางเกงสแล็กสีเทาเข้ม ที่บัดนี้โป่งนูนตึงแข็งเป็นแท่งยาวชัดเจนใต้เนื้อผ้า “จับสิ… มันแข็งเพราะเธอทั้งนั้น ยังไม่ทันได้ปลดเข็มขัด มันก็โจทย์จนจะทะลุผ้าออกมาหาเธอแล้ว”
พิมพ์ชนกกัดฟันพยายามสะบัดมือหนี แต่รันกลับจับมือเธอกำรอบแท่งควยแน่นขึ้น พลางขยับสะโพกดันเข้าหาฝ่ามือเล็ก จนเธอรับรู้ถึงขนาดความใหญ่ยาวและความแข็งกระด้างร้อนระอุที่เร้าเรือนกายสาวจนขาสั่น ก่อนที่โทรศัพท์มือถือของเธอจะดังขึ้นบนโต๊ะกระจกหน้าชุดโซฟา ทำลายชั่วขณะหมิ่นเหม่
“กันต์โทรมา” เธอเหลือบเห็นชื่อบนหน้าจอ รีบสาวเท้าไปหยิบ แต่รันรวดเร็วกว่า เขาคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยตัวเอง ก่อนกดรับสายแบบไม่ถามความยินยอม พร้อมยกขึ้นแนบหู
“ว่าไงเพื่อนรัก” รันเอ่ยเสียงเย้ยหยัน ทำพิมตกใจสุดขีด เธอพยายามแย่งมือถือคืน แต่รันกลับใช้แขนอีกข้างรั้งเอวเธอเข้ามากอดแน่น อกอวบอัดแน่นกระแทกอกกว้างของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
“ศรัณย์? ทำไมนาย…” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง “พิมอยู่ไหน”
“ก็อยู่ตรงนี้ไง… ตัวติดกับฉันเลย” รันก้มมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พิมพ์ชนกดิ้นรน ทว่ายิ่งดิ้นสะโพกกลมก็ยิ่งเบียดเสียดกับเป้าแข็งของเขามากขึ้น รันสูดลมหายใจลึก อดครางเบาๆ กับสัมผัสเสียดสีนั้นไม่ได้ “อยากรู้ไหมว่าตอนนี้พิมใส่เสื้ออยู่หรือเปล่า”
“พอเลยศรัณย์!” พิมพ์ชนกเอ่ยเสียงแหลม รันหัวเราะก่อนตัดสายทิ้งต่อหน้าต่อตา แล้วโยนมือถือลงบนโซฟา หญิงสาวผละออกห่างอย่างโมโห ดวงตากลมโตเอ่อคลอน้ำตาด้วยความอับอายและโกรธแค้น
“นายไม่มีสิทธิ์!” เธอเอ่ยเสียงสั่น “การที่นายเป็นคู่หมั้นฉัน ไม่ได้หมายความว่านายจะควบคุมชีวิตฉันได้ทุกอย่างนะ ศรัณย์!”
รันเอนหลังพิงพนักโซฟา มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างนิ่งเรียบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ จางหาย กลายเป็นแววตาที่เย็นชาแต่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง
“เธอผิดแล้ว พิมพ์ชนก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำดุดันเหมือนกรีดลงบนผิว “ตั้งแต่เธอตกลงหมั้น ตัวเธอทั้งใจและกายก็เป็นของฉัน แต่ถ้าเธอยังเลือกจะไขว่คว้าหาคนอื่น… เธอจะเจอด้านที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน”
หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือ หน้าอกสะโพกผายขยายขึ้นลงด้วยลมหายใจขุ่นเคือง เธอจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่สวยลุกโชนด้วยไฟดื้อรั้น
