ผมชื่อเติ้ล อายุยี่สิบแปด ทำงานฝ่ายการตลาดของบริษัทสินค้าอุปโภคแถวพระรามเก้า โต๊ะทำงานของผมชนกับโต๊ะของเฟิร์นพอดี เธออายุยี่สิบหก ผมยาวประบ่า วันจันทร์ พุธ ศุกร์จะเป็นกระโปรงทรงเอสีเรียบ วันอื่นเป็นกางเกงสแล็คทรงสุภาพ ทุกเช้ากลิ่นน้ำหอมบาง ๆ ของเธอมาก่อนเสียงทักทายเสมอ
เฟิร์นทำงานเก่งแบบคนที่ไม่ต้องยกเสียงให้ใครเหลียว เวลาพรีเซนต์เธอยิ้มได้แม้สไลด์จะยังไม่นิ่ง และรอยยิ้มนั้นแจกให้ทั้งห้อง รวมถึงผมด้วย เราคุยกันตั้งแต่ตัวเลขแคมเปญไปจนถึงซีรีส์ที่ค้างตอน ส่งลิงก์เอกสารหากันทั้งวัน บางเที่ยงก็ก้มสั่งข้าวกล่องคู่กันจนไอเย็นของหน้าจอผสมกลิ่นน้ำจิ้ม
ความใกล้ชิดไม่ได้เริ่มจากประโยคใหญ่โต มันเริ่มจากนิ้วที่ชนกันตอนรับช้อนพลาสติก จากไหล่ที่เฉียดตอนเธอยื่นเมาส์คืน และจากจังหวะที่ผมเหลือบเห็นต้นขาเธอไขว้ใต้โต๊ะ แล้วต้องกลืนคำพูดที่ยังไม่ควรพูด ทุกอย่างหนาขึ้นทีละชั้น โดยทั้งคู่ยังแสร้งว่าเป็นเพียงเพื่อนร่วมแผนกที่เข้ากันได้ดี
วันพฤหัสนั้นงบแคมเปญถูกเร่งจนห้องประชุมแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ ช่วงเช้าทั้งทีมนั่งถกตัวเลขกันจนหัวโต พอ散会เหลือเพียงผมกับเฟิร์นค้างอยู่เพื่อเก็บสไลด์ให้เสร็จก่อนบ่าย เมื่อป้ายพักเที่ยงถูกแขวน คนทั้งชั้นไหลลงไปร้านข้าวด้านล่าง ออฟฟิศเหลือแต่เสียงแอร์กับแสงจอที่ยังไม่ยอมดับ
เฟิร์นเดินมาหยุดที่ขอบโต๊ะผม แฟ้มสีเทาอยู่ในมือ เสียงเธอเบาเหมือนไม่อยากให้แม้แต่เครื่องปริ้นต์ได้ยิน “ข้อมูลตัวจริงอยู่ในห้องเก็บเอกสารชั้นล่างค่ะ พี่เติ้ลลงไปด้วยได้ไหม หนูคนเดียวหยิบไม่ถูกกล่อง”
ผมรับคำโดยไม่ได้ถามต่อ ทั้งที่ในใจรู้ว่าแฟ้มใบนั้นไม่ได้หนักจนต้องใช้สองคน เราเดินลงบันไดหนีไฟเพราะลิฟต์ช้า เสียงส้นเธอก้องในช่องแคบ กลิ่นน้ำหอมจางลงเหลือเพียงความอุ่นของผิวที่เดินนำหน้าผมสองก้าว
ห้องเก็บเอกสารเล็กกว่าที่ผมจำได้ ชั้นเหล็กชิดกันจนไหล่เบียดกล่อง ไฟนีออนเส้นเดียวกระพริบครู่หนึ่งก่อนจะนิ่ง กลิ่นกระดาษเก่า หมึกแห้ง และฝุ่นบาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศที่แทบไม่ถ่ายเท เฟิร์นเดินเข้าไปก่อน แล้วปิดประตู เสียงล็อกจากด้านในดังสั้น ๆ ชัดเจนกว่าเสียงหัวใจผม
ผมหันกลับ เธอยืนชิดกว่าระยะของเพื่อนร่วมงานมาก แสงนีออนทำให้ขอบแก้มเธอดูซีด แต่ตาไม่ซีดตาม “หนูไม่ได้ลงมาเพราะอยากได้แค่แฟ้มค่ะ” ฝ่ามือเธอวางบนเนคไทผม อุ่น และนิ่งอยู่ครู่หนึ่งราวกับให้โอกาสผมถอย
