เรื่องเสียว สาวร้านสะดวกซื้อแอบเย็ดหนุ่มเวรดึกในห้องหลังร้าน | ThaiXTale

สาวร้านสะดวกซื้อแอบเย็ดหนุ่มเวรดึกในห้องหลังร้าน

🔤 ขนาดตัวหนังสือ:
💬 LINE𝕏
📖 คุณกำลังอ่าน: เรื่องเสียว 18+ หมวดหมู่ เย็ดหี เรื่องเล่าบน ThaiXTale

ผมชื่อแชมป์ อายุยี่สิบสี่ เวรดึกของห้างใกล้บ้านกินเวลาผมจนเกือบสว่าง กว่าจะวางเครื่องสแกนสินค้าชิ้นสุดท้ายลงก็ปาเข้าไปตีสอง ร่างกายเหนื่อยแต่หัวยังไม่ยอมหลับ ทางกลับห้องเช่าจึงมีจุดแวะประจำอยู่เสมอ คือร้านสะดวกซื้อปากซอยที่ไฟนีออนยังสว่างตัดฝนและตัดความเงียบของถนน

ทุกคืนผมเดินเข้าไปด้วยเรื่องเดิม กาแฟกระป๋องกับขนมปังแผ่นเดียว พอเป็นพิธีกรรมที่ทำให้วันงานจบลงอย่างนุ่มนวล พนักงานที่ยืนหลังเคาน์เตอร์คนนั้นชื่อมุก อายุยี่สิบสอง ผมสั้นเสยไว้ข้างหู เอี๊ยมร้านคาดทับเสื้อยืดสีอ่อน ยามร้านโล่งเธอยิ้มบาง ๆ แบบคนที่ชินกับความว่างมากกว่าชินกับผู้คน

มุกจำออเดอร์ผมได้ตั้งแต่อาทิตย์ที่สอง กระป๋องสีเข้ม ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ถามซ้ำว่าจะอุ่นไหม เพราะรู้ว่าผมเปิดดื่มตอนเดินออกไปอยู่แล้ว บางคืนเราแลกประโยคสั้นเกินกว่าจะเรียกว่าคุย งานวันนี้หนักหรือเปล่า ฝนข้างนอกเริ่มตกหรือยัง แต่ละคำสั้นพอให้วางบนเคาน์เตอร์ได้โดยไม่เกะกะ

กลิ่นจากห้องหลังลอยมาจาง ๆ ทุกครั้งที่ประตูบานเลื่อนเปิดค้าง เป็นไอผ้าที่เพิ่งผ่านเครื่องซัก ปนน้ำหอมบางอย่างที่ติดตัวเธอ ไม่หวานจัด ไม่ฉุน แค่พอให้รู้ว่าใต้เอี๊ยมมีคนตัวจริงยืนอยู่ ผมเริ่มเลื่อนเวลาที่แวะออกไปทีละนิด ยอมให้กาแฟเย็นลงอีกหน่อย เพื่อแลกกับช่วงที่เคาน์เตอร์ว่างพอให้ยืนฟังเสียงเธอได้นานขึ้น

คืนศุกร์ฝนโปรยไม่ขาดสาย ลูกค้าหายไปตั้งแต่หลังเที่ยงคืน เข็มนาฬิกาคล้อยไปทางตีหนึ่ง มุกเงยหน้ามองจอมอนิเตอร์วงจรปิดครู่หนึ่ง แล้วเหลือบตามาที่ผม เสียงเธอเบาจนเกือบกลบด้วยเสียงตู้แช่

“พี่แชมป์รออีกแป๊บได้ไหม ช่วยยกแพ็กน้ำเข้าห้องหลังให้หน่อยได้เปล่า วันนี้ของมาดึก หนูยกคนเดียวไม่ไหว”

ผมพยักโดยไม่ถามรายละเอียด เธอเปิดประตูบานพับให้ ทางเดินแคบมีกลิ่นพลาสติกใหม่ปนกระดาษลูกฟูก แพ็กน้ำเย็นจนฝ่ามือชา ผมยกเข้าไปวางซ้อนตามที่เธอชี้ พอใบสุดท้ายลงพื้น มุกเอื้อมมือผลักกลอนจากด้านใน เสียงล็อกดังสั้น ๆ แล้วไฟในห้องเหลือเพียงเส้นนีออนเส้นเดียว สีขาวนวล พาดผ่านไหล่เธอกับมุมลัง