“งั้นฉันคงต้องขอบคุณนายมาก ที่เตือนให้รู้ว่าฉันไม่ควรอยู่ใกล้คนอย่างนาย” เธอคว้ากระเป๋าแล้วหมุนตัวสาวเท้าออกประตูห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว รันไม่ได้ลุกตาม แต่สายตาคมกริบจับจ้องแผ่นหลังเนียนขาวที่ลับหายไปจากประตูอย่างไม่วางตา
สองวันต่อมา พิมพ์ชนกนั่งเงียบอยู่บนเบาะหลังรถยุโรปสีดำสนิท มองตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพฯ ยามพลบค่ำค่อยๆ สว่างไสวด้วยแสงไฟสีทองระยิบระยับ กันต์นั่งข้างเธอในชุดสูทสีเทาเข้มเรียบหรู ใบหน้าหล่อเหลาแบบสุภาพบุรุษเต็มไปด้วยความกังวล
“เธอแน่ใจนะพิม ที่จะไปงานนี้กับฉัน” เขาเอ่ยเสียงอ่อน “มันเป็นงานการกุศลของตระกูลศรัณย์ เธอควรไปกับรันมากกว่า”
“ฉันไม่สน” เธอตอบเสียงเรียบ แต่มือเรียวที่วางบนตักกลับกำแน่น “ฉันอยากรู้ว่ายายนภาภรณ์เล่นเกมอะไรอยู่ และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาขีดเส้นทางชีวิตฉันอีกต่อไป”
กันต์มองเธอเงียบๆ ก่อนเอื้อมมือไปกุมมือเย็นเฉียบของเธอไว้หลวมๆ “จำไว้ ฉันอยู่ข้างเธอเสมอ”
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมศรัณย์แมนชั่น แสงเทียนอบอุ่นทอระยับบนโต๊ะกลมผ้าปูขาวนวล ดอกกุหลาบแดงเข้มเรียงรายตามทางเดินจนแทบกลบกลิ่นหอมหวานของเหล่าแขกไฮโซที่เดินสวยสง่าด้วยชุดราตรีและเครื่องประดับมูลค่ามหาศาล
พิมพ์ชนกปรากฏกายในชุดเดรสเกาะอกยาวกรุยกรายสีแดงเลือดนก ผ่าด้านข้างสูงจนเห็นเรียวขายาวเนียน มันเผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนขาวเปลือยเปล่าจรดสะโพก ทุกย่างก้าวทำให้ทรวดทรงอวบอิ่มส่ายสะบัด ดึงดูดสายตาทุกคู่ในงานให้จับจ้อง โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ยืนถือแก้วเหล้าอยู่ริมหน้าต่างกระจก
ศรัณย์สวมทักซิโด้กำมะหยี่สีดำสนิท ปกเสื้อผ้าซาตินมันวาว ใบหน้าคมกริบเรียบนิ่ง ทว่าดวงตาคมวาววับจับจ้องร่างบางในชุดแดงราวกับไฟลุกโชน เขาค่อยๆ วางแก้วแล้วเดินตัดฝูงชนตรงมายังเธอ กันต์ก้าวขึ้นบังครึ่งหนึ่งเป็นเชิงปกป้อง
“มากับฉัน” รันไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้าข้อมือเล็กของพิมพ์ชนกแน่น มันเจ็บจนเธอสะดุ้ง แต่เธอก็ไม่ร้อง
“ปล่อย ไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นเจ้าของฉันต่อหน้าคนอื่น” เธอกระซิบเสียงเขียว ดวงตาคมจ้องตอบไม่ถอย
“นี่เป็นงานของตระกูลฉัน เธอเป็นคู่หมั้นฉัน เธอไม่มีสิทธิ์เดินควงไอ้กันต์ในงานนี้” เขาพ่นคำดุดันผ่านไรฟันขาวสะอาด ก่อนออกแรงดึงร่างเธอเข้ามาแนบกายจนแทบชนอกกว้าง
กันต์ขยับตัวเข้ามา แต่พิมยกมือห้ามเบาๆ “ไม่เป็นไรกันต์… ฉันจัดการเอง”