ผมไม่ถอย จูบแรกจึงเกิดขึ้นเร็วและร้อนเกินกว่าที่ห้องแคบจะรับไหว ปากเธอเปิดรับ ลิ้นแตะลิ้นอย่างคนที่กลั้นมานานกว่าหนึ่งประชุม มือผมคลำหาแนวกระดุมเชิ้ตเธอ ผ้าฝ้ายเผยออกทีละเม็ด จนเห็นบราลูกไม้สีขาวรัดทรวงอกที่กำลังขึ้นลงถี่
ผมสอดมือเข้าไปใต้ลายลูกไม้ อุ้งมือเต็มด้วยความนุ่มและน้ำหนักของเธอ หัวนมแข็งขืนปลายนิ้วตั้งแต่ก่อนที่ปากผมจะเอื้อมถึง เมื่อลิ้นแตะยอดสีชมพูนั้น เฟิร์นครางหลุดออกมาแผ่วมาก แล้วรีบกัดริมฝีปากตัวเอง ผนังห้องบาง โถงด้านนอกยังมีเสียงรองเท้าคนเดินผ่านเป็นครั้งคราว
มืออีกข้างของผมเลื่อนจากเอวลงไปตามสะโพก แล้วมุดขึ้นใต้กระโปรงทรงเอ ผ้ากางเกงในอุ่นและเปียกจนติดปลายนิ้ว เธอสะดุ้งทั้งตัว แต่ไม่ผลัก กลับแยกขาให้นิ้วกลางผมล่วงเข้าไปในร่องที่คลึงตัวและร้อนจัด ผนังด้านในบีบนิ้วผมราวกับไม่ยอมให้ถอนง่าย ๆ
“อืม… พี่” เสียงเธอแตกเป็นสองพยางค์ เฟิร์นหันหลังพิงชั้นกล่อง เอกสารหลายแผ่นไหลลงพื้นโดยไม่มีใครเหลียว ผมคุกเข่าบนพื้นซีเมนต์เย็น ดึงกางเกงในสีอ่อนลงถึงข้อพับเข่า แล้วใช้ลิ้นไล่จากต้นขาขึ้นไปจนเจอเม็ดเล็กที่บวมและไวต่อการสัมผัส
รสของเธอจาง หวาน และร้อนอยู่ในปาก ผมดูดช้า ๆ สลับกับลิ้นที่กดเป็นจังหวะ เฟิร์นกดท้ายทอยผมไว้ไม่ให้หนี ขาเริ่มสั่น พับลงเล็กน้อยทุกครั้งที่ผมอมลึกขึ้น เธอเสร็จจากปากผมอย่างแผ่วที่สุดเท่าที่คนจะเสร็จได้ ตัวกระตุก น้ำใสไหลเปื้อนคางผม เสียงที่หลุดออกมาถูกกลืนกลับเข้าลำคอเกือบหมด
เธอก้มลงมองผม แก้มแดงถึงใบหู กระซิบขณะยังหายใจไม่ทัน “หนูกินยาคุมอยู่ ใส่ได้เลย… อย่าให้หนูต้องรอ”
ผมลุกขึ้น ปลดเข็มขัดด้วยมือที่ยังไม่นิ่ง องคชาตเด้งพ้นผ้าในจนเจ็บด้วยความแข็ง เฟิร์นพับกระโปรงขึ้นเอวเอง ขาข้างหนึ่งยกพาดข้อศอกผม ผมประคองสะโพกเธอแล้วสอดเข้าไปช้า ๆ จนสุดลำ ความรัดอุ่นจนผมต้องหยุดหายใจครู่หนึ่ง กลัวว่าถ้าขยับทันทีจะเสร็จก่อนที่เรื่องนี้จะได้เริ่มจริง
จังหวะแรกเนิบและลึก ชั้นเหล็กโยกตามแรงสะโพก กล่องด้านบนส่งเสียงเสียดกันเบา ๆ เฟิร์นพันขาอีกข้างรอบเอวผม เล็บข่วนไหล่ผ่านเสื้อเชิ้ตจนแสบ “อีกหน่อยค่ะ… อย่าเกรงใจหนูเลย” ผมยกสะโพกเธอขึ้นแล้วซอยถี่ขึ้น หัวนมที่หลุดจากบราสะบัดตามแรงกระแทก กระโปรงยับเป็นวงที่เอว เสียงเนื้อชนเนื้อถูกกดให้เบาที่สุดเท่าที่ความอยากจะยอม