ห้องหลังเล็กกว่าที่คิด แพ็กน้ำกองชิดผนัง กล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเรียงเป็นแถวสูงถึงเอว กลิ่นพลาสติกอบอ้าว มุกสอดนิ้วปลดสายเอี๊ยม ปล่อยให้ผ้าหล่นพับอยู่ที่ข้อศอก เหลือเสื้อยืดบางที่เห็นโครงตัวชัด และกางเกงขาสั้นสีเข้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เกาะที่โคนคอเธอ แสงเส้นนั้นทำให้ผิวดูอุ่นเกินกว่าอากาศในร้าน

เธอยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนเอ่ย เสียงแหบกว่าตอนยืนคิดเงิน “ร้านว่างทั้งซอยแล้ว กล้องในห้องนี้ดับมาสองวัน ช่างยังไม่มาเปลี่ยน หนู…ทนมาหลายคืนแล้ว พอเห็นพี่เดินเข้ามาทีไร ข้างในมันร้อนจนทำงานไม่รู้เรื่อง”

ฝ่ามือเธอวางลงบนกึ่งกลางอกผม อุ่นและสั่นนิด ๆ ไม่ได้ผลัก ไม่ได้ชักนำ แค่ทาบไว้เหมือนขออนุญาต ผมได้กลิ่นน้ำหอมใกล้ขึ้น ปนไอผ้าและไอเหงื่อจาง ๆ ของคนยืนขายของทั้งคืน หัวใจผมเต้นแรงจนน่าจะดังถึงฝ่ามือเธอ

จูบแรกเกิดหลังแพ็กน้ำสูงกว่าหัวเราเล็กน้อย ริมฝีปากมุกนุ่มแต่เร่งร้อน ลิ้นเธอแตะมาก่อน ชุ่มและไม่ลังเล มือผมมุดชายเสื้อยืดขึ้น พบบหน้าอกเล็กที่พอดีฝ่ามือ หัวนมตั้งแข็งตั้งแต่ก่อนถูกสัมผัส พอลิ้นผมแตะยอดนั้น เธอสะดุ้งแล้วกลั้นเสียงไว้ที่ลำคอ เหลือเพียงลมหายใจขาดเป็นจังหวะ

“เบา ๆ นะพี่” เธอกระซิบชิดหู “ด้านหน้าประตูยังเปิดอยู่ ถ้ามีคนเดินเข้ามา กระดิ่งจะดังก่อนที่เราจะรู้ตัว”

คำเตือนนั้นกลับทำให้ทุกอย่างคมขึ้น ผมเลื่อนมือลงตามเอว ลอดขอบกางเกงขาสั้นเข้าไป ผ้าชั้นในของเธอชื้นจนติดนิ้ว อุ่นและนุ่ม นิ้วกลางแทรกเข้าในร่องที่คลายรออยู่แล้ว ผนังด้านในรัดอุ่น บีบนิ้วเป็นจังหวะสั้น ๆ ราวกับเธอกลั้นมานานกว่าที่ปากยอมรับ

“อืม…พี่” มุกแอ่นสะโพกเข้าหา แยกขาพิงขอบลัง เข่าอ่อนจนต้องยันไม้ด้วยศอก ผมดึงกางเกงชั้นในลงถึงข้อพับ กลีบเนื้อเปล่งประกายใต้ไฟเส้นเดียว เม็ดสวาทบวมเล็กน้อย ผมก้มลงแตะด้วยลิ้นช้า ๆ รสหวานจางปนเค็มของคนที่ตื่นตัวเต็มที่ เธอสอดนิ้วเข้าผมผม กดเบา ๆ ไม่ใช่บังคับ แต่เหมือนกลัวว่าผมจะหยุดกลางทาง

ขาเธอสั่นเมื่อลิ้นกดวนที่จุดเดิม เสียงที่หลุดออกมาเป็นเพียงคำขาด ๆ ไม่เป็นประโยค แล้วทั้งตัวเธอก็เกร็ง น้ำอุ่นพุ่งแตะปลายลิ้นเป็นระลอกสั้น เธอเสร็จอย่างแผ่ว ตัวสั่นพิงลังไว้ไม่อยากส่งเสียง ผมยังไม่ทันได้ลุกเต็มตัว