รันจูงเธอออกจากแกรนด์บอลรูมไปตามโถงทางเดินหินอ่อนเงาแวววาว ลิฟต์ส่วนตัวพาพวกเขาสองคนขึ้นสู่ชั้นห้องสวีทริมหน้าต่างสูงสุดของโรงแรม ทันทีที่ประตูห้องปิดลง รันก็ดันร่างเธอเข้ากับผนังไม้สักขัดเงาเย็นเฉียบ กดตัวแนบชิดจนเธอหายใจแทบไม่ทั่วท้อง
“แต่งตัวยั่วแบบนี้ มาพร้อมกับมัน ตั้งใจยั่วฉันนักเหรอ” เขาก้มกระซิบข้างกกหู น้ำเสียงทุ้มต่ำจนขนอ่อนบนต้นคอเธอลุกชัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดลงบนผิวเนียนซอกคอ พิมพ์ชนกหายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว อกอวบเด้งดันขึ้นลงเบียดกับอกกว้างไขว่คว้าหาแรงต้าน
“นายมันบ้า! ฉันจะแต่งอะไร ไปกับใคร มันเรื่องของฉัน!” เธอดันอกเขา ทว่าแรงน้อยนิดไม่อาจขยับเขาแม้แต่นิ้ว
รันไม่ตอบ หากแต่ก้มหน้าลงมาประทับปากแน่นบนซอกคอหอมกรุ่น เขาเม้มดูดผิวเนียนแรงจนเธอร้องครางในลำคอ มือหนาลูบไล้จากเอวคอดบางไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า ปลายนิ้วลากไล้ให้เสียวซ่านจนขุมขนลุก
“อย่างอ… ศรัณย์ ปล่อยนะ” เสียงเธออ่อนลงอย่างน่าใจหาย สมองสั่งให้ขัดขืน แต่เรือนกายกลับโอนอ่อนไปตามสัมผัสอบอุ่นที่คุ้นเคยรุนแรง
รันกดจูบเธอเต็มปาก ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปกวดรัดไล่ต้อนจนหญิงสาวได้แต่ครางฮืออยู่ในลำคอ ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนลงเลื่อนผ้าข้างเดรสที่ผ่าสูงออก คว้าเคล้นโคนขาเนียนนุ่มแน่นจนกล้ามเนื้อท้องเกร็ง เขาแทรกนิ้วเข้าไปในผืนผ้าลูกไม้บางขั้นใน พบว่ามันชุ่มเยิ้มไปด้วยน้ำรักใสเหนียวแล้ว
“ปากเก่งนัก แต่หีเธอนี่มันตอบแทนให้หมดแล้ว” เขากระซิบพร่าข้างริมฝีปาก ก่อนสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปในร่องความอวบอูมที่บวมแดงอย่างช้าๆ พิมพ์ชนกสบถเบาๆ ระหว่างเรี่ยวแรง มือเรียวจิกแน่นที่หัวไหล่กว้างของเขา สะโพกผายผ่องสั่นสะท้านเมื่อนิ้วเรียวนิ้วที่สองแทรกเข้าไปเสริม ควานลึกถึงจุดที่ทำให้หัวเข่าอ่อน
“อ๊า…” เสียงครวญสาวหลุดออกมาเบาๆ ศีรษะเธอเอนพิงผนัง ดวงตาหวานปรือยวบ มือเล็กเลื่อนลงไปกุมเป้ากางเกงของเขาโดยอัตโนมัติ ควยแข็งโป่งแน่นยามถูกฝ่ามือนวลลูบคลำเบาๆ รันครางพร่าในลำคอ สะโพกหนาดันตอบเข้าหามือเธออย่างหิวกระหาย
“ปลดมัน… ฉันอยากให้เธอจับเนื้อจริงๆ” เขาสั่งเสียงดุดัน แต่แฝงความเว้าวอนที่ทำให้หญิงสาวแทบทรุด เรียวเล็บขูดข่วนแผ่นหลังเนียนผ่านเสื้อเชิ้ตทำเอาคนตัวโตครางสะท้าน
เธอย่อตัวลงตรงหน้าเขาอย่างช้าๆ ราวกับตกอยู่ใต้มนต์สะกดบางอย่าง ดวงตาคู่สวยแหงนมองใบหน้าเขม็งขณะปลดเข็มขัดหนังออก รูดซิปลงช้าๆ ควยยาวใหญ่ทะลักเด้งออกมาโดดเด่นตรงหน้า น้ำเงี่ยนใสๆ ไหลเยิ้มที่ปลายบานสีแดงเข้มส่งกลิ่นตุๆ แรงจนเธอจมูกวาบ แก้มซ้ายกระตุกด้วยความเสียวในท้องน้อย ก่อนจะก้มลงใช้ปลายลิ้นแตะเลียหัวควยเบาๆ