เฟิร์นกัดไหล่ผมตอนเสร็จครั้งที่สอง ร่างกายบีบรอบองคชาตเป็นช่วง ๆ แรงจนหัวเข่าผมอ่อน ผมกลั้นไม่ไหว ฝังลึกที่สุดแล้วหลั่งในตัวเธอ ความร้อนวูบจากข้างในจนเธอตัวสั่นอีกครั้ง ผมถอนออกช้า ๆ น้ำขาวข้นไหลตามร่องต้นขาเธอเป็นเส้นบาง
เธอปาดด้วยนิ้วชี้ แล้วยกขึ้นเลียต่อหน้าผมอย่างคนที่รู้ว่ากำลังทำอะไร รอยยิ้มหลัง orgasm แผ่วแต่ชัด “เพื่อนร่วมงานแตกในห้องเอกสาร… ฟังดูเหมือนเรื่องที่ไม่ควรมีในรายงานประจำเดือน” เฟิร์นสวมกางเกงในกลับ เก็บแฟ้มที่อ้างว่าจะมาหยิบ ขณะที่เนคไทผมหลุดหลวม และลมหายใจยังไม่ยอมเป็นจังหวะของคนทำงาน
บ่ายวันนั้นเราเข้าห้องประชุมทีมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เฟิร์นนั่งตรงข้าม ส่งไมค์ให้ผมด้วยรอยยิ้มปกติของนักการตลาด ใต้โต๊ะ ปลายเท้าเธอถูแข้งผมช้า ๆ เป็นเส้นยาว จากข้อเท้าขึ้นไปถึงน่อง องคชาตที่เพิ่งสงบกลับกระดิกในกางเกงจนผมต้องขยับเก้าอี้ หัวหน้าชมว่าสไลด์งบรอบนี้คม ผมตอบรับด้วยเสียงแห้งผาก ความเสียวของเที่ยงยังค้างอยู่ที่ต้นขาและในลิ้น
วันรุ่งขึ้นข้อความในระบบแชทของบริษัทเด้งขึ้นบนจอผม เฟิร์นพิมพ์สั้นมาก “ห้องเดิม เที่ยงครึ่ง ถ้าพี่ว่าง” ผมตอบเพียงคำว่าโอเค แล้วใช้เวลาที่เหลือของเช้าแกล้งจดจ่อกับกราฟ ทั้งที่สายตาเหลือบไปที่ประตูห้องเก็บเอกสารในแผนผังชั้นล่างอยู่เรื่อย
คราวนี้เธอใส่กางเกงสแล็ค ถอดง่ายกว่ากระโปรงที่ต้องพับ เราล็อกประตูจากในเหมือนครั้งแรก เฟิร์นให้ผมนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีขาในมุมห้อง แล้วคร่อมลงมาเองโดยไม่รอให้ผมนำ สแล็คและกางเกงในของเธอถูกถกแค่พอให้องคชาตสอดเข้าไปได้ เสื้อเชิ้ตยังติดกระดุมล่างสองเม็ด หน้าอกเด้งอยู่ในผ้าทุกครั้งที่เธอยกตัว
เธอขย่มช้าในจังหวะแรก ร่องอุ่นรัดเป็นจังหวะ น้ำรักฉ่ำจนเสียงที่รอยต่อดังอับ ๆ ในห้องไม่มีหน้าต่าง ผมบีบสะโพกเธอไว้ ตบก้นเบาหนึ่งครั้งเพื่อบอกว่ายังรับไหว เฟิร์นครางกลั้น หน้าซบไหล่ผม เสร็จจนตัวสั่นก่อนจะกระซิบให้พลิก
ผมให้เธอหันพิงชั้นกล่อง ฝ่ามือยันขอบไม้ แล้วเข้าจากด้านหลัง แรงกว่าตอนเธออยู่บนตัก เพราะท่านี้ลึกและตรงกว่า เฟิร์นกัดแขนตัวเองทุกครั้งที่เสียงเกือบหลุด ผมกระแทกจนเอกสารในกล่องไถล แล้วหลั่งในอีกครั้ง ความร้อนไหลย้อนออกมาเปื้อนต้นขา เราเช็ดพื้นกับรอยบนผิวเธอด้วยทิชชู่ เปิดไฟให้สว่างเป็นปกติ ถือแฟ้มเดินออกไปคนละจังหวะ ราวกับเพิ่งไปค้นใบเสนอราคา