กระดิ่งหน้าร้านก็ดังกังวานตัดความเงียบ

มุกลืมตาโพลง รีบดึงกางเกงขาสั้นขึ้นด้วยมือที่ยังไม่มั่น หน้าแดงจนถึงใบหู “อยู่หลังลังนะ อย่าออกมา” เธอสะบัดเอี๊ยมคลุมตัวคร่าว ๆ แล้วผลักประตูออกไปอย่างคนที่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังอยู่ในเวร ผมย่อตัวหลังแพ็กน้ำ ได้ยินเสียงเธอทักทายลูกค้าด้วยน้ำเสียงปกติเกือบสนิท เกือบเท่านั้น เพราะท้ายประโยคยังมีลมหายใจสั้นอยู่

ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็กลับเข้ามา แก้มยังแดง ริมฝีปากเปียกเพราะเผลอเม้มแรง เธอล็อกกลอนอีกครั้ง แล้วยืนค้ำผมที่ยังย่ออยู่ มองจากข้างบนลงมาด้วยตาที่ไม่ได้สงบลงเลย

“เขาไปแล้ว” เสียงเธอต่ำ “ใส่ได้เลย พี่ หนูกินยาอยู่ทุกวัน ไม่อยากให้จบแค่เมื่อกี้”

ผมลุกขึ้นปลดซิป ของแข็งที่ถูกกดมาตั้งแต่จูบแรกดีดพ้นผ้าใน เธอหันหลังพิงลัง ดึงกางเกงลงเพียงพอ แล้วยื่นสะโพกมาหา ผมประคองตัวเองทาบที่ปากทางอุ่น ๆ ก่อนดันช้าจนมิดโคน ความรัดนั้นแน่นและร้อนจนผมต้องหยุดหายใจครู่หนึ่ง ผนังด้านในกระตุกดูดเหมือนต้อนรับ

จังหวะแรกเนิบและลึก ลังไม้โยกตามแรงสะโพกเป็นครั้งคราว เสียงเนื้อกระทบกันเบามากเพราะเราทั้งคู่เกรงกระดิ่ง มุกเงยคอ เสื้อยืดไถขึ้นเผยหน้าอกที่ไหวตามจังหวะ เธอเอื้อมมือมาเกี่ยวคอผม กระซิบชิดกราม

“แรงกว่านี้ได้…หนูอยากรู้สึกให้ชัด ก่อนมีใครเดินเข้ามาอีก”

ผมกุมเอวเธอแล้วซอยถี่ขึ้น ของแข็งครูดลึกจนสุดทุกครั้ง หน้าอกเล็กสะบัดใต้ผ้าบาง เสียงเนื้อชนกันดังพอให้ได้ยินในห้องแคบ แต่ไม่ลอดประตู เธอมาก่อนผม ช่องทางบีบรัดเป็นคลื่น น้ำอุ่นหลั่งอาบโคนจนลื่น ขาพันหลังผมแน่นเหมือนไม่อยากให้ถอนออก

ผมฝังลึกค้างไว้เมื่อถึงที่สุด ความร้อนวูบพุ่งเข้าไปในตัวเธอเป็นชุดยาว เธอครางในลำคอคำเดียวแล้วตัวอ่อนลงพิงลัง ผมถอนออกช้า น้ำขาวข้นไหลตามร่องต้นขาเธอเป็นเส้นบาง มุกใช้นิ้วกลางปาดขึ้นมา แล้วยื่นลิ้นแตะอย่างคนที่ยังเมาจากเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ทำเป็นเล่น ไม่ได้เขินจนหยุด

เธอหัวเราะแผ่ว ๆ หน้าผากชนอกผม “เวรดึกแบบนี้ ถ้ามีใครรู้ว่าพนักงานคิดเงินเพิ่งโดนแตกในห้องสต็อก คงไม่มีใครเชื่อ”

จากนั้นเธอสวมเอี๊ยมกลับอย่างคล่อง หยิบไม้ถูพื้นเช็ดรอยที่เราไม่ทันระวัง เปิดกลอน แล้วเดินออกไปจัดชั้นขนมราวกับเพิ่งยกของเสร็จ ผมออกตามไปทีหลัง ถือกาแฟกระป๋องใบเดิมที่ยังไม่ทันเปิด เดินพ้นประตูกระจกด้วยขาที่ยังไม่เป็นจังหวะของคนปกติ