รันทิ้งศีรษะพิงผนังอย่างลืมตัว ครางพร่าออกมาพร้อมหยอกผมเธอแน่นอย่างโหยหา ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าเอารังหัวควยเข้าไปดูดช้าๆ ลิ้นม้วนเลียร่องเล็ก แล้วจึงผ่อนจังหวะดูดลึกจนลำคอขยาย ดูดเสียวนุ่มแน่นจนคนตัวโตเกร็งท้อง สะโพกแอ่นรับโดยสัญชาตญาณ
“ปากเธอนี่มันเย็ดกับควยฉันได้โคตรดี” เขาสบถพึมพำ มองภาพตัวเองสอดแทรกเข้าออกปากบางอย่างเงี่ยนจัด ดวงตาคมแดงก่ำด้วยความห้ามใจไม่อยู่
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พิมพ์ชนกชะงัก รัตติกาลแห่งอารมณ์พลันฉีกกระจาย รันรีบรั้งเอวเธอขึ้นมาแนบอก มือปิดปากเธอไว้ก่อนกระซิบราด
“ห้ามเสียงดัง…” ก่อนส่งเสียงเรียบถามคนหน้าห้อง
“คุณชาย… คุณหญิงเรียกไปที่ห้องรับรองส่วนตัวค่ะ พร้อมแขกผู้ใหญ่จากฮ่องกง” เสียงเลขานุการดังลอดเข้ามา
รันนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมวาวโรจน์กลับมาเย็นเยียบเช่นเดิม “ไปบอกว่าผมจะเข้าไป”
สิ้นเสียงฝีเท้าลับหาย เขาค่อยผ่อนมือจากปากเธอ พิมพ์ชนกหอบหายใจระรัว ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความเสียวที่ค้างคา รันก้มมองหน้าเธอ ก่อนจัดการเก็บเนื้อตัวตัวเองอย่างรวดเร็ว แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเย็นชาแบบเจ้าของ
“รอฉันอยู่ในห้องนี้” เขาสั่งพลางติดกระดุม
“ฉันไม่ใช่หมานายนะ ศรัณย์” เธอแหวขึ้น พร้อมจัดชุดตัวเอง
เขาหมุนตัวกลับมากระชากเอวเธอเข้าหาตัวแน่นอีกครั้ง กดจูบหนักหน่วงจนสีลิปสติกเลอะเทอะ ใบหน้าคมกริบดุดันแต่เร่าร้อน
“เธอคือเมียฉัน และเมียฉันต้องรอ” น้ำเสียงดุดันผิดวิสัย พิมพ์ชนกได้แต่มองเขาสาวเท้าออกจากห้องไปโดยไม่รู้ว่าควรโกรธหรือเสียวในอกเสียก่อน
จังหวะเดียวกัน ในห้องรับรองหรูชั้นถัดลงมา กันต์กำลังยืนสนทนากับแขกผู้ใหญ่ ทว่าสายตาคอยกวาดมองหาพิมพ์ชนกไปทั่วทั้งงาน นภาภรณ์เดินมารินไวน์แดงรสเข้มข้นในแก้วคริสตัลให้ ค่อยๆ เอ่ยยิ้มอย่างผู้หญิงมั่นใจในอำนาจของตน
“พ่อหนุ่มกำลังหาพิมพ์อยู่สินะ… เห็นรันจูงเธอขึ้นไปพักใหญ่แล้ว คงได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นในฐานะคู่หมั้น” เธอยั่วเอ่ย ใจงามแบบสตรีสูงศักดิ์ ทว่าดวงตาคมเหลือบประกายท้าทาย
“คุณนภาภรณ์คงรู้ดี ว่าผมไม่ได้เล่นเกมแบบคุณ” กันต์ตอบเสียงสุภาพ ทว่าสายตาไม่ยอมหลบ
“ดีจ้ะ… แต่จำไว้นะพ่อหนุ่ม ว่าเกมนี้มันเดิมพันสูงกว่าความรู้สึกของนาย” เธอยื่นแก้วไวน์ให้พลางยิ้มบาง ดวงตาพราว
สงครามแย่งชิงหญิงสาว เกมธุรกิจ และอำนาจอันตรายกำลังกลืนทุกคนเข้าไปในเงารัตติกาลที่ไม่มีใครรู้ว่าอีกฟากคือสิ้นสุดหรือเริ่มต้น…
⏰ ตอนต่อไป: 05/09 05:40 น.