ตั้งแต่นั้นเที่ยงบางวันก็มีปฏิทินที่ไม่มีในระบบนัดของบริษัท ห้องเก็บเอกสารบ้าง ห้องพิมพ์ชั้นล่างบ้าง บางครั้งเป็นห้องน้ำคนพิการที่ล็อกได้และไม่มีใครใช้ช่วงคนลงไปกินข้าว เฟิร์นชอบขย่ม ชอบให้ผมเห็นน้ำรักของเธอเปียกโคน ชอบให้ผมตบก้นเบา ๆ แล้วกระซิบว่าเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้สุภาพตอนประชุม แต่ดื้อเวลาประตูล็อก เพื่อนร่วมงานคนไหนก็ไม่ควรรู้ และเราไม่เคยย้ายบทสนทนาพวกนี้ออกไปนอกแชทของบริษัท
มีอยู่ครั้งที่บิ๊ก เพื่อนร่วมแผนก ผลักประตูห้องเอกสารตอนปากเรายังไม่ทันแยกจากกัน เฟิร์นหมุนตัวคว้าแฟ้มขึ้นมาทันที ผมทรุดตัวยอง ๆ ทำเป็นควานหาใบเสร็จเก่าใต้ชั้นล่าง หัวใจชนซี่โครงแรงจนคลื่นไส้ บิ๊กถามหาไฟล์สต็อกงานพิมพ์ เราส่งแฟ้มให้ด้วยมือที่สั่นทั้งคู่ พอประตูปิดเฟิร์นหัวเราะจนต้องก้มหน้า แล้วดึงผมให้เสียบต่อจนเสร็จ โดยไม่ยอมให้ความกลัวกลบความอยาก
รายละเอียดที่ผมจำได้ไม่ใช่ตัวเลขในแฟ้ม มันคือกลิ่นกระดาษเก่าที่ปนกับกลิ่นร่องของเธอ เสียงกระซิบหลังชั้นกล่องที่บอกว่าเบา ๆ อย่าเรียกชื่อตอนยังสอดอยู่ รอยแดงที่ต้นขาจากขอบกล่องที่เธอเบียดจนช้ำ และอาการแข็งขึ้นกลางออฟฟิศทุกครั้งที่ใครยื่นแฟ้มงบมาวางบนโต๊ะผม
วันที่มีนัด เฟิร์นเริ่มใส่กางเกงในน้อยลง บางวันไม่ใส่เลย กระโปรงทรงเอกลายเป็นทางลัดที่ผมรู้ดีกว่าใครในชั้นนั้น ระหว่างประชุมเธอยืนส่งรีโมตให้หัวหน้า ต้นขาเคลื่อนผ่านใกล้ไหล่ผมจนความร้อนแผ่ลงมาถึงคอ ผมนั่งนิ่ง ทำหน้าเป็นคนฟังยอดขาย ทั้งที่ใต้โปรโตคอลของบริษัทมีอีกเรื่องหนึ่งกำลังเต้นอยู่
เที่ยงวันฝน ทีมสั่งเดลิเวอรีกันทั้งชั้น แพนทรี่เหลือเราเพียงสองคนกับเสียงกาต้มน้ำ เฟิร์นสบตาผมครู่เดียวแล้วเดินเข้าห้องเก็บของแห้ง ผมตามไป เธอล็อกกลอนเสียงเบา ยืนยกขาข้างหนึ่งพาดชั้นขนมกรอบ กระโปรงร่นขึ้นเองเพราะไม่มีอะไรขวาง ผมสอดเข้าไปในท่ายืน กระแทกสั้นและถี่ เพราะเวลาไม่เหลือมาก
เธอเสร็จเร็ว น้ำรักไหลเปื้อนข้อมือผม ผมหลั่งในขณะที่ปากเธออ้าค้างไร้เสียง เฟิร์นปาดต้นขา จัดกระโปรง ล้างมือที่ซิงก์แพนทรี่ แล้วเดินออกไปรับกล่องข้าวด้วยใบหน้าของคนที่แค่หิว ผมยืนอีกสามสิบวินาทีกว่าจะกล้าเปิดประตูตาม