คืนที่ร้านว่างหลังจากนั้นไม่ใช่ความบังเอิญอีกต่อไป เราไม่นัดด้วยคำตรง ๆ แค่สบตากันตอนผมวางกระป๋องบนเคาน์เตอร์ ถ้าหลังตีหนึ่งแล้วยังไม่มีใคร มุกจะเอียงหัวไปทางห้องหลังเล็กน้อย บางคืนเราไม่ได้อยู่ข้างลังน้ำ เธอพาผมเข้าห้องแช่ที่ปิดไฟ ไอเย็นแตะผิวตอนเสื้อถูกดึงขึ้น ทำให้หัวนมเธอแข็งก่อนที่มือผมจะไปถึง และทุกเสียงครางถูกกลืนด้วยเสียงคอมเพรสเซอร์

มีคืนหนึ่งเธอให้นั่งบนเก้าอี้พลาสติกขาเหล็กหลังชั้นสินค้า ตัวเธอคร่อมโดยไม่ถอดเสื้อยืด แค่เลื่อนกางเกงขาสั้นไปด้านข้าง แล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงรับของแข็งจนสุดโคน มุกขยับเอวช้าในตอนแรก ช่องทางรัดจังหวะละน้อย น้ำเงี่ยนทำให้เบาะพลาสติกเงาเป็นวง หน้าอกเด้งใต้ผ้าทุกครั้งที่เธอยกตัวแล้วกดลง ผมกุมสะโพกช่วยรับน้ำหนัก ตบก้นกลมเบา ๆ ครั้งหนึ่ง เธอสะดุ้งแล้วยิ้มแบบคนถูกจับได้ว่าแกล้งดื้อ

“พนักงานดีนะ” ผมกระซิบ “แต่พออยู่หลังประตูล็อก ดื้อทุกที”

เธอกัดริมฝีปากกลั้นเสียง ขย่มถี่ขึ้นจนขาเก้าอี้ครูดพื้น ตัวสั่นเสร็จคาตักผม ก่อนจะลุกขึ้นพลิกตัวไปยันแพ็กน้ำ ผมยืนกระแทกจากด้านหลังแรงกว่าทุกจังหวะที่ผ่านมา สะโพกเธอแดงที่ขอบลังไม้ ช่องทางบีบเมื่อน้ำอุ่นของผมพุ่งลึกอีกครั้ง พอเสร็จเธอเช็ดพื้น จับเอี๊ยมให้เรียบ เปิดประตูออกไปยืนเคาน์เตอร์ด้วยหน้าตาสุขุมเหมือนคนเพิ่งจัดสต็อกเสร็จ

กติกาเดียวที่เราไม่เคยละเลยคือกระดิ่ง ดังเมื่อไรต้องแยกเมื่อนั้น ไม่มีคำอำลา ไม่มีจูบส่ง เธอกลายเป็นพนักงาน มมผมกลายเป็นลูกค้าที่ยืนอ่านฉลากขนมอย่างตั้งใจเกินไป

คืนที่เกือบพลาด หัวหน้ากะขับรถแวะตรวจโดยไม่บอกล่วงหน้า มุกได้ยินเสียงเครื่องยนต์ก่อนผม เธอคว้าเครื่องสแกนขึ้นมาทันที ผลักบานประตูให้แง้ม แล้วกระซิบว่า “ไปยืนเลือกบะหมี่” ผมเดินออกไปหยิบกล่องสุ่มสองกล่องทำเป็นลังเลระหว่างรส หัวหน้าทักเธอเรื่องยอดขายรอบดึก พูดไม่กี่ประโยค แล้วก็ขึ้นรถจากไป ไฟท้ายหายพ้นซอย มุกจึงดึงข้อมือผมกลับเข้าห้องหลังทั้งที่หัวใจทั้งคู่ยังไม่ทันลง