อีกวันหนึ่งลูกค้าเข้ามาฟังพรีเซนต์ในห้องกระจก เฟิร์นนั่งจดอยู่ข้างผม เท้าของเธอถูแข้งผมยาวและต่อเนื่องจนสมาธิแทบไม่เหลือ นิ้วผมลอดใต้โต๊ะ คลึงต้นขาด้านในของเธอผ่านรอยแยกกระโปรง จนไปเจอความอุ่นที่ไม่มีผ้าชั้นในกั้น ลูกค้าพูดถึงยอดขายรายภูมิภาค ผมตอบด้วยปากแห้ง องคชาตแข็งจนเจ็บขอบซิป
พอลูกค้าลาไป เฟิร์นไม่รอให้เราลงไปห้องเอกสาร เธอดึงข้อมือผมเข้าห้องทำงานส่วนตัว ปิดมู่ลี่จนแสงพระรามเก้าเหลือแค่เส้นบาง แล้วคร่อมเก้าอี้หนังที่ผมเพิ่งนั่งประชุม ขย่มช้า เสื้อเชิ้ตหลุดจากไหล่ข้างหนึ่ง หน้าอกเด้งใกล้ปากจนผมกัดหัวนมเบา ๆ เธอเสร็จโดยซบหน้าผากกับหน้าผากผม ผมหลั่งในขณะที่มือยังกอดเอวเธอไว้
เฟิร์นทรุดลงบนอก เสียงอ่อยแต่ชัด “หนูไม่ได้อยากได้พี่ในฐานะเพื่อนโต๊ะอีกแล้วนะ” ผมจูบผากเธอ กลืนคำที่ยังให้คำตอบไม่ได้ แล้วกระซิบกลับไปว่า “อย่าเพิ่งตั้งชื่อให้เรื่องนี้ ขอแค่ยังล็อกประตูหากันได้”
หลังจากนั้นความสัมพันธ์นอกตารางก็แน่นจนผมเดินพลาดจังหวะได้ง่าย วันหนึ่งผมไปกินข้าวกับสาวฝ่ายขายเพราะงานเร่ง เฟิร์นไม่พูดอะไรในที่ประชุม แต่สายตาเย็นกว่าแอร์ทั้งชั้น เย็นนั้นเธอนัดผมที่โรงแรมรายวันใกล้สถานีบีทีเอส ห้องเล็ก ผ้าม่านหนา เธอไม่ยอมให้ผมอ่อนโยนแบบเที่ยง
เราเย็ดกันแรงกว่าทุกครั้งในออฟฟิศ ผมตบก้นเธอจนแดง ซอยลึกในท่าที่เธอกางขาบนเตียงจนกว่าจะหมดคำสุภาพ เฟิร์นร้องไห้เพราะเสียว ไม่ใช่เพราะเจ็บ แขนโอบคอผมไว้แล้วเรียกซ้ำว่าพี่ของหนู ผมกอดเธอจนหายสั่น กระซิบว่าในบริษัทนี้มีแค่เราสองคนที่รู้ว่าใต้แฟ้มงบมีอะไรซ่อนอยู่
อีกไม่กี่วันเอชอาร์ประกาศว่าจะติดกล้องเพิ่มที่โถงชั้นเอกสาร เราย้ายนัดลงชั้นจอดรถโดยไม่ต้องเขียนเป็นข้อตกลง หลังเสาค่อมมุมอับ เฟิร์นหันหน้าเข้าคอนกรีต กระโปรงถูกยก ผมยืนเสียบจากด้านหลัง มือหนึ่งปิดปากเธอ รปภ.เดินผ่านในระยะราวสิบเมตร ไฟฉายกวาดแต่ไม่เลี้ยวเข้ามุม หัวใจผมเต้นดังจนกลัวว่าคนนั้นจะได้ยิน
พอเสร็จ น้ำขาวเปื้อนขอบกระโปรงด้านใน เฟิร์นสวมเสื้อคลุมทับก่อนกดลิฟต์ เราขึ้นคนละรอบ เข้าออฟฟิศด้วยสีหน้าเรียบ และไม่มีใครถามว่าทำไมเที่ยงวันนั้นทั้งคู่ถึงหายไปนานกว่าปกติสิบนาที
บ่ายวันหยุดบริษัท ผมเรียกเฟิร์นมาเคลียร์ไฟล์ทั้งที่งานไม่ได้ด่วนขนาดนั้น ออฟฟิศโล่งจนได้ยินเสียงลิฟต์ทุกครั้งที่ประตูเปิด เธอใส่เดรสสั้น สะโพกขยับใต้ผ้าโดยไม่มีขอบกางเกงในให้เดา เฟิร์นให้ผมนั่งที่เก้าอี้ทำงาน แล้วคลานเข้าไปใต้โต๊ะ ก้มใช้ปากรับองคชาตจนผมต้องกำขอบไม้ไว้
จากนั้นเธอขึ้นมาคร่อมบนโต๊ะทำงาน กระดาษโปรยลงพื้นตามจังหวะขย่ม เดรสหลุดจากไหล่ทั้งสองข้าง ผมจับเอวเธอแล้วสอดขึ้นรับทุกครั้งที่เธอนั่งลงจนสุด เฟิร์นเสร็จก่อน ตัวงอพับบนอกผม ผมตามหลั่งในไม่กี่จังหวะถัดมา ก่อนจะแยกกัน เธอเขียนโพสต์อิทแผ่นเล็กติดขอบจอผม ข้อความมีเพียงคำว่า “เพื่อนโต๊ะ เคลียร์ยอดแล้ว”
เมื่อเวลาผ่านไปเดือนหนึ่ง ทีมเริ่มกระซิบเบา ๆ ว่าเฟิร์นอยู่ใกล้เติ้ลผิดปกติ เธอจึงลดการแตะต้องตอนกลางวัน ยิ้มห่างขึ้นหนึ่งคืบ ส่งเอกสารโดยไม่ให้ปลายนิ้วชนกัน แต่ความแรงของพักเที่ยงและหลังเลิกงานเพิ่มขึ้นสวนทาง โรงแรมรายวันกลายเป็นที่ที่เราได้เปลือยเต็มตัว ท่าหมาบ้าง ท่าคว่ำบนเตียงบ้าง น้ำของเธอพุ่งเปื้อนผ้า ผมหลั่งในทุกครั้ง แล้วเราอาบน้ำร่วมกันโดยยังไม่ยอมพูดถึงคำว่าคบ
ผมรู้ว่าเรื่องนี้ผิดทั้งจรรยาบรรณและผิดต่อใจที่ควรจะหยุดให้ได้ แต่ทุกครั้งที่เฟิร์นวางแฟ้มแล้วปลายนิ้วแตะนิ้วผม ความผิดก็แพ้ความเงี่ยนอยู่ในวินาทีเดียว บนชั้นไม้ในห้องเอกสารยังมีรอยครูดเล็ก ๆ จากวันแรกที่เธอเบียดจนเอกสารไหล ไม่มีใครถามว่ารอยนั้นมาจากอะไร มีเพียงเราสองคนที่รู้
ก่อนเฟิร์นได้โปรโมตเป็นซีเนียร์ เธอเข้ามาในห้องผมหลังคนทั้งชั้นกลับหมด น้ำตาคลอแต่ยังไม่ไหล “หนูต้องย้ายโปรเจกต์ค่ะ นัดกันจะยากขึ้น” ผมกอดเธอก่อนจะพูดอะไรเป็นประโยชน์ แล้วเราเย็ดกันช้าบนโซฟารับแขก เสื้อผ้าไม่ถอดหมด เพียงแค่พอให้สอดได้ลึกและอยู่ได้นาน ผมหลั่งในขณะที่ปากจูบขมับเธอ กอดต่ออีกนานหลังเสร็จ แล้วกระซิบว่าถ้าพี่ทักเมื่อไหร่ ยังล็อกประตูให้ได้
เรื่องของเพื่อนร่วมงานที่ขย่มกันในห้องเก็บเอกสารตอนพักเที่ยง ไม่ได้จบที่แฟ้มงบวันพฤหัสนั้น มันกลายเป็นปฏิทินลับที่มีกลิ่นน้ำหอม กระโปรงทรงเอ และร่องอุ่นที่รอเมื่อโถงว่างกับป้ายพักเที่ยงยังแขวนอยู่ที่ประตู
ต่อหน้าทุกคน เติ้ลก็ยังเป็นเพื่อนโต๊ะที่ยิ้มในที่ประชุม เฟิร์นก็ยังเป็นสาวการตลาดที่พรีเซนต์ได้คมโดยไม่สะดุด และยังมีบางเที่ยงที่ชั้นกล่องโยก น้ำขาวไหลตามต้นขา โพสต์อิทแผ่นเล็กซ่อนในลิ้นชัก และประโยค “ไปหยิบแฟ้ม” ที่ระหว่างเราสองคนแปลว่าวันนี้เธอไม่ได้ใส่กางเกงใน