กางเกงในเธอยังชื้นตั้งแต่ก่อนโดนขัดจังหวะ คราวนี้เราไม่ส่งเสียงbeyondลมหายใจ ผมสอดเข้าไปในท่ายืนชิดชั้นวาง ของแข็งถูกช่องทางที่ยังบวมดูดลึก เธอเอามือตัวเองปิดปากตอนใกล้เสร็จ เล็บจิกลงที่แขนผมเมื่อน้ำอุ่นบีบรัด ผมหลั่งในอีกครั้งอย่างเงียบที่สุดเท่าที่ร่างกายจะยอม แล้วเรายืนหน้าผากชนกันฟังเสียงรถบนถนนใหญ่ จนมั่นใจว่าไม่มีใครหวนกลับมา

รายละเอียดพวกนั้นติดผมแน่นกว่าเรื่องอื่น กลิ่นซอสจากกล่องบะหมี่ที่ปนกับกลิ่นตัวเธอตอนแยกขา เสียงกระซิบหลังแพ็กน้ำที่สั่งว่า “ตอนเสียบอยู่ อย่าเอ่ยชื่อหนู เดี๋ยวหนูเผลอตอบดัง” รอยแดงรูปขอบลังที่สะโพกเธอ ซึ่งเธอต้องดึงเสื้อคลุมไว้ตอนเดินออกไปส่งของ และทุกครั้งที่ผมได้กลิ่นกาแฟกระป๋องเปิดใหม่ ของแข็งในกางเกงก็ตื่นโดยที่ผมยังไม่ได้คิดถึงอะไรเป็นคำ

พอเป็นคืนที่เรารู้ว่าจะได้ล็อกห้อง มุกเริ่มใส่ผ้าน้อยลง บางคืนกางเกงชั้นในบางจนแทบไม่ช่วยอะไร บางคืนไม่มีเลยใต้กางเกงขาสั้น ทางลัดนั้นทำให้แค่มือสอดเข้าไปก็เจอความอุ่นทันที ผมเรียนรู้ที่จะยืนอ้อยอิ่งที่ชั้นนิตยสาร มุกเดินมาส่งกระป๋องด้วยตัวเอง นิ้วเธอแตะนิ้วผมตรงฝากระป๋องนานกว่าที่ลูกค้าทั่วไปจะได้รับ ความเสียวนิดเดียวใต้แสงไฟหน้าร้าน รุนแรงพอให้ทั้งคู่ต้องละสายตาก่อนคนเดินผ่านกระจกจะสังเกต

คืนฝนตกหนักจนไฟทั้งซอยวูบ ร้านมืดไปครู่หนึ่งก่อนเครื่องสำรองจะกระตุกติด แสงฉุกเฉินสีเหลืองอ่อน ๆ ส่องแค่ทางเดินหลัก ในความมืดช่วงนั้นมุกคว้าข้อมือผมลากเข้าห้องหลังโดยไม่พูด ประตูถูกล็อกด้วยความเคยชิน เธอยกขาข้างหนึ่งพาดทับแขนผม ยืนรับในความมืดสนิท ผมหาทางเข้าด้วยปลายที่รู้อยู่แล้วว่าตรงไหนอุ่นที่สุด กระแทกสั้นและถี่เพราะรู้ว่าไฟอาจกลับได้ทุกวินาที

เธอเสร็จเร็ว น้ำไหลอาบโคนจนหยดถึงข้อมือผมที่กุมต้นขา ผมตามไปติด ๆ ฝังลึกปล่อยความร้อนเข้าไปทั้งชุด แทบจะพร้อมกันกับเสียงไฟหลักกระตุกกลับมาสว่าง เราสะดุ้งแยกจากกัน มุกปาดต้นขาด้วยทิชชู ก้าวไปล้างมือที่อ่างเล็กหลังร้าน แล้วเดินออกเปิดลิ้นชักเก็บเงินด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งตรวจสต็อกตอนไฟดับ ไม่มีอะไรบนเคาน์เตอร์บอกว่าเมื่อครู่นี้เธอยังยกขาอยู่หลังประตู

มีอยู่คืนหนึ่งผมรอจนเธอเลิกเวร ไม่ได้เข้าไปยุ่งในร้าน แค่จอดรถติดเครื่องอยู่มุมถนน มุกขึ้นมาด้วยเอี๊ยมพับใส่ถุง เสื้อยืดยับนิดจากทั้งคืน นั่งเบาะข้างแล้วไขว่ขา ปลายเท้าเปล่าถูแข้งผมนาน ๆ ครั้งตอนรถเลี้ยว ไม่มีใครเอ่ยก่อนว่าจะไปไหน จนผมขับพ้นซอยมุ่งไปลานจอดของห้างที่ไฟเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง

บนเบาะที่เอนลง เธอขย่มช้าเพราะเพดานเตี้ย มือข้างหนึ่งกดปากตัวเอง อีกข้างยันพนักเบาะ หน้าต่างเป็นฝ้าจากลมหายใจเรา ของแข็งถูกช่องทางรัดจนผมเห็นดาวทุกครั้งที่เธอกดลงสุด ผมหลั่งในขณะเธอซบไหล่ผมตัวสั่น น้ำอุ่นไหลเปื้อนเบาะเล็กน้อย เราเช็ดกันเงียบ ๆ แล้วแยกคนละทางที่ปากซอย ความลับคืนกั้นนั้นเย็นและอับเหมือนห้องแช่ที่เราเคยดับไฟซ่อนตัว เป็นความเย็นที่ไม่อยากให้ใครเปิดออกมาดู

หลายเดือนให้หลัง มุกถูกสลับไปเข้ากะเช้าบ้าง คืนที่เวลาเราทับกันจึงบางลง บางครั้งเธอขึ้นมาที่ห้องเช่าผมแทน เราได้ที่นอนจริง ได้กอดหลังหลั่งในโดยไม่ต้องเงี่ยหูฟังกระดิ่ง ได้จูบจนปากชาโดยไม่ต้องรีบดึงกางเกงขึ้น เธอนอนคว่ำหน้าซุกอกผม ฟังหัวใจที่ยังไม่ยอมช้า และยอมรับเสียงเบาว่าแบบนี้สบายกว่า

แต่ทั้งคู่ก็รู้พร้อมกันว่าความสบายไม่เท่าความเสียวของห้องหลัง เมื่อเวรตรงกันอีกครั้ง เราก็กลับไปล็อกกลอนที่เดิม เสี่ยงกระดิ่งดังกลางจังหวะ เสี่ยงเสียงลังโยก เสี่ยงรอยแดงที่ต้องปิดด้วยเอี๊ยม เพราะความเกือบจะถูกจับได้นั้นทำให้ทุกครั้งที่สอดเข้าไปคมกว่าเตียงที่ไม่มีใครเดินผ่าน

เรื่องของเราจึงไม่ได้จบที่กาแฟดำไม่หวาน มันกลายเป็นแพ็กน้ำที่โยกตามสะโพก น้ำขาวที่ต้องเช็ดก่อนเปิดร้านต่อ เอี๊ยมที่ยับเป็นจีบผิดที่ และประโยคสั้น ๆ ที่เธอส่งมาก่อนเที่ยงคืนว่า “คืนนี้มาช่วยยกของหน่อย” ซึ่งแปลว่าถอดกางเกง ไม่ได้แปลว่านับสต็อก

ผมยังแวะร้านนั้นแทบทุกคืนที่เลิกเวร มุกยังยิ้มรับกระป๋องที่เคาน์เตอร์ด้วยปากที่ไม่มีใครอ่านออก และยังมีคืนที่เธอบอกว่างกล้องหลังยังไม่ถูกซ่อม ทั้งที่ช่างมาเปลี่ยนไปนานแล้ว แพ็กน้ำกองเดิมยังเป็นพยาน กับร่างกายเธอที่รออยู่หลังกลอน เมื่อร้านว่างและฝนไหลเป็นทางบนกระจกบานใหญ่

เช้าหลังเวรที่เราเพิ่งจากกัน มุกส่งสติกเกอร์รูปแก้วกาแฟมาในแชท ผมตอบเพียงคำเดียวว่าถึงห้องแล้ว ความร้อนเมื่อคืนก่อนยังค้างที่โคนตัวอย่างไม่ยอมจาง เธอส่งยิ้มกลับมา แล้วพิมพ์ว่า คืนพรุ่งนี้ หลังตีหนึ่ง ห้องเดิมนะ ในใจทั้งคู่รู้กฎเถื่อนที่ไม่มีทางเปลี่ยน กระดิ่งดังเมื่อไรต้องแยก แต่ทุกครั้งที่สายฝนเริ่มตกและร้านเริ่มโล่ง เราก็ยังเลือกที่จะหมุนกลอนนั้นลงอีก