ท้ายไตรมาสแคมเปญปังเกินเป้า เฟิร์นได้โบนัส ผมได้คำชมต่อหน้าทีม หลังเลิกงานเราลงไปห้องเอกสารอีกครั้งโดยไม่นัดเป็นข้อความยาว เธอคร่อมบนตักผม ขย่มช้าก่อนจะเร่งจนหน้าอกเด้งหลุดจังหวะ เสร็จตัวสั่นคาอ้อมแขน ผมหลั่งในตามหลังไม่กี่วินาที เฟิร์นหัวเราะแผ่วข้างหู “โบนัสพิเศษของหนู ไม่มีในสลิป” แล้วเก็บกระโปรง เปิดไฟ ทำเป็นควานหาใบเสร็จก่อนเดินออก
เช้าวันจันทร์เฟิร์นวางกาแฟถ้วยโปรดของผมลงบนจานรอง นิ้วแตะขอบถ้วยค้างไว้นานกว่าที่คนส่งของจะทำ ผมมองจอ แล้วมองเธอ ความเสียวของเที่ยงก่อนยังเหมือนค้างอยู่ตามร่องนิ้ว เธอยิ้มบาง ๆ แบบเพื่อนร่วมงาน แล้วเดินกลับไปโต๊ะตัวเอง ในใจผมรู้ว่าพฤหัสนี้ห้องเดิมจะถูกล็อกจากด้านในอีกครั้ง
บางเที่ยงเฟิร์นค้างออฟฟิศโดยอ้างว่าต้องเคลียร์ยอด ผมกลับจากซื้อกาแฟขึ้นมาเจอเธอนั่งเก้าอี้ในห้องเอกสาร กระโปรงเรียบ ขาไขว้ แต่ด้านในว่างเปล่า เธอเรียกให้ปิดไฟก่อนจะคร่อม ขย่มในความมืดที่เหลือเพียงแสงลอดช่องประตู น้ำรักไหลเปื้อนโคนผมจนเสียงดังอับ ผมหลั่งในขณะกอดเธอไว้ แล้วเราแยกกันก่อนทีมจะเดินกลับจากร้านข้าวพร้อมกล่องเปล่า
บิ๊กเกือบเปิดประตูใส่เราอีกครั้งในอีกสัปดาห์ถัดมา เฟิร์นรีบดึงกระโปรงลง ผมเปิดแล็ปท็อปทำเป็นคุยไฟล์ทั้งที่หน้าจอยังไม่ทันติด บิ๊กโผล่มาถามสต็อกใบปลิว เราส่งกล่องให้ด้วยมือสั่นแบบเดิม พอประตูปิดเฟิร์นหัวเราะจนน้ำตาไหล แล้วให้ผมเสียบต่อจนเสร็จ โดยกระซิบว่าคราวหน้าต้องฟังเสียงฝีเท้านานกว่านี้
ผมเคยชวนเฟิร์นไปทานข้าวนอกบริษัทในวันที่อยากเห็นเธอโดยไม่มีป้ายชื่อติดอก เธอนั่งไขว่ห้าง เท้าถูแข้งผมใต้ผ้าปูโต๊ะตลอดมื้อ หลังอาหารเราไม่ได้กลับทันที ขึ้นรถในลานจอดห้าง กระโปรงยับที่เอว เธอนั่งคร่อมเบาะคนขับ มือกดปากตัวเอง ผมหลั่งในขณะที่ไฟลานจอดกระพริบเป็นจังหวะ จากนั้นเราขับกลับคนละคัน ความลับยังแน่นเหมือนเนคไทที่เธอเคยรูดในวันแรก
งานปีใหม่บริษัท เฟิร์นใส่ชุดกากเพชรสั้น เต้นกับทีมใต้ไฟสีจนหลายคนเมาและลืมตัวเลขทั้งปี ผมยืนอยู่มุมห้อง ดูเธอหัวเราะกับคนอื่นโดยยังรู้ว่าใต้ชายกระโปรงนั้นเป็นของกลางคืนของผมคนเดียว เมื่อทุกคนเริ่มแยกย้าย เรายังแอบกลับลงห้องเอกสาร เย็ดกันท่ายืนพิงชั้นเหล็ก น้ำขาวไหลตามขาเธอลงไปถึงข้อเท้า
เฟิร์นกระซิบขณะยังหายใจไม่สม่ำเสมอ “ปีนี้หนูขอโบนัสแบบเดิมนะคะ” ผมซอยต่อจนเธอเสร็จอีกครั้ง โดยไม่ตอบเป็นคำ พอแยกตัว ชุดกากเพชรยับ แต่รอยยิ้มของเธอเรียบพอที่จะขึ้นลิฟต์ไปสมทบคนที่ยังรอแท็กซี่ได้
ต่อหน้าทุกคนผมยังเรียกเธอว่าเฟิร์น ยังส่งสไลด์ให้เธอด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ตอนที่องคชาตอยู่ในตัวเธอ ผมกระซิบชื่อนั้นติดหูจนเธอตัวอ่อน ความเสียวของเพื่อนร่วมงานวนกลับมาทุกพักเที่ยงที่โถงว่าง ทุกครั้งที่แฟ้มงบถูกยื่นมา และทุกครั้งที่ได้ยินเสียงล็อกจากด้านในของประตูห้องที่คนทั้งชั้นคิดว่ามีแต่กระดาษ
ก่อนเธอจะย้ายโปรเจกต์จริง เฟิร์นแอบวางกุญแจสำรองของห้องเอกสารไว้ในลิ้นชักล่างของผม ใช้เมื่อประตูหลักถูกเปลี่ยนรอบหรือเมื่อคนอื่นยังวนอยู่ใกล้โถง ข้อความลับไม่ได้อยู่ในแชทส่วนตัว มันซ่อนในโน้ตงาน หัวข้อว่า “สรุปสต็อก” แปลว่าวันนี้เที่ยงพร้อม ผมยิ้มในใจทุกครั้งที่เห็นหัวข้อนั้นโผล่ในคิวเอกสาร
คืนหนึ่งฝนตก รถติดบนทางขึ้นชั้นจอด เรานั่งในรถผมโดยอ้างว่าคุยไฟล์ต่อ เฟิร์นรูดซิปกางเกงผม ก้มลงใช้ปากครู่หนึ่งจนผมเกือบลืมว่ากระจกไม่ได้ทึบทั้งหมด แล้วคร่อมเบาะคนขับ ขย่มสั้นเพราะกลัวคนเดินผ่าน เสร็จทั้งคู่ในเวลาไม่กี่นาที เธอปาดด้วยทิชชู่ จัดเสื้อ แล้วขึ้นลิฟต์คนละรอบ เข้าออฟฟิศด้วยใบหน้าเรียบเหมือนเพิ่งจบประชุมสาย
มีเย็นหนึ่งเฟิร์นถามตรง ๆ ขณะเรานั่งร้านอาหารที่ไม่มีใครจากบริษัท “ถ้าวันหนึ่งคนใดคนหนึ่งไปคบใครจริง ๆ เราจะหยุดไหม” ผมมองเธอแล้วตอบตามที่ใจเชื่อตอนนั้น “ถ้าเธอยังอยาก ผมก็ยังอยาก” เฟิร์นยิ้มมุมปาก “งั้นหนูคงไม่รีบไปคบใครง่าย ๆ” มือเธอเลื่อนมาวางบนต้นขาผมใต้โต๊ะ และอยู่ตรงนั้นจนของหวานมาถึง
จนถึงวันนี้ เฟิร์นยังส่งแฟ้มตรงเวลา ยังยิ้มในที่ประชุมอย่างสาวการตลาดที่ใครก็ชม และยังมีบางเที่ยงที่ห้องเก็บเอกสารกลับมาร้อนอีกครั้ง ร่องของเธอเปียกก่อนที่ประตูจะล็อกสนิท องคชาตผมแข็งตั้งแต่เห็นหัวข้อสรุปสต็อก เธอครางชื่อพี่เติ้ลในที่มืด แล้วบ่ายวันเดียวกันก็เรียกผมว่าพี่อย่างสุภาพต่อหน้าทีม
ผมยังเซ็นเอกสารด้วยมือที่เคยจับเอวเธอ ยังเดินผ่านห้องเอกสารที่เคยมีน้ำรักเปื้อนขอบชั้น และยังแอบยิ้มเมื่อใครพูดว่าทีมการตลาดโอทีช่วงพักเที่ยงเก่งเป็นพิเศษ ความลับใต้แฟ้มงบยังอุ่นทุกแคมเปญ ทุกครั้งที่โถงว่าง และทุกครั้งที่เฟิร์นมองผมข้ามจอก่อนจะเดินลงบันไดโดยไม่ต้องนัดเป็นประโยคยาว
